หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 809 โอสถสารีริกธาตุ
บทที่ 809 โอสถสารีริกธาตุ
โจวอี้ประทับใจมาก
ซื้อทุกอย่างตามใจต้องการ!
ซื้อมามากมายหลายอย่าง
และของเหล่านี้ล้วนแต่เป็นของจีหงเสา
ทั้งมือถือ เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า อัญมณี กระเป๋า และอาหาร…
สามชั่วโมงผ่านไป ไม่เพียงแต่เขากับกับจีหงเสาจะมีถุงเต็มมือ แต่จูเก่อฉิวและจ้านหลิงอวิ๋นเองก็ถือถุงหลายใบ
จีหงเสามีความสุขมาก แววตาเผยความยินดี
เดิมทีเธอคิดว่าโจวอี้เป็นศิษย์ของสำนักโอสถแล้วจะไม่มีเงินมาใช้ทางโลกนัก ทว่าหลังจากซื้อทุกอย่างก็ได้รู้ว่าเขาร่ำรวยมาก ไม่ทำหน้าบูดบึ้งตอนถลุงเงินซื้อของเลยด้วยซ้ำ
ในที่สุดทั้งสี่ก็กลับมาถึงโรงแรม
เมื่อชายหนุ่มรู้ว่าจีหงเสามาถึงโรงแรมและไม่มีห้องอยู่เพราะไม่มีเงินก็พูดไม่ออก สุดท้ายเขาจึงสละห้องให้เธอและช่วยส่งของที่เธอซื้อไปที่ห้องให้
“ผู้อาวุโสจี จำบัญชีวีแช็ตกับรหัสผ่านที่ผมสมัครให้ก่อนหน้านี้ได้ไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“จำได้”
“โอเคครับ เดี๋ยวผมจะเติมเงินเข้าวีแช็ตให้ ต่อไปถ้าอยากซื้ออะไรก็สแกนจ่ายได้เลยนะครับ” เขาบอกพร้อมเติมเงินสองแสนหยวนให้จีหงเสา
“สองแสนเหรอ มากไปหรือเปล่า?” เธอท้วงด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงินที่โอนมา
“มีจำกัดวงเงินโอนได้แค่วันละสองแสนหยวนครับ ถ้าไม่มีกำหนดไว้ ผมโอนให้สองล้านได้เลย หรือต่อให้ยี่สิบล้านก็ยังได้” เขายิ้ม
“มีเงินเยอะขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย?” เธอถามด้วยความสงสัย
“ผมอยู่ใช้ชีวิตทางโลก ไม่มีเงินก็กิน ดื่ม และหาความสุขไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่มีเงินก็ต้องอาศัยความสามารถตัวเองหามา!”
“อืม ที่เธอพูดก็มีเหตุผล” เธอยักไหล่และโยนขวดโอสถให้เขาพลางยกยิ้มบาง ๆ
“อะไรครับ?” เขาถามอย่างงุนงง
“โอสถสารีริกธาตุ” เธอตอบเสียงเรียบ
อะไรนะ?
โอสถสารีริกธาตุ?
โจวอี้สะบัดมือและแทบโยนขวดทิ้ง
เขาเคยอ่านเรื่อง ‘โอสถสารีริกธาตุ’ ในคัมภีร์โบราณ มันทำมาจากพระธาตุที่พระพุทธเจ้าเหลือไว้หลังปรินิพพาน มีสรรพคุณทำให้คนที่ใช้เป็นผู้แข็งแกร่งในระดับผสานเต๋า
เขาหันไปมองจ้านหลิงอวิ๋นและพบว่าอีกฝ่ายจ้องขวดโอสถในมือไม่วางตาด้วยท่าทีคาดหวัง
“ท่านลุง นี่ครับ” โจวอี้ส่งขวดนั้นให้
“ให้ฉันเหรอ?” อีกฝ่ายถามด้วยความตกใจ
“ใช่ครับ! ขอแค่ท่านลุงต้องการมัน ผมก็ให้ได้ทุกอย่างนั่นแหละครับ” โจวอี้ยิ้ม
จ้านหลิงอวิ๋นหันมองจีหงเสาที่ระบายยิ้มออกมา ริมฝีปากเขากระตุกก่อนจะโบกมือปฏิเสธ “ถึงแม้โอสถสารีริกธาตุจะเป็นของดี แต่ฉันก็รับจากคนอื่นไม่ได้หรอก เก็บไว้เถอะ!”
เขาไม่เปิดโอกาสให้โจวอี้รบเร้าต่อ รีบหันหลังเดินออกไปข้างนอกทันที
โจวอี้ยิ้มเจื่อนพลางส่ายหน้าและเหลือบมองจีหงเสา “ผู้อาวุโสจี มีโอสถสารีริกธาตุอยู่เท่าไหร่เหรอครับ ผมขอเหมาซื้อหน่อยได้ไหม?”
“พรืด…”
เธอขำกับคำพูดของเขา
เหมาซื้อหรือ?
ตรรกะเป็นอย่างไรกันแน่เนี่ย?
“เลิกทำเหมือนโอสถสารีริกธาตุเป็นผักกาดได้ไหม แค่ยกให้นาย ฉันก็ปวดใจจะแย่! ยังจะอยากเหมาซื้ออีก ฉันล่ะทึ่งจริง ๆ” เธอบอกอย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“คุณขัดสนแก่นวิญญาณไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“แน่นอน!”
“งั้นแก่นวิญญาณหมื่นแก่น แลกกับโอสถสารีริกธาตุเป็นไงครับ?” โจวอี้โพล่งถาม
หนึ่งหมื่นหรือ?
รอยยิ้มบนหน้าเธอหุบลงทันที สีหน้ากลับกลายเป็นจริงจัง เธอจ้องเขาด้วยท่าทีขึงขังคล้ายรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น
“มีแก่นวิญญาณหมื่นแก่นจริงเหรอ?” จีหงเสาถาม
“อย่าว่าแต่หมื่นเลยครับ ต่อให้สามหมื่นหรือห้าหมื่น ผมก็ให้ได้สบาย ๆ” โจวอี้ยิ้ม
เธอถึงกับตกตะลึงไป
สิ่งที่เธอขาดแคลนในตระกูลเสินหนงคือผลวิญญาณ โอสถสมุนไพร และยาเม็ด ทว่าสิ่งที่ขาดมากที่สุดคือแก่นวิญญาณ
วิชาอันทรงพลังของตระกูลเสินหนงที่ฝึกฝนมาหลายปีต้องใช้แก่นวิญญาณอย่างน้อยยี่สิบแก่นวิญญาณต่อวัน ทำให้แก่นวิญญาณที่หลงเหลือร่อยหรอลงไปทุกที
ไม่ต้องเอ่ยถึงลูกหลานที่ไม่มีโอกาสใช้ผงวิญญาณที่บรรจุในแก่นวิญญาณเพื่อฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ
จีหงเสาใจเต้นแรง เต้นแรงมากเสียด้วย แค่เธอคิดว่าจะสามารถเอาแก่นวิญญาณหลายหมื่นกลับไปให้พวกพ้อง ประมุขของตระกูลคงดีใจมากแล้ว ถ้าเอากลับไปได้เป็นแสนคงยิ่งยินดีและตบรางวัลให้เธออย่างงาม
“โจวอี้ ไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?” เธอคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมส่งสายตาคาดหวัง
“ไม่ได้หลอกอยู่แล้วครับ” โจวอี้บอกด้วยท่าทีหนักแน่น
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันยังมีโอสถสารีริกธาตุอยู่สองเม็ด ขอเวลาฉันหน่อย ภายในสองวันฉันจะหาให้อีกสิบเม็ด พอจะเตรียมแก่นวิญญาณไว้แสนแก่นได้ไหม?” เธอถาม
“ผู้อาวุโสจี ตอนนี้ผมไม่มีเวลาเลย! เอาไว้ผมเตรียมแก่นวิญญาณไว้ให้หลังกลับจากร่วมงานขึ้นบันไดสวรรค์ที่คุนหลุนได้ไหมครับ ไม่ต้องห่วงนะ ผมหาแก่นวิญญาณแสนแก่นได้ภายในสิบวันอย่างมากก็ครึ่งเดือนครับ” เขาบอกเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“ได้เลย ตกลงตามนี้”
เธอหยิบขวดอีกสองขวดส่งให้เขาด้วยความตื่นเต้น “สองขวดนี้ให้เป็นมัดจำล่วงหน้า หลังจากที่นายกลับจากงานขึ้นบันไดสวรรค์ ฉันจะเอาอีกแปดขวดมาให้”
ท่าทีของเธอเหมือนกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมเตรียมแก่นวิญญาณไว้ให้!” โจวอี้ยิ้ม
เขารีบเก็บขวดโอสถทั้งสามเข้าในอกเสื้อ ทันใดนั้นพวกมันก็หายเข้าเรือเงาไป
แก่นวิญญาณแสนแก่นเชียวนะ
แต่โจวอี้กลับมีมัน!
ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น แต่ยังมีมากกว่านั้นอีก
เนื่องจากได้เรือเงามา เขาก็ค้นพบข้าวของอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงแก่นวิญญาณหลายกล่อง รวม ๆ แล้วมากกว่าแสนแก่น
นอกจากนี้ หลังจากทำลายค่ายฝึกลับในต่างประเทศของนิกายอสูรดำ เขาก็ได้แก่นวิญญาณมาอีกกองโต ตอนนี้มีในมือเกือบจะสองแสนแก่น
แรกเริ่มเดิมทีเขาอยากใช้แก่นวิญญาณพวกนี้ฝึกยุทธ์ให้พรรคพวก ทว่าตอนนี้คุ้มค่าแล้วที่จะเอามาซื้อโอสถสารีริกธาตุ
จูเก่อฉิวที่ฟังการเจรจาระหว่างโจวอี้กับจีหงเสาอยู่ด้านข้างนึกอิจฉาในใจ แม้เขาจะไม่รู้ว่าโอสถสารีริกธาตุคืออะไร แต่ก็รู้จักแก่นวิญญาณ!
แก่นวิญญาณหนึ่งแสนแก่น….
เขาไม่เคยได้ยินว่าใครมีในครอบครองมากมายขนาดนี้ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เห็นพวกมันกับตาเลย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมองโจวอี้ราวกับเป็นคลังสมบัติ… ไม่สิ น่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้ามากกว่า
เป็นแรงสนับสนุนที่ดีที่สุด!
หลังจากนั้น โจวอี้และจูเก่อฉิวก็ขอตัวลา
ณ บริเวณทางเดิน จูเก่อฉิวรั้งโจวอี้ไว้และบอกพร้อมรอยยิ้มแหย “ผมยังไม่มีห้องเลย!”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ” โจวอี้กะพริบตาปริบ ๆ ขณะถาม
“อย่าว่าอย่างนี้อย่างนั้นเลยนะ ต่อไปผมจะคอยติดตามโดยไม่ขอเงินเดือนเลย แค่ออกค่าเสื้อผ้า อาหาร ที่พัก และการเดินทางให้ได้ไหม?” อีกฝ่ายกล่าวเว้าวอน
“อยากติดตามฉันเหรอ?” โจวอี้ถามพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
“งั้นตอนนี้คุณก็ตกลงแล้วใช่ไหม! ทั้งชีวิตของผมขอฝากไว้ที่คุณตลอดไปเลย” จูเก่อฉิวร้องบอกพร้อมเสียงหัวเราะ
โจวอี้ไม่เคยคิดยอมรับอีกฝ่าย ทั้งยังไม่รู้พื้นเพ ประสบการณ์ในอดีต และระดับการฝึกของจูเก่อฉิว
ทว่าการพานพบกันนั้นเป็นโชคชะตา
เขาไปหาผู้จัดการโรงแรมและขอเปิดห้องให้จูเก่อฉิวในราคาถึงสิบเท่า