หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 843 เพื่ออนาคตของลูกสาว
บทที่ 843 เพื่ออนาคตของลูกสาว
ภายในห้องปรับอากาศที่เย็นสบาย โจวอี้ขอให้ใครสักคนนำผ้าห่มมาคลุมขาของถังหว่าน ก่อนที่เขาจะพูดคุยเรื่องบริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวนกับเหมิงเทียนอ้าวต่อไป
ถังหว่านนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบงัน แต่ขณะที่เธอฟัง จู่ ๆ เธอก็นึกตำหนิตัวเอง
นับตั้งแต่โจวอี้มาถึงเมืองจินหลิง เขาได้ทำอะไรมากมายเพื่อเธอและดูแลลูกสาวเป็นอย่างดี แม้จะต้องออกไปข้างนอก แต่ก็ยังหาคนมาดูแลลูกสาวอย่างเต็มที่ แต่เธอรู้เรื่องของเขาน้อยเกินไป เธอคงจะช่วยอะไรโจวอี้ได้ไม่มากนัก
ถังหว่านรู้ว่าโจวอี้ติดค้างเธออยู่มาก แต่นี่ไม่ใช่วิธีที่คู่รักควรทำ
เธอชอบร้องเพลง เขาจึงตั้งบริษัทบันเทิงให้เธอ และเมื่อเธอต้องการออกไปทำงาน เขาก็ยังหาคนมาคอยปกป้องเธอ
แต่แล้วเขาล่ะ?
ตอนที่เขาถูกทำร้ายและเกือบจะถูกฆ่า เธอเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน และมันมาจากปากของเขาเอง
ในฐานะภรรยาของเขา เธอรู้สึกว่าตนเองบกพร่องต่อหน้าที่
ถังหว่านมองไปที่ใบหน้าของโจวอี้ด้วยความคิดนับไม่ถ้วนที่วิ่งวนอยู่ในใจ
ต่อจากนี้ไปเธอจะฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง เพราะแม้แต่กระแสในประเทศก็ยังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเริ่มฝึกยุทธ์
เธอต้องเข้มแข็ง เพราะเธอจะช่วยเขาได้ก็ต่อเมื่อเธอแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ช่วยเขา…แก้แค้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
โจวอี้เพิ่งคุยกับเหมิงเทียนอ้าวเสร็จ เขาหันไปหาถังหว่านและถามด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหว่าน คุณได้ยินทุกอย่างที่พวกผมเพิ่งคุยกันไปใช่ไหม?”
“อืม!” ถังหว่านพยักหน้าเงียบ ๆ
“ตอนนี้คุณคิดว่ายังไง? คุณยินดีที่จะให้เหมียวเหมี่ยวเรียนที่นี่ไหม? ไม่ต้องกังวลนะ ถ้าคุณโอเค แต่ละสัปดาห์ลูกเราจะอยู่ที่นี่ห้าวัน ส่วนอีกสองวันก็กลับมาอยู่กับพวกเรา” โจวอี้กล่าว
“โอเคแน่นอนค่ะ” ถังหว่านพยักหน้า
โจวอี้ยิ้ม
เมื่อเรื่องการเรียนของลูกสาวได้รับการจัดการจนเสร็จสิ้น ในที่สุดเขาก็สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นอกจากนี้ เขายังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่อยากให้ลูกสาวเรียนที่นี่ และเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้บอกถังหว่านด้วยซ้ำ
ในอนาคต ลูกสาวของเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เธออาจต้องรับภาระบางอย่างไปจากเขาด้วย และเธอก็ต้องการคนที่ไว้ใจได้มาอยู่รอบกาย
ใช่…โจวอี้ต้องการปลูกฝังคนใกล้ชิดของเธอที่จะคอยปกป้องและช่วยเหลือเธอตั้งแต่อายุยังน้อย
“ในบรรดาเด็ก ๆ ที่เพิ่งมาใหม่ มีเด็กผู้หญิงคนไหนที่โดดเด่นเป็นพิเศษในแง่ของรูปร่างหน้าตา และเหมาะสมกับการฝึกเป็นพิเศษไหม?” โจวอี้ถามเหมิงเทียนอ้าว
“มีสองคนครับ”
“พาพวกเธอมาพบฉันหน่อย” โจวอี้สั่ง
“ครับ!”
หลังจากการเตรียมการของเหมิงเทียนอ้าว เด็กผู้หญิงสองคนก็ถูกพาตัวมาที่นี่ทันที
พวกเธอมีอายุประมาณแปดหรือเก้าปี มีส่วนสูงพอ ๆ กัน และมีรูปร่างที่ดูบอบบาง แต่เมื่อพวกเธอเห็นโจวอี้และถังหว่าน พวกเธอก็ดูเหมือนจะตื่นตระหนก
หลังจากอ่านข้อมูลของเด็กหญิงตัวน้อยทั้งสองแล้ว โจวอี้ก็ถามด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเธอชื่ออะไร?”
“กู่เซี่ยวเซี่ยว”
“กู่เถียนเถียน”
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคนตอบอย่างกระวนกระวาย
โจวอี้กวักมือเรียกพวกเธอและพบว่าพวกเธอขี้อายเกินกว่าจะก้าวออกมาข้างหน้า เขาจึงหัวเราะและพูดว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันคือโจวอี้ เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งนี้และเป็นคนที่ดูแลพวกเธอ จากนี้ไป ที่นี่จะเป็นบ้านของพวกเธอ และเราจะเป็นครอบครัวของเธอ มานี่สิ”
ผู้ดูแลของพวกเธอ?
กู่เซี่ยวเซี่ยวและกู่เถียนเถียนมองหน้ากัน จากนั้นก็กล้าที่จะเข้าไปใกล้โจวอี้มากขึ้น
เมื่อโจวอี้มองใบหน้าเล็ก ๆ ที่น่ารักของพวกเธอแล้วก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งขึ้น
พวกเธอเป็นเด็กแฝด พ่อแม่ของพวกเธอเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ และย่าของพวกเธอก็เสียชีวิตจากอาการป่วย ญาติพี่น้องก็ปฏิบัติด้วยไม่ดีนัก โดยเฉพาะป้าที่รับเลี้ยงพวกเธอไว้ชั่วคราวมักจะใช้พวกเธอในการหาเงิน พวกเธอมักจะถูกอีกฝ่ายทุบตีหรือดุด่า
และเมื่อการถูกทุบตีได้สร้างความเจ็บปวดมากจนเกินไป พวกเธอจึงหนีออกมา
เด็กแฝดซึ่งตอนนั้นอายุยังไม่ถึงเจ็ดขวบได้แอบปีนขึ้นไปบนรถบรรทุกขนส่งผัก พวกเธอถูกพาตัวออกจากเมืองเล็ก ๆ ในมณฑลซานตงไปยังฉินเฉิงทางตอนเหนือของปักกิ่ง พวกเธอเร่ร่อนอยู่ที่นั่นเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี ก่อนจะถูกบริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวนพบเจอ และพาตัวกลับมาที่เมืองจินหลิง
“ลองยื่นมือขวาออกมาหน่อยนะ” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เด็กน้อยทั้งสองยื่นมือขวาออกมาอย่างเชื่อฟัง
นิ้วของโจวอี้วางอยู่บนตำแหน่งชีพจรของพวกเธอ เขาจับชีพจรของพวกเธออย่างเงียบ ๆ สักครู่ จากนั้นก็ตรวจสอบร่างกายของพวกเธอ สุดท้ายจึงลูบหัวน้อย ๆ ของพวกเธอเบา ๆ รอยยิ้มของเขาพลันสดใสยิ่งขึ้น
กระดูกของพวกเธอยอดเยี่ยมมาก เกิดมาเพื่อเป็นนักสู้!
ปัญหาเดียวคือเลือดและพลังงานของพวกเธอยังไม่สมบูรณ์ อาจเป็นเพราะการขาดสารอาหารมาในระยะยาว
ก๊อก ก๊อก…
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกเคาะ และเอ้อร์หู่ก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
“เหมียวเหมี่ยวอยู่ที่ไหน?” โจวอี้ถามขณะเงยหน้าขึ้นมอง
“หัวหน้า เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ” เอ้อร์หู่พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“อุบัติเหตุอะไร?”
“นักเรียนที่คุณส่งมาจากโรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้า พวกเขาทั้งหมดรู้สึกตื่นเต้นทันทีที่เห็นเหมียวเหมี่ยว ก็เลยเอะอะและต้องการจะประลองกับเธอ จากนั้น…” เอ้อร์หู่ดูเหมือนว่าจะไม่
สามารถพูดต่อได้แล้ว
“พวกเขาเริ่มต่อสู้กันแล้วเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ใช่ครับ และเด็กกว่าร้อยคนทั้งหมดได้ถูกเหมียวเหมี่ยวจัดการแล้ว”
“ฮ่า ๆๆ…”
โจวอี้ระเบิดเสียงหัวเราะ เขารู้ว่าทำไมเด็กเหล่านั้นถึงตื่นเต้นที่ได้เห็นเหมียวเหมี่ยวและทำไมพวกเขาถึงได้อยากสู้กับเธอ ต้องย้อนกลับไปที่โรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้า ตอนนั้นพวกเขาทั้งหมดถูกเหมียวเหมี่ยวจัดการ และตอนนี้พวกเขาคงจะอยากแก้มือด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้อีกครั้ง
กู่เซี่ยวเซี่ยวและกู่เถียนเถียนตัวสั่นทันทีที่ได้ยินชื่อของเหมียวเหมี่ยว ความกลัวเผยออกมาผ่านแววตา
พวกเธอเพิ่งเห็นกลุ่มพี่ชายและน้องสาวกลุ่มหนึ่งถูกโจวเหมียวเหมี่ยวทุบตีจนฟกช้ำดำเขียว ดูแล้วช่างเป็นภาพที่น่ากลัว
สำหรับพวกเธอแล้ว โจวเหมียวเหมี่ยวจึงถูกตราหน้าว่าเป็น ‘สาวน้อยมือหนัก’
“โจวอี้ คุณกำลังหัวเราะเหมียวเหมี่ยวอยู่นะ ลูกยังเด็กมาก ทำไมต้องให้เธอไปต่อสู้อยู่ตลอดเวลา” ถังหว่านพูดขึ้น
“เสี่ยวหว่าน ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์น่ะ ผู้อยู่รอดคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แม้แต่กฎหมายก็ไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้มากนัก ต้องแข็งแกร่งขึ้นและมีประสบการณ์ในการต่อสู้เท่านั้น ถึงจะสามารถมีชีวิตที่มั่นคงและวางใจได้” โจวอี้อธิบาย
“…”
ถังหว่านเงียบไป
เธอรู้ว่าโจวอี้มีเหตุผล แต่เธอไม่อยากให้ลูกสาวของเธอหันไปพึ่งการต่อสู้ เพราะมันอาจนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัสได้
โจวอี้ยิ้ม เขาหันมามองกู่เซี่ยวเซี่ยวกับกู่เถียนเถียน และถามด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเธอเพิ่งได้เจอเหมียวเหมี่ยวใช่ไหม พวกเธอคิดว่าเธอเป็นยังไง?”
“เธอมีพลังมากค่ะ พวกเรากลัวเธอ” กู่เซี่ยวเซี่ยวผู้กล้าหาญกล่าวอย่างระมัดระวัง
“แล้วพวกเธออยากจะมีพลังเหมือนเหมียวเหมี่ยวไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“อยากค่ะ!”
เด็กทั้งสองตอบพร้อมกัน
เพราะตลอดหนึ่งปีที่อยู่ตามท้องถนน พวกเธอถูกตีนับครั้งไม่ถ้วน และหลายครั้งก็ปรารถนาให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง
“พวกเธอแน่ใจไหม?”
“ค่ะ!”
“ถ้าฉันให้เธออยู่เคียงข้างเหมียวเหมี่ยวตลอดไป คอยฟังเธอ ไปกับเธอ ปกป้องเธอ พวกเธอจะเต็มใจไหม?” โจวอี้ยังคงถามด้วยรอยยิ้ม
“แต่เราเก่งสู้เธอไม่ได้” กู่เซี่ยวเซี่ยวกล่าว
“ไม่มีปัญหา ฉันสามารถสอนทักษะอันทรงพลังให้กับพวกเธอได้ ตราบใดที่พวกเธอฝึกหนัก พวกเธอจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก จากนั้นพวกเธอจะไม่เพียงสามารถปกป้องตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังปกป้องลูกสาวของฉันโจวเหมียวเหมี่ยวได้ด้วย”
เด็กทั้งสองมองหน้ากัน
พวกเธอเข้าใจดี การที่ประสบความยากลำบากมากมายมาตั้งแต่อายุยังน้อย วุฒิภาวะทางจิตใจของพวกเธอนั้นจึงล้ำหน้ากว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมาก พวกเธอเข้าใจว่าหากพวกเธอตอบตกลงในวันนี้ พวกเธอจะต้องติดตามโจวเหมียวเหมี่ยวเสมอ และเกือบจะเหมือนสาวใช้ของอีกฝ่าย
“เซี่ยวเซี่ยว เถียนเถียน ถ้าพวกเธอตกลง ฉันจะให้สภาพความเป็นอยู่ที่ดีแก่พวกเธอ และฉันจะพยายามเลี้ยงดูพวกเธอให้ดีที่สุด แม้แต่อาหาร เสื้อผ้า และความต้องการอื่น ๆ ก็ไม่น้อยไปกว่าเหมียวเหมี่ยวเลย พวกเธอสามารถถือว่าเหมียวเหมี่ยวเป็นน้องสาวที่พวกเธอต้องคอยติดตามและปกป้องเธอ และถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน” โจวอี้กล่าว
“คุณยินดีเลี้ยงพวกเราตลอดไปจริง ๆ น่ะเหรอ คุณจะไม่ตีพวกเราใช่ไหม?” กู่เถียนเถียนถามอย่างลังเล
“แน่นอน ฉันจะไม่ตีพวกเธอ ฉันจะดูแลพวกเธอเหมือนลูกของฉันเอง” โจวอี้สัญญา
“พี่คะ ฉันตกลงค่ะ” กู่เถียนเถียนหันไปบอกพี่สาวฝาแฝด
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็เอาด้วย” กู่เซี่ยวเซี่ยวพยักหน้า