หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 826 อยากรับเลี้ยงลูกบุญธรรมไหม?
บทที่ 826 อยากรับเลี้ยงลูกบุญธรรมไหม?
โจวอี้นึกไม่ถึงว่าหลี่ชิงเฉิงที่ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องทางโลกจะมีแก่ใจมาฟังเรื่อซุบซิบกับเขาด้วย
“ก็คงจะเป็นอย่างนั้นครับ!” เขาขำแห้ง
“เป็นคุณจริงด้วย”
เธอยิ้ม เพียงแค่รอยยิ้มของเธอปรากฏสู่สายตาของโจวอี้กับเยว่หลี่จงเซียงก็คล้ายกับว่าโลกนี้ได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ
“ขลุ่ยหยกนี้ ฉันให้คุณค่ะ”
เมื่อเธอแบมือขึ้นก็ปรากฏขลุ่ยหยกในมือ หญิงสาวยื่นให้โจวอี้ทันที
“ทำไมครับ?” โจวอี้ไม่ได้รับไป แต่กลับขมวดคิ้วถาม
“ฉันอยากให้”
“ผมไม่อยากรับครับ ถ้าอยู่ ๆ ได้ของมาเปล่า ๆ แบบนี้ ผมขอไม่รับดีกว่าครับ!” โจวอี้ปฏิเสธทันที
“น่าสนใจดีนี่”
เธออมยิ้มและไม่รบเร้าต่อ จากนั้นจึงหมุนตัวกลับไปนั่งขัดสมาธิที่เดิมทันที
ด้านข้างกันนั้น ชายคนหนึ่งตกอยู่ในอาการงุนงง
เยว่หลี่จงเซียงมองเธอด้วยแววตาเหลือเชื่อ ก่อนจะหันไปทางโจวอี้ มองสลับไปมาอยู่หลายครั้งแล้วกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก
โจวอี้ปฏิเสธของขวัญจากหลี่ชิงเฉิง?
เจ้าเด็กคนนี้โดนลาถีบหัวมาหรืออย่างไร ถ้าเธอให้ขลุ่ยหยกกับเขา มีหรือที่เขาจะไม่กกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนทั้งวี่ทั้งวัน
ใบหน้าสาวสวยตรึงใจอีกคนโผล่ขึ้นมาในหัวเขา
เซี่ยหลู่นั่นเอง
เขาเคยพบเซี่ยหลู่มาก่อนและมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันด้วยซ้ำ
แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรล่ะ?
เธอโปรยยิ้มทรงเสน่ห์หลอกล่อเขาก่อนจะเล่นงานเขาอย่างง่ายดายเพียงไม่กี่กระบวนท่า เขาจึงได้เข้าใจว่าดอกไม้งามคนนั้นโหดเหี้ยมมาก และเขาเองก็ไม่ได้ประเมินตนเองเอาเสียเลย
ทว่าเซี่ยหลู่กลายเป็นผู้หญิงของโจวอี้ได้อย่างไร?
“ว่าแต่นะ อะแฮ่ม… น้องโจว ปีศาจสาวเซี่ยหลู่แม่ค้าเจ้าถิ่นเซินเจิ้นคนนั้นเป็นผู้หญิงของนายจริงเหรอ?” เยว่หลี่จงเซียงถามเพื่อความแน่ใจ
“ครับ!”
โจวอี้ยิ้มเจื่อนพลางพยักหน้า
อีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นมาทันที เขานึกได้ว่าตนเองเพิ่งทำทีกระตือรือร้นอยากจะแนะนำสาวสวยในทำเนียบสาวงามให้โจวอี้ แล้วผลเป็นอย่างไร ที่แท้โจวอี้กลับมีมารสาวเซี่ยหลู่อยู่แล้ว
เซี่ยหลู่ติดสามอันดับแรกของทำเนียบสาวงาม!
“น้องโจว คิดไม่ถึงว่านายมีของดีแต่กลับไม่โอ้อวดออกมา!” เขาบอกเสียงแข็งก่อนจะถามเหมือนนึกบางอย่างได้ “แล้วผู้หญิงคนอื่นล่ะ มีใครอีกบ้าง?”
“พี่เยว่หลี่ เรื่องนี้มัน…” โจวอี้ขมวดคิ้ว
“น้องโจว อย่าเข้าใจผิด อย่างที่บอกกันว่าไม่ควรฉวยโอกาสกับภรรยาของเพื่อน ฉันเองไม่ได้มีเจตนาร้ายเลย แค่อยากถามให้ชัดเจน ต่อไปถ้าไปตกหลุมรักใครจะได้ไม่ก่อเรื่องเดือดร้อนโดยใช่เหตุ” อีกฝ่ายหันมาอธิบายกลั้วขำ
“พี่เยว่หลี่คิดจะหว่านแหหรือไงครับ?” โจวอี้ถามพลางยกยิ้ม
“นี่ พูดว่าหว่านแหได้ยังไง! แค่อาจจะเป็นผู้หญิงที่ชอบไง” เยว่หลี่จงเซียงเอ่ยขณะหรี่ตามองจับผิด “ได้ยินว่าเซี่ยหลู่เป็นเพื่อนสนิทกับอู๋ซินเยว่ ถ้าฉันไปตามจีบ…”
“หยุดเลยครับ” โจวอี้ยกมือห้าม
“ทำไมล่ะ?” แววตาอีกฝ่ายดูฉงน
“เธอเป็นแม่ของลูกชายผม อย่าทำอย่างนั้นเลยครับ” โจวอี้บอก
แม่ของลูกหรือ?
อู๋ซินเยว่น่ะหรือ?
เยว่หลี่จงเซียงเบิกตากว้างมองอีกฝ่ายราวกับเห็นสัตว์ประหลาดต่างดาว
“พี่เยว่หลี่ อย่าคิดไปยุ่งกับแม่ของลูกผมนะครับ แต่ลูกชายที่กำลังจะเกิดมา ถ้าอยากจะข้องเกี่ยวละก็ ทำไมไม่รับเป็นลูกบุญธรรมล่ะครับ” โจวอี้ยิ้ม
“ฉัน…”
ชายหนุ่มถึงกับตะลึงงัน
เซี่ยหลู่และอู๋ซินเยว่… ต่างก็เป็นสาวสวยติดห้าอันดับแรกของทำเนียบสาวงามไม่ใช่หรือ
โจวอี้คนนี้…
เพียะ!
ทันใดนั้น เขาก็ตบหน้าตัวเองทันที
“พี่เยว่หลี่เป็นอะไรไป?” โจวอี้ถามด้วยสีหน้างุนงง
“อะแฮ่ม แค่รู้สึกว่าตัวเองควบคุมปากไม่ให้พูดจาเหลวไหลไม่ได้ ก่อนหน้านี้พล่ามเรื่องสาวสวยกับนายไปตั้งเท่าไหร่!” เยว่หลี่จงเซียงบอกด้วยท่าทีสลดใจ
“พรืด…”
หลี่ชิงเฉิงที่อยู่ห่างออกไปอดจะขำออกมาไม่ได้
โจวอี้กับเยว่หลี่จงเซียงหันไปมองก่อนจะรีบหลบตา
เธอสวยเกินไป
เลี่ยงจะมองก็ยิ่งไม่หวั่นไหว
โจวอี้หันกลับมามองหน้าเยว่หลี่จงเซียงและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผู้ชายด้วยกันนี่ครับ! ว่างก็คุยกันเรื่องผู้หญิงบ้างจะเป็นอะไรไป”
“อย่าพูดถึงอีกเลย ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับนายอีกแล้ว” เยว่หลี่จงเซียงรีบยกมือบอกปัด
“ได้ยังไงครับ! ถ้าต่อไปคุณตกหลุมรักสาวคนไหนจะไม่แย่เหรอครับ ยังไงก็ฉวยโอกาสกับภรรยาเพื่อนไม่ได้นี่! ให้ผมเล่าให้คุณฟังอีกไหม” โจวอี้เอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“อะแฮ่ม อยู่ ๆ ฉันก็นึกได้ว่าฟื้นพลังได้เยอะแล้ว งั้นขอตัวขึ้นบันไดไปก่อนนะ เอาไว้เจอกันบนยอดเขาลูกที่เจ็ด” อีกฝ่ายบอกด้วยความอับอาย จากนั้นก็รีบไปยังบันไดสวรรค์
โจวอี้เห็นเยว่หลี่จงเซียงหายขึ้นบันไดสวรรค์ไปก็แอบรู้สึกว่าชายคนนี้น่าสนใจไม่น้อย
ทว่าสิ่งที่เขาไม่รู้คือตอนนี้อีกฝ่ายได้แต้มไปหมื่นคะแนนแล้ว
“โจวอี้ ทำไมไม่ให้ลูกสาวคุณมาเป็นศิษย์ของฉันล่ะ?” หลี่ชิงเฉิงถามขึ้นมา
“ไม่ล่ะครับ ผมสอนเองได้” โจวอี้รีบบอก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย
สองวันผ่านไป
ในจังหวะที่โจวอี้กำลังจะฟื้นฟูพลังได้เต็มที่ ร่างหนึ่งก็กลิ้งร่วงลงมาจากบันไดสวรรค์
เยว่หลี่จงเซียงที่รู้สึกอับอายลุกขึ้นในสภาพสะบักสะบอม สีหน้าดูสลดหดหู่
“ไม่สำเร็จเหรอครับ ขึ้นไปได้กี่ขั้นครับ?” โจวอี้ถามขณะยิ้มให้
“540” อีกฝ่ายตอบอย่างช่วยไม่ได้
“น่าเสียดาย เหลืออีก 160 ขั้นเอง” โจวอี้บอก
“ยิ่งไปถึงขั้นสูง ๆ แรงกดดันก็ยิ่งเยอะ ตอนฉันไปถึงขั้นที่ 400 ก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่แล้ว พอไปถึงขั้นที่ 500 ก็ต้องใช้ทั้งมือทั้งเท้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่” เยว่หลี่จงเซียงส่ายหน้าขณะเล่าด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ช่างเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ
โจวอี้แอบนึกลิงโลดในใจ
ทว่าทันใดนั้นก็เงียบไปอีกครั้ง
เขาไม่รู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งไปกว่าเยว่หลี่จงเซียง
แม้แต่เยว่หลี่จงเซียงยังไปไม่ถึงยอดเขาลูกที่เจ็ด เขาเองก็คงลำบากเหมือนกัน
ทว่าในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ธาตุมาสี่อย่างแล้ว ทั้งทอง ไม้ น้ำ และไฟ ในบรรดาห้าธาตุยังขาดธาตุดิน ดังนั้นเขาจะลองทำให้เต็มที่ บางทีอาจปีนไปได้ถึงยอดเขา!
“พี่เยว่หลี่ คิดยังไงเรื่องรับลูกชายผมเป็นลูกบุญธรรมครับ?” โจวอี้ยกเรื่องเก่าขึ้นมาถามอีกครั้ง
“ฉัน…ฉันยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!” อีกฝ่ายบอกอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“งั้นก็เหมาะเลยนี่ครับ มีลูกชายเอาไว้สักคน ชีวิตก็ไม่ต้องโดดเดี่ยว” โจวอี้ยิ้ม
“เรื่องนี้มัน…”
“ยังตัดสินใจไม่ได้เหรอครับ?”
เยว่หลี่จงเซียงกุมขมับ
รับลูกบุญธรรม!
ลูกที่ยังไม่ทันลืมตามาดูโลกด้วยซ้ำ!
เขาไม่รู้ว่าทำไมโจวอี้ถึงได้อยากให้เขา…
เดี๋ยวก่อนนะ!
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเยว่หลี่จงเซียง เขาเข้าใจความคิดของโจวอี้ทันที
เขาเป็นอัจฉริยะหัวกะทิของตำหนักถิงเฟิง ตอนนี้สำเร็จระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นปลายตั้งแต่ยังหนุ่ม ต่อไปคงมีอนาคตไกลอย่างแน่นอน
โจวอี้ต้องการให้ลูกชายมีคนหนุนหลังอย่างนั้นหรือ?
แต่ทำไมถึงอยากให้เขาหนุนหลังลูกชาย?
คิดหาเหตุผลไปได้สารพัด…
เดี๋ยวก่อน!
โจวอี้เป็นศิษย์ของเจ้าสำนักโอสถ มีความสามารถมาถึงเชิงเขาลูกที่เจ็ดได้ก็ถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา ต่อไปคงได้ตำแหน่งใหญ่โตเป็นเจ้าสำนัก
ถ้ารับลูกชายของอีกฝ่ายเป็นลูกบุญธรรมก็จะได้มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น
สำนักโอสถ…ถือเป็นแหล่งโอสถที่สำคัญในโลกผู้ฝึกยุทธ์
หากต่อไปขาดแคลนโอสถ ยังจะต้องกังวลว่าไม่มีหนทางหาซื้ออีกหรือ?
เยว่หลี่จงเซียงครุ่นคิดในใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งสนใจ
“เอายังไงครับ สนใจหรือเปล่า?” โจวอี้ถามพลางส่งยิ้ม
“ตกลง พอลูกชายคลอด ฉันจะไปร่วมฉลองพร้อมของรับขวัญชุดใหญ่เลย” เยว่หลี่จงเซียงตอบขณะตบเข่าฉาด
“โอเคครับ จะรอพี่เยว่หลี่มาหานะครับ” โจวอี้ยิ้ม
เขาไม่รู้ว่าเยว่หลี่จงเซียงวางแผนอะไรเอาไว้ แต่ต่อให้รู้ก็ไม่ได้สนใจ เขาแค่หาแรงสนับสนุนให้ลูกชายเท่านั้น รวมถึงยังเป็นหนทางแก้ไข
ต่อไปเขากับนิกายเร้นลับต้องตายกันไปข้างชนิดนองเลือด ยากจะบอกได้ว่าใครจะอยู่หรือตาย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการคนหนุนหลัง และเยว่หลี่จงเซียงนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ต่อให้ในอนาคตเขาเป็นฝ่ายชนะ แต่การมียอดฝีมือหลายคนคอยปกป้องลูกชายก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เลว