หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 839 บทสนทนาตามประสาคู่รัก
บทที่ 839 บทสนทนาตามประสาคู่รัก
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว โจวอี้ก็มาอยู่ที่เซินเจิ้นมากกว่าครึ่งเดือนแล้ว นอกจากฝึกยุทธ์แล้ว ยังคอยอยู่เป็นเพื่อนภรรยาและลูกสาวทุกวัน ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตที่คฤหาสน์หรูบนยอดเขา นาน ๆ ทีจะไปเดินเล่นในเมือง
ระหว่างนี้มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับโจวเหมียวเหมี่ยว
เธอเป็นศิษย์ของจีหงเสา และได้ฝึกเคล็ดวิชาหล่อหลอมเสินหนงทุกวัน ความแข็งแกร่งด้านร่างกายจึงเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็นเท่าตัวทำให้เจริญอาหารมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงสูงขึ้นมากกว่าสองเซนติเมตรภายในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือน
ณ ชั้นสองของคฤหาสน์
ถังหว่านถือแท็บเล็ตและพลิกอ่านข้อมูลบางอย่าง
“อ่านอะไรอยู่เหรอ?” โจวอี้เดินเข้ามาถาม
“อ่านข้อมูลอสังหาของเมืองจินหลิงค่ะ” ถังหว่านตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้น
“ข้อมูลอสังหาเหรอ อ่านทำไมครับ?” เขาถามด้วยความงุนงง
“ไม่คิดว่าอยู่ ๆ ครอบครัวเราก็มีคนเพิ่มขึ้นตลอดเวลาบ้างเหรอคะ ถึงแม้วิลล่าของเราที่จินหลิงจะเชื่อมกันสองหลัง แต่ก็ยังมีห้องน้อยเกินไป ฉันคิดว่าควรย้ายไปอยู่บ้านที่ใหญ่ขึ้นค่ะ แล้วก็เอาแบบที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วย” ถังหว่านกล่าว
“ดีครับ! ภรรยาผมรู้จักใช้เงินแล้วสินะ” โจวอี้นั่งลงข้างเธอพลางยิ้มแซว
“พูดไปเรื่อย”
เธอมองค้อนก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง “ก่อนหน้านี้สถานะทางการเงินมันไม่เอื้อไงคะ ฉันเองก็ใช้เงินซื้อบ้านในย่านช็องเซลิเซ่ไปเยอะ แต่ว่าตอนนี้พอมีเงินมากขึ้นแล้ว แล้วก็มีคนอยู่ที่บ้านเยอะขึ้นด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะขยับขยายน่ะค่ะ”
“ก็มีเหตุผลนะ แล้วเจอที่ถูกใจไหม?” เขาถามพลางส่งยิ้ม
“ยังเลยค่ะ ฉัน… ฉันน่าจะจู้จี้จุกจิกเกินไปหน่อย” เธอบอกเสียงอ่อย
“หมายความว่ายังไง?”
“ฉันไม่ชอบบ้านมือสองที่มีคนอยู่มาก่อนค่ะ ถึงยังไงฉันก็ซื้อตั้งแพง ก็เลยคิดว่าบ้านใหม่น่าจะดีกว่า” เธออธิบาย
โจวอี้เข้าใจในทันที
เดิมทีเขาไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ ทว่าในเมื่อภรรยาไม่ชอบบ้านมือสอง เขาก็ยอมตามใจเธอ
“แล้วมีบ้านใหม่ ๆ ในจินหลิงไหม?” เขาถาม
“มีวิลล่าที่เปิดขายเมื่อครึ่งปีก่อนค่ะ เป็นคฤหาสน์หรูขนาดมากกว่าพันตารางเมตร ตกแต่งอย่างดี เพียงแต่ว่าราคามัน…” เธอมีท่าทีลังเล
ตอนนี้เธอมีเงิน แต่ราคาของมันมากกว่าพันล้านหยวน ทำเอาเธอกลั้นใจซื้อไม่ลง
“มากกว่าพันตารางเมตรเหรอ ไม่เล็กไปหน่อยเหรอ?” โจวอี้ขมวดคิ้วถาม
“ยังเล็กไปเหรอคะ?” เธอมีสีหน้างุนงง แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเล็กไปจริง ๆ
ทว่าวิลล่าในเมืองจินหลิง หากไม่เป็นคฤหาสน์หรูที่เปิดขายมาหลายปีก็ไม่เข้ามาตรฐานของเธอ จึงทำให้เธอลำบากใจอยู่บ้าง
“ซื้อที่ดินแล้วปลูกบ้านเองดีไหม?” โจวอี้แนะนำ
“กว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ได้ มันไม่นานไปเหรอคะ ถึงยังไงการสร้างบ้านก็ใช้เวลานาน การตกแต่งเองก็กินเวลาเหมือนกัน หลังจากนั้นก็ต้องรอเข้าที่เข้าทาง…”
“ครึ่งปีเอง อย่างมากครึ่งปีก็เอาอยู่แล้ว” โจวอี้บอกด้วยความมั่นใจ
ถังหว่านนึกตื่นเต้นในใจ อีกครึ่งปีเธอจะคลอดลูก หากคลอดลูกแล้วได้เข้าอยู่ในบ้านใหม่ทันทีก็คงดีไม่น้อย
“ได้ค่ะ เอาตามที่คุณบอกเลย ว่าแต่ต้องใช้เงินเท่าไหร่คะ? ฉันจะโอนให้คุณทีหลัง”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ตอนนี้สามีคุณมีเงินมากกว่าคุณแล้วนะ” โจวอี้กอดเธอไว้ในอ้อมแขนและบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง
“มีอยู่เท่าไหร่กันล่ะคะ?” เธอถามด้วยความสงสัย
“ถ้าเป็นเงินสกุลหยวนก็ไม่เยอะหรอก แต่ก็มีเงินดอลล่าร์เยอะมาก เดี๋ยวผมเอาไปแลกเป็นเงินหยวนทีหลัง อย่าว่าแต่สร้างวิลล่าหลังหนึ่งเลย ต่อให้เป็นสิบหลังก็ไม่มีปัญหา” เขายิ้ม
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เธอถามด้วยความแปลกใจ
“กิจการจะดำเนินต่อไปได้ก็ต้องมีเงิน ถ้าไม่ใช่ว่าใช้เงินหลายพันล้านหยวนซื้อสมุนไพรไปเมื่อหลายเดือนก่อน ชาตินี้เราไม่ต้องทำอะไรก็อยู่สุขสบายไปตลอดชีวิตแล้ว” โจวอี้ยิ้ม
ถังหว่านพูดไม่ออก
ไม่ใช่แค่ชาติเดียว
ต่อให้สามชาติยังไม่รู้ว่าจะใช้เงินหมดหรือเปล่า
“งั้นก็เอามาให้ฉันสิคะ” เธอบอก
“เอาไปทำไมครับ?” เขาถามด้วยความงุนงง
“มีเงินเยอะก็อย่าตื่นเต้นไปค่ะ”
โจวอี้พูดไม่ออกเช่นกัน
เขาไม่รู้ความคิดของเธอ แต่รับรู้ได้ว่าท่าทีของหญิงสาวเปลี่ยนไป
ถังหว่านขอเงิน ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นเรื่องผิดวิสัย ทว่าเธอคงรู้ว่าเขาหาเงินมาได้ง่าย ๆ จึงกลัวว่าจะถลุงจนหมด จึงฉวยโอกาสตอนที่เขามีเงินตัดสินใจขอเงินมาเก็บไว้เอง
นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่น
ถังหว่านเห็นว่าดูเหมือนเขาจะมีปัญหาเรื่องผู้หญิงเข้ามาติดพัน หากต่อไปมีหญิงแพศยามาสนใจเขา ก็อาจหลอกล่อเอาเงินของเขาไปได้ก้อนโต
ในฐานะภรรยาโดยชอบธรรมของเขา เธอควรที่จะคอยรักษากระเป๋าเงินเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพยายามทำให้มั่นใจว่าในภายภาคหน้าลูกสาวทั้งสองจะไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่และมีชีวิตที่สุขสบาย
“เสี่ยวหว่าน ขอผมถามอะไรอย่างหนึ่งสิ”
“ว่ามาสิคะ!”
“เราจะกลับจินหลิงกันเมื่อไหร่ครับ?” เขาถาม
“เก็บของแล้วกลับกันเลยก็ได้ค่ะ ลูกเองก็จะเปิดเทอมแล้วด้วย”
“จะให้ลูกกลับไปเรียนอนุบาลเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ช่วงนี้ฉันเองก็คิดเรื่องนี้ค่ะ ความรู้ของเธอเกินเด็กวัยนี้ไปแล้ว คงไม่เหมาะจะเรียนอนุบาลแล้ว เมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็โวยวายว่าไม่อยากไปเรียนเพราะไม่ชอบโรงเรียนอนุบาล ให้เธอไปเรียนประถมเลยดีไหมคะ?” ถังหว่านถามอย่างไม่แน่ใจนัก
“นิสัยเหมียวเหมี่ยวก็โตกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ความรู้ก็เยอะกว่า แถมช่วงนี้ก็ยังโตขึ้นมากด้วย คิดว่าอายุหกเจ็ดขวบแล้วด้วยซ้ำ ให้ลูกเข้าเรียนประถมเลยดีกว่า!”
“โอเคค่ะ ว่าแต่เรื่องโรงเรียน…”
“เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนี้เอง ผมจะหาโรงเรียนที่ดีที่สุดในเมืองจินหลิงให้ลูกให้ได้”
“ค่ะ!”
ถังหว่านไม่กังขาในความสามารถของสามีตนเองแต่อย่างใด ตอนนี้เธอยิ่งอุ่นใจและมีความสุขเสียด้วยซ้ำ
“เสี่ยวหว่าน มีอีกเรื่องหนึ่ง”
“อะไรเหรอคะ?”
“พอเรากลับเมืองจินหลิง ผมจะจัดการเรื่องโรงเรียนของลูกและสร้างบ้านใหม่ แล้วคงต้องออกเดินทางไปสักพักหนึ่ง พอดีมีเรื่องต้องไปจัดการให้เสร็จน่ะ” เขาบอกอย่างไม่สบายใจปนรู้สึกผิด
“จะไปไหนเหรอคะ?”
“เมืองเยี่ยเฉิงน่ะ แล้วก็มีอีกที่”
“ค่ะ ถ้ามีธุระต้องทำ ฉันจะช่วยคุณเอง” เธอเอ่ยจบก็นึกบางอย่างขึ้นได้ จึงเหลือบมองเขาและถามว่า “ช่วงนี้ฉันกับลูกมาที่นี่ เพื่อนเศรษฐีสกุลเซี่ยของคุณดูเหมือนจะไม่ได้กลับมาเลยไม่ใช่เหรอคะ”
เพื่อนเศรษฐีสกุลเซี่ย?
เซี่ยหลู่?
เธอรู้จักอีกฝ่ายได้อย่างไร?
โจวอี้ชะงักไปและพลันนึกถึงแม่บ้านและสาวใช้ที่บ้าน พวกเธอรู้จักเซี่ยหลู่กันทั้งนั้น คงมีคนพูดถึงต่อหน้าถังหว่าน
เขาใจหายยิ่งกว่าเดิม หลังจากกระแอมสองครั้งก็พูดว่า “หมายถึงเซี่ยหลู่เหรอครับ เธอเป็นนักธุรกิจใหญ่ น่าจะยุ่งมากเลย! จะมาเยี่ยมเราที่นี่บ่อย ๆ ได้ยังไงครับ!”
“แต่ฉันได้ยินมาว่าตอนที่ลูกกับฉันยังไม่มา ทุกครั้งที่คุณมาที่นี่ เธอก็จะมาหาทุกครั้งเลยนี่คะ?” ถังหว่านท้วง
“…”
ใครมันเป็นคนปากสว่างกัน?
สารภาพมาซะ!
เห็นทีจะต้องจัดการให้เข็ดหลาบ
โจวอี้ครุ่นคิดในใจ ทว่าสีหน้ากลับนิ่งเฉยพลางเอ่ยว่า “อาจเพราะยังไม่หายดีก็ได้ครับ ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมไปร่วมงานประมูลใต้ดินในตลาดมืดของโลกผู้ฝึกยุทธ์ที่เมืองเยี่ยเฉิง ผมถูกผู้ฝึกยุทธ์โจมตี เธอช่วยชีวิตผมเอาไว้ทำให้เจ็บหนัก ตอนนี้คงยังรักษาตัวอยู่”
“เธอช่วยชีวิตคุณเอาไว้เหรอคะ?”
ถังหว่านใจหายวาบทันที
เธอรู้นิสัยโจวอี้ดี สามีเธอเป็นคนแพ้ทางไม้อ่อนมากกว่าไม้แข็ง
หากใครเข้าหาเขาอย่างก้าวร้าว เขาจะผลักออกห่างทันที
ทว่าถ้าค่อย ๆ ไล่ต้อน เกรงว่าจะทำให้เขาใจอ่อนได้!
“ในเมื่อเธอเป็นคนช่วยชีวิตสามีฉันไว้จนเจ็บหนัก ฉันก็ควรไปเยี่ยมเธอสักหน่อยสิคะ” เธอเอ่ยเสียงนุ่ม