หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 840 ไฟไหม้หลังบ้าน
บทที่ 840 ไฟไหม้หลังบ้าน
โจวอี้งุนงงเล็กน้อย
เขารู้นิสัยถังหว่านและเซี่ยหลู่ดีกว่าใคร
คนหนึ่งเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ส่วนอีกคนใจร้อนราวกับไฟ
หากได้เจอกันจะไม่เป็นศึกปะทะกันและมีแต่จะเสียหายกันทั้งสองฝ่ายหรอกหรือ?
“อืม เดี๋ยวผมไปถามเธอให้นะว่าสะดวกหรือเปล่า” โจวอี้บอกด้วยท่าทีหนักแน่น พยายามข่มความอยากหนีไปจากตรงนี้
“ทำไมไม่โทรหาเลยล่ะคะ?” เธอแนะ
“ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ค่ะ! ไม่ได้เหรอคะ?”
“แค่ก ๆ ผมจะโทรให้เลย” โจวอี้ปกปิดความไม่สบายใจและหยิบโทรศัพท์ออกมา
“เปิดลำโพงสิคะ ฉันเองก็อยากขอบคุณเธอ” ถังหว่านยิ้ม
“…”
โจวอี้ต่อสายและเปิดลำโพง
เขาวิตกเพราะทุกครั้งที่เขาโทรหาเซี่ยหลู่ อีกฝ่ายมักเรียกเขาด้วยคำที่สนิทสนมหรือชวนให้เข้าใจผิด
“มีอะไร?” น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยของปลายสายดังมาจากโทรศัพท์
“คุณอยู่ที่ไหน ภรรยาผมรู้ว่าคุณช่วยชีวิตผมไว้ที่เมืองเยี่ยเฉิง เธอก็เลยอยากจะมาขอบคุณด้วยตัวเอง” เขารีบบอก
“ภรรยาคุณน่ะเหรอ?”
“ใช่ ถังหว่าน”
“เธอท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ? แล้วจะวุ่นวายทำไมกัน การช่วยชีวิตนายน่ะเรื่องเล็ก ไม่ต้องมาเกรงใจหรอก” เซี่ยหลู่เงียบไปชั่วขณะก่อนเอ่ยสำทับ “ฉันไม่ได้อยู่ในเมือง! งานยุ่งทุกวันเลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ไปดูแลภรรยาของนายเถอะ! ฉันมีผู้ชายดี ๆ คอยปกป้องดูแลอยู่…”
“อะแฮ่ม เอาเถอะ ในเมื่อคุณไม่อยู่ในเมืองก็ช่วยไม่ได้ ไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้นะ!” โจวอี้พูดจบก็วางสายโดยไม่ทิ้งช่องให้เซี่ยหลู่ทักท้วงอะไร
ถังหว่านมองเขาอยู่เงียบ ๆ มานานกว่าสิบวินาที ก่อนจะยกยิ้มและถามว่า “คุณดูสนิทกับคุณเซี่ยดีนะคะ”
“ก็พอตัวอยู่ครับ! พอดีทำธุรกิจด้วยกันมานาน แล้วผมก็คิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดีด้วย!” โจวอี้บอกด้วยความรู้สึกผิด
“เธอสวยมากด้วยสินะคะ ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวสวยอันดับหนึ่งในเซินเจิ้น เป็นปีศ่าจสาวแห่งโลกผู้ฝึกยุทธ์ แถมยังรวยมากด้วย” ถังหว่านยิ้ม
“คุณรู้เรื่องมาเยอะเลยนะ”
“เธอชอบคุณหรือเปล่าคะ?”
“มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบผู้ชายดี ๆ อย่างผมบ้างครับ” โจวอี้จงใจเอ่ยยกยอตนเอง
“หล่อตายแหละค่ะ”
ครั้นแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้เป็นการชั่วคราวแล้ว โจวอี้ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก
เมื่อเห็นว่าถังหว่านไม่พูดถึงเรื่องเซี่ยหลู่อีก เขาเองก็เปลี่ยนเรื่องทันที
ณ เมืองเยี่ยเฉิง
เซี่ยหลู่ปาโทรศัพท์ลงบนเตียงข้างตัว สีหน้าเกรี้ยวกราดฉายชัดบนใบหน้าสวย
“โมโหอะไรมา?” อู๋ซินเยว่หัวเราะพลางลูบหน้าท้องอยู่บนโซฟาอีกด้านหนึ่ง
“ต้องโมโหอยู่แล้วสิ ไอ้หมอนั่นรักหล่อนมากถึงขั้นโทรหาฉันต่อหน้าหล่อน มันใช่เรื่องไหม!” เซี่ยหลู่เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“พรืด…”
อู๋ซินเยว่อดขำออกมาไม่ได้
“ยังมีหน้ามาขำอีก หลายเดือนที่ผ่านมาที่ฉันมาอยู่กับเธอก็เพราะอะไร ก็เพื่อปิดบังเรื่องนี้จากหล่อนไม่ใช่เหรอ” เซี่ยหลู่บอกด้วยความไม่พอใจ “เมียหลวงกำลังประกาศศักดา เธอดันไม่รับรู้อะไรเลยหรือไง?”
“ฉันไม่สนใจต่างหาก!” อู๋ซินเยว่หัวเราะเบา ๆ
“ชิ เป็ดถึงตายแล้วก็ยังปากแข็ง[1]” เซี่ยหลู่เบ้ปาก เธอโน้มตัวไปหาอู๋ซินเยว่และหัวเราะร่า “ฉันว่าหลังบ้านของเขาคงไฟไหม้แล้วแน่ ๆ เลย”
“หมายความว่ายังไง?”
“ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ ที่เขาโทรหาฉันต่อหน้าภรรยาก็คงเพราะว่าถังหว่านรู้เรื่องบางอย่าง ก็เลยบีบให้เขาโทรหาฉัน แล้วฉันก็เดาว่าตอนที่โทรมาคงต้องเปิดลำโพงอยู่แน่นอน!”
อู๋ซินเยว่ขำกับคำพูดของเซี่ยหลู่
เธอเป็นคนจากโลกผู้ฝึกยุทธ์ คุ้นเคยกับการมีสามภรรยาสี่อนุของผู้ชายในโลกนั้น จึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้นัก ทว่าถังหว่านต่างออกไป…
เธอพลันนึกกังวลเรื่องโจวอี้ขึ้นมา
หากถังหว่านรู้เรื่องเธอกับเซี่ยหลู่จะยอมรับได้หรือ?
ปลายเดือนสิงหาคม
เครื่องบินโดยสารจากเซินเจิ้นไปยังจินหลิงลงจอดที่ท่าอากาศยานจินหลิง
ณ ทางออกของท่ากาศยาน
เฉิงฮ่าวและเหมิงเทียนอ้าวยืนข้างกัน ชายกำยำอีกแปดคนในชุดสูทยืนอยู่ด้านหลังพวกเขา
เมื่อโจวอี้กับพรรคพวกเดินออกมา สัมภาระทั้งหมดก็ถูกเหมิงเทียนอ้าวกับลูกน้องขนออกไป
เฉิงฮ่าวเจอภรรยาและเห็นว่าสีหน้าเธอสดใสดูอารมณ์ดี
“ขอบคุณเจ้านายมากจริง ๆ” เฉิงฮ่าวยิ้ม
“พี่น้องกันทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจครับ” โจวอี้โบกมือให้ก่อนจะถามว่า “สถานการณ์ที่จินหลิงโอเคดีไหม?”
“ทุกอย่างเป็นปกติดี” เฉิงฮ่าวตอบ
“เอาล่ะ ถ้างั้นก็ไปกัน!”
เมื่อทุกคนมาถึงลานจอดรถ โจวอี้ก็หันไปมองฉู่ซือซือ
“คุณครูซือครับ ได้ยินจากภรรยาว่าคุณชอบร้องเพลงเหรอครับ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ค่ะ” อีกฝ่ายพยักหน้าด้วยความเขินอาย
“ช่วงนี้หาเวลาแวะมาที่คอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์สิครับ! ต่อไปก็ตั้งใจให้เต็มที่” โจวอี้ยิ้ม
ฉู๋ซือซือตาเป็นประกายและรีบก้มหน้าขอบคุณเขา
“ซือซือ ไม่ต้องขอบคุณเราหรอกค่ะ ที่ผ่านมาคุณตามเราไปที่เซินเจิ้นและตั้งใจสอนหนังสือให้เหมียวเหมี่ยว เรารับรู้ทุกอย่างกับตาตัวเองค่ะ ถ้าจะมีใครต้องขอบคุณก็คงจะเป็นเรา” ถังหว่านยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยวฉันจะเข้าบริษัทพรุ่งนี้ คุณเองก็มาด้วยสิคะ! ถึงแล้วโทรหาฉันนะคะ”
“ได้ค่ะ”
โจวอี้มองถังหว่านอธิบายทุกอย่าง ก่อนจะสั่งให้คนไปส่งหลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือกลับบ้าน
หลังจากนั้น โจวอี้และครอบครัวก็กลับไปที่วิลล่าย่านช็องเซลิเซ่ โดยมีจีหงเสาติดตามมาด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาเองก็รู้สึกสบายใจมาก
แม้ว่าบ้านที่เซินเจิ้นจะใหญ่และหรูหรากว่าที่นี่ แต่ที่นี่เป็นที่อยู่แรกของเขาหลังจากเข้ามาอยู่ในเมือง ด้วยเหตุนี้นอกจากหมู่บ้านโจวเมี่ยวแล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นบ้านของเขามากที่สุด
หลายวันต่อมา
นอกจากโจวอี้จะพาอาจารย์มาให้ลูกสาวเป็นการส่วนตัวแล้ว เขายังตัดสินใจหาสถานที่สร้างคฤหาสน์หลังใหม่
เขากับหวงไห่เทายืนข้างกันแถว ๆ บริเวณที่จะทำการก่อสร้าง
“โจวอี้ นายคิดจะสร้างวิลล่าใหม่ที่นี่เหรอ?” หวงไห่เทาถามพลางมองทิวทัศน์รอบข้างด้วยความงุนงง
“ใช่ ที่นี่แหละ” โจวอี้ตอบขณะยิ้มรับ
“ต่อให้อยากสร้างโรงเรียนที่นี่ด้วย แต่ในอนาคตจะไม่ต้องมาอยู่เหรอ ถึงการคมนาคมที่นี่จะสะดวกสบาย แต่ว่าก็ไม่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ โรงพยาบาล หรือโรงเรียนที่นี่เลยนะ จะไม่อยู่ลำบากไปหน่อยเหรอ?” หวงไห่เทาถามพลางยิ้มเจื่อน
“ไม่หรอก สร้างได้!” โจวอี้ยิ้ม
“แล้วจะใช้เงินเท่าไหร่?” หวงไห่เทากลอกตาขณะถามอย่างไม่เห็นด้วยนัก
“ใช้เงินเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ ได้ลงทุนระยะยาวแบบนี้ก็คุ้มแล้ว! ดูที่ดินรกร้างแถวนี้สิ ถ้าผมซื้อเอาไว้หลายพันหมู่[2]ก็คงพอแล้ว” โจวอี้ยิ้ม
“หลายพันหมู่เหรอ? บ้าไปแล้ว จะไม่ถลุงเงินมากไปเหรอน่ะ?” หวงไห่เทาท้วง
“ที่พูดมาก็ถูก ผมก็ถลุงเงินมากไปจริง ๆ นั่นแหละ” โจวอี้ยิ้ม
เขาคิดอย่างรอบคอบมาหลายวันแล้วว่าในอนาคตเมื่อสร้างโรงเรียนเสร็จจะมีเด็กไร้บ้านมาอยู่และเข้าเรียนที่นี่ ตอนนี้เขามีเงินแล้ว จึงตัดสินใจสร้างที่นี่เป็นอาณาเขตของตน
“สร้างโรงเรียน ที่อยู่ วิลล่า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และโรงพยาบาล ต่อไปจะมีนักเรียนมาอยู่ที่นี่จำนวนมาก ผมเชื่อว่าภายในสิบปีต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึงแน่” โจวอี้เอ่ยเสียงเข้ม
“อย่าเพิ่งพูดถึงอย่างอื่นเลย เอาแค่บ้านก่อนเถอะ ถ้าสร้างแล้วจะขายให้ใคร?” หวงไห่เทาถาม
“ใครบางคนจะมาซื้อแน่” โจวอี้ยิ้มอย่างมีเลศนัย
[1] เป็ดถึงตายแล้วก็ยังปากแข็ง ใช้เปรียบเทียบกับคนที่ดื้อรั้น ไม่ยอมรับความผิดตัวเอง
[2] หมู่ (亩) หรือไร่จีน 1 หมู่ เท่ากับ 666.67 ตารางเมตร