หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 837 ล้วนเป็นของดี
บทที่ 837 ล้วนเป็นของดี
โจวอี้อยู่ในอาคารเถิงเหมาหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะออกเดินทางไปพร้อมกับจ้านหลิงอวิ๋น ตอนนี้อาของเขายังไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับผสานเต๋าได้ แต่โจวอี้ก็ไม่ได้ผิดหวัง เขารู้ว่าการก้าวข้ามแต่ละขั้นในการฝึกฝนนั้นยากมาก
แต่สำหรับเขานั้นไม่เหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป หากเขาบอกความเร็วในการฝึกยุทธ์ของเขากับผู้ที่ไม่รู้เรื่องนี้ พวกเขาอาจตกใจจนสมองหยุดทำงานก็เป็นได้
“โจวอี้ นายมีโอสถสารีริกธาตุตั้งเยอะ นายจะไม่บอกอาจารย์เหรอ?” จ้านหลิงอวิ๋นถามโจวอี้ที่กำลังขับรถ
“ผมบอกแน่นอนครับ!” โจวอี้หัวเราะ
เขาได้รับโอสถสารีริกธาตุทั้งหมดสิบเอ็ดเม็ดจากจีหงเสา เขาให้จ้านหลิงอวิ๋นหนึ่งเม็ด ให้หลันเสวียนหนึ่งเม็ด และอาของเขาอีกหนึ่งเม็ด ดังนั้นตอนนี้เขาจึงเหลืออยู่แปดเม็ด
และเขามีเป้าหมายในใจแล้วสำหรับแปดเม็ดที่เหลือนี้
เขาจะให้ถังหว่านหนึ่งเม็ด และอีกเม็ดสำหรับอู๋ซินเยว่ ซึ่งเธอกำลังจะให้กำเนิดลูกชายของเขา เธอชะลอการฝึกยุทธ์ของเธอมาระยะหนึ่งแล้ว และเขาหวังว่าโอสถสารีริกธาตุนี้จะสามารถชดเชยเวลาการฝึกฝนที่หายไปของเธอได้
นอกจากนี้ เขายังวางแผนที่จะมอบให้กับเซี่ยหลู่อีกเม็ด แม้ว่าเขาและเซี่ยหลู่จะยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เคยยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องเขา
ยังมีอีก!
เขาวางแผนที่จะมอบอีกเม็ดให้กับแม่เฒ่าเทียนจี้ รวมถึงเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยคนละเม็ด เพราะคนเหล่านั้นดีต่อเขาจากใจจริง และเมื่อพิจารณาถึงระดับพลังยุทธ์ในปัจจุบันของพวกเขาแล้วก็เป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะใช้โอสถสารีริกธาตุ
ส่วนคนใกล้ชิดคนอื่น ๆ รอบตัวเขา โจวอี้ไม่ได้วางแผนที่จะให้
ประการแรก ผู้คนที่อยู่รอบตัวเขาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระดับยุทธ์ที่สูงมากพอ ยกตัวอย่างเช่นเฉินซานและอิงหง ตอนนี้พวกเขาไม่เหมาะกับโอสถสารีริกธาตุ หากกินเข้าไปตอนนี้อาจจะเป็นการสูญเปล่า
หากจะมีการสูญเปล่าเกิดขึ้น เขายอมให้เกิดขึ้นได้แค่กับหลันเสวียนและอู๋ซินเยว่เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าเขาเห็นคุณค่าของสาวงามมากกว่ามิตรภาพ แต่เพียงเพราะมันคือความตั้งใจของเขานั่นเอง
เวลา 02.00 น.
หลังจากกลับมายังเทียนชิน เบย์ วิลล่าแล้ว โจวอี้ก็พบว่าในลานบ้านมีคนอยู่มากมาย
ร่างหนึ่งแวบออกมาจากอาคารวิลล่า
“อาจารย์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” โจวอี้ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ
“อะไรนะ ฉันมาไม่ได้เหรอ?” ฉู่เทียนฮุ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ! ผมดีใจที่อาจารย์มาที่นี่ จริง ๆ แล้วผมกำลังจะโทรหาอาจารย์อยู่พอดี” โจวอี้หัวเราะ
“จะเล่าข่าวดีให้ฟังใช่ไหม นายกลายเป็นบุคคลอันดับหนึ่งทั้งที่อยู่ต่ำกว่าระดับผสานเต๋า และยังได้ผ่านการทดสอบของบันไดสวรรค์ที่แปดมาแล้ว” ฉู่เทียนฮุ่ยยิ้ม
“ฮ่า ๆๆ” โจวอี้หัวเราะ
ทางด้านฉู่เทียนฮุ่ยนั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เธอไม่คาดว่าโจวอี้จะกลายเป็นอัจฉริยะ เป้าหมายหลักของเธอในการฝึกยุทธ์ให้โจวอี้คือการให้เขาเรียนรู้เกี่ยวกับโอสถและปรุงโอสถ เพื่อที่เขาจะได้เป็นนักหลอมโอสถที่เหนือกว่าตัวเธอเองในอนาคต
ทว่าใครจะไปคิดว่าโจวอี้ไม่เพียงแต่เรียนรู้การหลอมโอสถเท่านั้น แต่ยังมีพลังอย่างเหลือเชื่อในการฝึกยุทธ์อีกด้วย
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ!” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าว
“ครับ ๆ เชิญอาจารย์และผู้อาวุโสเข้ามาด้านใน” โจวอี้รีบเชิญพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้น ทุกคนก็มาถึงห้องรับแขกที่ชั้นหนึ่ง
เดิมทีโจวอี้วางแผนที่จะชงชาด้วยตัวเอง แต่ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างได้ จึงหยิบถ้วยเปล่ามาห้าใบ จากนั้นหยิบขวดหยกออกมา เปิดจุกออก และเทน้ำลายมังกรลงไปทั้งห้าถ้วย
“อาจารย์ นี่คือเครื่องดื่มของคุณ” โจวอี้ส่งน้ำลายมังกรครึ่งแก้วให้กับฉู่เทียนฮุ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เขาโบกมือเล็กน้อย ทันใดนั้นก็เกิดลมที่พัดมาโอบรอบถ้วยอีกสี่ใบทันที ถ้วยชาเหล่านั้นลอยขึ้นมาต่อหน้าคนทั้งสี่ที่มาพร้อมกับอาจารย์ของเขา
เขาหัวเราะและพูดว่า “ผมไม่มีอะไรจะให้พวกคุณ ผมหวังว่าพวกคุณจะยกโทษให้ผมนะครับ”
“ไม่มีปัญหา!”
ผู้อาวุโสในชุดสีแดงยิ้มเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับถ้วยใบหนึ่ง
อีกสามคนก็จับถ้วยเตรียมจะดื่ม
ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่อยู่ในถ้วย พวกเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
“นี่คือน้ำลายมังกร?” ผู้อาวุโสชุดแดงถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ครับ ผมหวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ” โจวอี้กล่าว
รังเกียจ?
มุมปากของผู้อาวุโสชุดแดงและอีกสามคนกระตุกพร้อมกัน ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของพวกเขาได้ในขณะนี้
นี่คือน้ำลายมังกร!
ของอร่อยล้ำค่าหายาก
ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ น้ำลายมังกรมีค่านับเป็น ‘หยด’
และครึ่งถ้วยนี้มีอย่างน้อยหนึ่งร้อยหยด!
ร้อยหยด!
โจวอี้เทให้พวกเขาทั้งห้าคน คนละครึ่งถ้วย เขาต้องร่ำรวยขนาดไหนถึงได้ให้น้ำลายมังกรมากมายขนาดนี้มาเป็นเครื่องดื่มต้อนรับ?
“เจ้าสำนัก…” ผู้อาวุโสชุดแดงมองไปทางฉู่เทียนฮุ่ย
“ในเมื่อเขาให้มาก็ดื่มกันเถอะ!” ฉู่เทียนฮุ่ยเหลือบมองไปที่โจวอี้และพบว่าชายหนุ่มยังคงดูสงบและไม่แสดงอาการลังเลใด ๆ
“ดีมาก” ผู้อาวุโสชุดแดงกล่าวอย่างยินดี ก่อนจะดื่มน้ำลายมังกรลงไปในคราวเดียว
ทว่าผู้อาวุโสอีกสามคนแสดงสีหน้าลำบากใจ ไม่รู้ว่าควรจะดื่มดีหรือไม่
“ผู้อาวุโสทั้งสาม เกิดอะไรขึ้น?” โจวอี้ถามด้วยความสับสน
“แค่ก แค่ก แค่ก เราไม่ใช่ระดับผสานเต๋า ถ้าเราดื่มน้ำลายมังกรหลายร้อยหยดในคราวเดียว เกรงว่าร่างกายของเราจะระเบิดเพราะพลังจิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวที่มีอยู่ในน้ำลายมังกร” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
“…”
โจวอี้เกาศีรษะอย่างเขินอาย
“ดื่มนิดหน่อย แล้วเก็บที่เหลือไว้” ฉู่เทียนฮุ่ยหัวเราะ
“ได้!”
ชายทั้งสามรีบจิบ แล้วจึงเก็บน้ำลายมังกรที่เหลือลงในขวดหยกที่พวกเขาพกมาด้วย
“เจ้าลูกศิษย์ นายเพิ่งร่ำรวยขึ้นมาหรือไง?” ฉู่เทียนฮุ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ ๆๆ ผมน่ะยากจนมาก” โจวอี้รีบโบกมือปฏิเสธ
“ดูสิ กลัวอะไรล่ะ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออะไรสักหน่อย ฉันมาเพื่อพานาย…” คำพูดของฉู่เทียนฮุ่ยชะงักไปเมื่อเธอเห็นขวดหยกสามขวดปรากฏขึ้นในมือของโจวอี้
“อาจารย์ ต่อให้อาจารย์จะไม่มาที่นี่ แต่ผมก็ตั้งใจจะเอาไปให้อาจารย์ด้วยตัวเองอยู่แล้ว!” โจวอี้หัวเราะเบา ๆ
“มันคืออะไร?” ฉู่เทียนฮุ่ยถามด้วยความขบขัน
“โอสถสารีริกธาตุ ผมมอบให้อาจารย์หนึ่งเม็ด เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพของผม และอีกสองเม็ดที่เหลือ ผมอยากให้อาจารย์ช่วยมอบให้ผู้อาวุโสเหลียงและผู้อาวุโสเวิงเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพของผม” โจวอี้ยิ้ม
โอสถสารีริกธาตุ?
ฉู่เทียนฮุ่ยรู้สึกประหลาดใจ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้อาวุโสอีกสี่คนก็มองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
พวกเขาไม่เข้าใจว่าโจวอี้จะมีของมีค่าเช่นนี้ได้อย่างไร
“เสี่ยวอี้ นายไปเอามาจากไหน?” ฉู่เทียนฮุ่ยถาม
“ผมซื้อมันมาจากตระกูลจีแห่งเสินหนง”
“นายรู้จักตระกูลจีได้ยังไง?”
“ตอนที่ผมไปที่คุนหลุน ผมบังเอิญเจอ…”
จ่กนั้นโจวอี้จึงเล่าว่าเขาพบกับจีหงเสาได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น ฉู่เทียนฮุ่ยก็พยักหน้า
สิบเอ็ดเม็ด!
โจวอี้มีโอสถสารีริกธาตุสิบเอ็ดเม็ด ซึ่งถือเป็นความมั่งคั่งสุด ๆ!
“โอสถระดับสวรรค์สิบเม็ดก็เทียบไม่ได้กับโอสถสารีริกธาตุเม็ดเดียว”
“นายให้ฉันแค่เม็ดเดียวเหรอ?” ฉู่เทียนฮุ่ยถามโดยแสร้งทำเป็นไม่พอใจ
“โธ่อาจารย์ ไม่ใช่ว่าผมอยากจะให้แค่เม็ดเดียวนะ! ก่อนหน้านี้ผมเคยให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งไปแล้ว และผมขอให้คุณส่งต่อให้กับผู้อาวุโสเหลียงและผู้อาวุโสเวิงด้วย นั่นก็สี่เม็ดแล้ว และผมต้องเหลือเม็ดหนึ่งให้แม่เฒ่าเทียนจี้ ส่วนที่เหลือถูกจัดสรรทั้งหมดแล้ว” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“พรืด…”
ฉู่เทียนฮุ่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “รู้วิธีพูดจานี่นา”
หลังจากที่เธอเก็บขวดหยกทั้งสามขวดแล้ว เธอก็หยิบขวดหยกอีกสี่ขวดออกมาแล้วโยนให้โจวอี้ “ตามที่ฉันเคยสัญญาไว้ เมื่อยาเม็ดสวรรค์เร้นลับหลอมขึ้นมาได้สำเร็จ ฉันจะส่งให้นายก่อน”
ยาเม็ดสวรรค์เร้นลับ?
ผู้อาวุโสของสำนักเราหลอมได้แล้วเหรอ?
เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที