หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 808 คนแก่ขาดเงิน
บทที่ 808 คนแก่ขาดเงิน
แววตาหลันเสวียนเผยความยินดี
เธอเคยคิดว่าชื่อเล่นของโจวอี้ ‘นายน้อยแห่งภูเขาชางหลาง’ นั้นตลกมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าโจวอี้จะเป็นแบบนั้นจริง ๆ
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว หรือนี่คือความหมายที่พวกเขาพูดว่าปลาคาร์ฟจะกลายเป็นมังกรเมื่อข้ามประตูมังกร?
เขาเป็นเหมือนมังกรหมอบที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะกลัวนายมากเลยนะ?” หลันเสวียนถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมก็ว่างั้นนะ! สองคนนี้เคยสู้กันอย่างสมน้ำสมเนื้อกันมาก่อน แถมยังโดนผมตบอีก” โจวอี้พูดอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่พักผ่อน
หลันเสวียนยิ้ม เธอชอบความเย่อหยิ่งที่ไม่เหมือนใครของโจวอี้
ห่างออกไปราว ๆ เจ็ดแปดเมตร
หลิวกวนเฟิงรู้สึกหนาวเหน็บ ถ้าเขาทำได้ เขาอยากจะกลืนยารักษาความเสียใจลงไป เขาจะไม่ไปยุ่งกับหลันเสวียนและไม่ดูหมิ่นชายหนุ่มแซ่โจวคนนั้นอีก
เขาเชื่อคำพูดของโจวอี้ นี่คือคำตอบที่ว่าทำไมถังหลินเฟิงและฉู่มู่เฟิงจึงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายด้วยท่าทีเช่นนั้น
แต่…เมื่อดูจากอายุของชายหนุ่มแซ่โจว ดูเหมือนว่าจะอายุน้อยกว่าเขาและถังหลินเฟิงไม่กี่ปีใช่ไหม?
ผู้ชายคนนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?
เขาคือใครกันแน่?
และเขามาจากไหน?
ณ บริเวณพื้นที่พักผ่อน
จูเก่อฉิวมองดูโจวอี้เดินผ่านไป ร่างกลมเด้งขึ้นจากโซฟา เขาวิ่งไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วโค้งคำนับอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้ม “คุณนี่น่าทึ่งจริง ๆ ทำให้อัจฉริยะสองคนในโลกผู้ฝึกยุทธ์หนีไปด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำและทำให้อีกคนถึงกับตกใจ ช่างเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเรา ความชื่นชมของผมที่มีต่อคุณนั้นไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนแม่น้ำแยงซี และไม่สามารถจัดการได้เหมือนแม่น้ำเหลืองที่ไหลล้น ผม… ”
“หยุด”
โจวอี้มองคนที่มีรูปร่างกลมเหมือนลูกบอลและเอ่ยปรามออกมา
รูปร่างแบบนี้…
จุ๊ จุ๊ จุ๊!
หมีแพนด้าไร้ขนมีหน้าตาแบบนี้หรือเปล่า?
โจเพิ่งพบว่าชายคนนี้เป็นคนตลก
“นายเป็นใคร?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมเป็นคนพเนจร ไม่มีปู่ย่าตายายคอยรังแก ไม่มีลุง ๆ ป้า ๆ ที่รักฉัน แต่เมื่อพบคุณแล้ว คุณจะเป็นพี่ใหญ่ที่รักของผม เป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งของผม…” สีหน้าของจูเก่อฉิวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากความคับข้องใจในตอนแรกกลายเป็นความปีติยินดี
“หยุด หยุด หยุด นายเป็นนักแสดงตลกใช่ไหม?” โจวอี้ขัดจังหวะอีกครั้ง
“ก็ไม่ได้เก่งมากหรอก เพิ่งเข้าเรียนในคอร์สทอล์กโชว์ไปได้ไม่กี่เดือน” จูเก่อฉิวหัวเราะเขิน ๆ
“มีพรสวรรค์จริง ๆ”
จากนั้นโจวอี้ก็ลุกจากโซฟา แล้วจ้องไปที่จีหงเสาซึ่งอยู่ในสภาพเกียจคร้าน
กลิ่นของสมุนไพรไม่ได้อยู่บนเสื้อผ้าของเธอ แต่ทั้งตัวของเธอกำลังส่งกลิ่นนี้ออกมา
ซึ่งหมายความว่าเธอจัดการกับสมุนไพรมาตลอดทั้งปี
“โจวอี้ขอแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโส”
“นายนี่น่าสนใจจริง ๆ” จีหงเสายิ้ม
“ผู้อาวุโสเองก็ตาดี” โจวอี้หัวเราะ
“…”
จีหงเสาตกตะลึง จากนั้นก็หัวเราะออกมา
เธอเพิ่งชมชายอ้วนตัวน้อยในลักษณะเดียวกัน และตอนนี้โจวอี้ก็ชมเชยเธอเช่นนี้
จีหงเสาหยิบขวดหยกออกมา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ใส่มันกลับเข้าไป แล้วหยิบสิ่งอื่นออกมาแทนเธอโยนมันให้โจวอี้แล้วหัวเราะ “ถ้าฉันจำไม่ผิด นายน่าจะเป็นศิษย์ของสำนักโอสถใช่ไหม นายน่าจะมีโอสถมากมาย งั้นฉันจะให้ป้ายผ่านไปยังแดนลับเสินหนงของฉัน นายสามารถไปเยี่ยมชมได้!”
แดนลับเสินหนง?
โจวอี้รู้สึกตกใจ เขาโค้งคำนับทันที “ขอบคุณผู้อาวุโสจี”
เขาเคยได้ยินจากอาจารย์ของเขาว่าแดนลับเสินหนงและสำนักโอสถมีความเกี่ยวข้องกัน หลายพันปีที่ทุกครั้งที่มีคนจากแดนลับเสินหนงเข้ามาในโลก คนที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุดก็คือคนจากสำนักโอสถ
“อย่าเกรงใจไป” จีหงเสากล่าวด้วยท่าทีเป็นกันเอง ทันใดนั้นก็ดูเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้และมองไปที่โจวอี้ “นายมีเงินไหม? ฉันหมายถึงเงินกระดาษที่หมุนเวียนใช้อยู่ในโลกภายนอกหรือที่เรียกว่าหยวนนั่นน่ะ”
“มีครับ คุณต้องการเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ ให้ฉันยืมสักสองสามร้อย… ไม่สิ…สองสามพันหยวน!” จีหงเสาหัวเราะ
“พอมั้ยครับ?” โจวอี้ถาม
“น่าจะพอแล้ว! ฉันจะไม่ออกไปข้างนอกนานหรอก เงินสองสามพันหยวนน่าจะเพียงพอสำหรับฉันที่จะซื้อของได้มากมาย”
“คุณมีโทรศัพท์มือถือไหม?”
“โทรศัพท์มือถือ? นั่นคือสิ่งที่นายถืออยู่ในมือและพูดคุยกับคนอื่นงั้นเหรอ?”
โจวอี้พูดไม่ออก
จีหงเสาก็เป็นเช่นเดียวกับคนเฒ่าคนแก่ในสำนักโอสถที่ไม่รู้จักโลกภายนอกและไม่เข้าใจเทคโนโลยี
“ผู้อาวุโสจี ผมต้องสอนคุณเรื่องการใช้ชีวิตในโลกภายนอกซะแล้ว เริ่มด้วยวิธีการชำระเงินที่สะดวกในปัจจุบันกันเถอะ … ” โจวอี้อธิบายเกี่ยวกับบัตรธนาคาร บัตรเครดิต Alipay WeChat การใช้โทรศัพท์มือถือ และค่าครองชีพในปัจจุบัน…
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป จีหงเสาก็ตกตะลึง
ความรู้ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับโลกภายนอกที่โจวอี้อธิบายให้เธอฟังทำให้เธอตกใจ ทั้งหมดนี้ราวกับว่าเธอเพิ่งโผล่ออกมาจากแดนลับเสินหนงและเห็นเมืองหล่อด้วยคอนกรีตและเหล็กอยู่ด้านนอก
“นั่นสิ… อะแฮ่ม ฉันต้องการโทรศัพท์ และยังต้องการเงินด้วย ถ้านายมีเงิน ขอสักหน่อย แล้วเดี๋ยวจะคืนให้ในภายหลัง” จีหงเสาหัวเราะ
“ไม่มีปัญหา” โจวอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
จีหงเสาชำเลืองมองจ้านหลิงอวิ๋นที่อยู่ข้างหลังโจวอี้ และทันใดนั้นก็หัวเราะออกมา “โจวอี้ สถานะของนายในสำนักโอสถคงต้องค่อนข้างพิเศษใช่ไหม?”
“อาจารย์ของผมคือฉู่เทียนฮุ่ย และนี่คือท่านลุงของผม จ้านหลิงอวิ๋น”
จีหงเสาผงะและลุกขึ้นทันที ก่อนจะทำความเคารพจ้านหลิงอวิ๋น
เธอไม่คาดคิดว่าโจวอี้จะเป็นศิษย์ส่วนตัวของหัวหน้าสำนักโอสถ ฉู่เทียนฮุ่ย
ตามความเข้าใจของเธอเกี่ยวกับสำนักโอสถ เกือบทุกสำนักรับศิษย์เพียงหนึ่งคนหรือสองสามคนเท่านั้น ศิษย์ส่วนตัวของฉู่เทียนฮุ่ยอาจกลายเป็นเจ้าสำนักคนใหม่ของสำนักโอสถในอนาคต
“ไปกันเถอะ! ไปซื้อมือถือให้ฉันหน่อย”
“ครับ!”
โจวอี้หันไปหาหลันเสวียนและถามว่า “เธอจะมาไหม?”
“ไม่”
“อืม ฉันจองห้องพักออนไลน์ไว้แล้ว เธอไปพักผ่อนในห้องก่อนก็ได้ หลังจากที่กลับมาแล้วเราไปกินข้าวกัน” โจวอี้กล่าว
“ได้!”
ในไม่ช้า โจวอี้ก็เสร็จสิ้นขั้นตอนการเช็กอิน
เขาจองห้องพักสองห้องทางออนไลน์ ห้องหนึ่งสำหรับเขา และอีกห้องสำหรับหลันเสวียน
ขณะที่หลันเสวียนหยิบกุญแจห้องของเธอและขึ้นไปชั้นบน ส่วนโจวอี้กำลังจะพาจีหงเสาไปซื้อโทรศัพท์มือถือ จู่ ๆ ก็มีคนมาคว้าตัวเขาไว้
“ต้องการอะไร?” โจวอี้มองจูเก่อฉิวซึ่งกำลังเฝ้าดูอย่างกระตือรือร้น
“ผมจะไปกับคุณ” จูเก่อฉิวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืดฝืน
“นายมีเงินไหม?” โจวอี้ถาม
“มี แต่ไม่มาก” จูเก่อฉิวกล่าว
“นายตามเรามาทำไมถ้ามีเงินไม่มาก ไปพักผ่อนตามสบายเถอะ” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มขณะที่สลัดจูเก่อฉิวออก
“ไม่ ๆ ผมตัดสินใจแล้ว ชีวิตนี้ถ้าผมอยู่ ผมจะเป็นคนของคุณ ถ้าผมตาย ผมจะเป็นผีของคุณ ถ้าให้ผมไปทางทิศตะวันออก ผมก็ไม่ไปทิศตะวันตก ถ้าขอให้ปีนกำแพง ก็จะไม่ใช้บันได…”
“บรื๋อ! หยะแหยงโว้ย!” โจวอี้หัวเราะลั่น จากนั้นก็เดินจากไป
“ฮ่า ๆๆ…”