หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 844 เหมียวเหมี่ยวปะทะครูฝึก
บทที่ 844 เหมียวเหมี่ยวปะทะครูฝึก
ณ ลานฝึก
โจวเหมียวเหมี่ยวนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ มองบรรดาพี่สาวพี่ชายตรงหน้าที่อยู่ในสภาพฟกช้ำดำเขียวและดูขายหน้า เธอรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที
เธออารมณ์ดีมากทีเดียว แม้ว่าจะยังไม่ได้ใช้แรงอย่างเต็มที่ก็ยังสามารถสู้ได้สบาย ๆ
ตรงหน้าเธอคือเด็กชายหญิงนับร้อย แต่ละคนอยู่ในสภาพเหมือนมะเขือยาวช้ำ ๆ ที่ถูกแช่แข็งพวกเขาก้มหน้าไม่กล้าปริปากสักคำ แม้ว่าพวกเขาจะหงุดหงิดแต่ก็ไม่มีปัญญาสู้ได้ จึงได้แต่จำใจยอมแพ้
ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ความอยากเอาชนะตีตื้นขึ้นมาในใจ พวกเขาหมายมั่นว่าต่อไปจะตั้งใจฝึกให้หนักขึ้น และเอาชนะโจวเหมียวเหมี่ยวให้ได้ในสักวัน
ส่วนกลุ่มเด็กที่เพิ่งถูกส่งมาที่นี่ก็ได้มามุงดูและจับจ้องไปที่โจวเหมียวเหมี่ยว สายตาเบิกกว้างทั้งหวาดกลัวและตกตะลึง และยังมีหลายคนนึกชื่มชมอยู่ในใจ
ทว่าครูฝึกหลายคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับมีรอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้า
พวกเขานึกไม่ถึงว่าเด็กที่อายุน้อยและเป็นคุณหนูเศรษฐีจะมีพลังและเกรี้ยวกราด จนถึงขนาดที่ล้มเด็กอายุมากกว่าเป็นร้อยคนได้ด้วยตัวคนเดียว!
มิหนำซ้ำเด็กส่วนใหญ่ที่แพ้ยังเป็นเด็กวัยรุ่นอีกด้วย
“อาหลง อยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง” สมาชิกคนหนึ่งกระซิบบอกขณะสะกิดเพื่อนร่วมงาน “คุณหนูยังไม่ได้ออกแรงเต็มที่เลย”
“ฉันเองก็คิดเหมือนกัน” ชายหนุ่มที่ชื่อว่าอาหลงบอกพร้อมรอยยิ้มเจื่อน
“คิดว่าถ้าคุณหนูใช้กำลังเต็มที่ เธอจะแข็งแกร่งแค่ไหนกัน จะสู้พวกเราได้ไหม?” ชายหนุ่มอีกคนถาม
“ไม่รู้สิ ทำไมไม่ลองดูล่ะ?” อาหลงหัวเราะขณะถามเสียงเบา
“ช่างเถอะน่า! พวกเรามาจากกองกำลังพิเศษกันนะ ส่วนใหญ่ก็ฆ่าคนเป็นกันทั้งนั้น เธอเป็นลูกสาวในไส้ของเจ้านาย ถ้าเราทำเธอบาดเจ็บ ต่อให้เจ้านายไม่ว่า แต่หัวหน้าคงได้ถลกหนังเราแน่” ชายหนุ่มส่ายหน้า
ห่างออกไปมากกว่าสิบเมตร
โจวเหมียวเหมี่ยวยินดีกับชัยชนะของตน เมื่อหันไปก็ได้ยินอาหลงกับชายหนุ่มอีกคนกำลังก้มหน้าซุบซิบบางอย่างกัน
กองกำลังพิเศษอย่างนั้นเหรอ?
เห็นว่าแข็งแกร่งมากไม่ใช่เหรอ?
ถ้าลองท้าสู้จะใช้กำลังทั้งหมดที่มีได้หรือเปล่า?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาทันทีอย่างไม่อาจควบคุม
ร่างเล็กลอยขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ ก่อนจะโบกมือให้อาหลงพลางตะโกนว่า “พวกคุณสองคนนั้นมานี่หน่อยสิคะ!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเด็กน้อย อาหลงกับจินเทาก็สบตากันปริบ ๆ ทว่าลังเลเพียงครู่หนึ่งก็ก้าวไปหาเธอ
“คุณหนู เรียกพวกเขามามีอะไรเหรอครับ?” อาหลงถามพร้อมรอยยิ้ม
“พวกคุณมาจากกองกำลังพิเศษเหรอคะ? แบบที่เห็นในละครน่ะเหรอ ที่ทั้งเก่งแล้วก็ยิงปืนได้น่ะเหรอคะ?” เธอถามด้วยความสงสัย
“อ่า… ใช่ครับ”
อาหลงพยักหน้าทั้งที่รู้สึกตงิดใจว่าคุณหนูผู้นี้รู้ได้อย่างไร
โจวเหมียวเหมี่ยวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะชี้มาทางพวกเขาทั้งสอง “ในเมื่อพวกคุณแข็งแกร่ง งั้นก็มาสู้กันค่ะ! แต่ว่าหนูอาจจะมือหนักหน่อยนะคะ ถ้าเจ็บไปก็ตะโกนดัง ๆ เลย หนูจะผ่อนแรงให้ค่ะ”
“หา?”
ทั้งสองงุนงง
คุณหนู… อยากจะท้าสู้กับพวกเขาอย่างนั้นหรือ?
นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน
ต่อให้เธอเอาชนะเด็กเป็นร้อยคนได้ แต่ว่าเด็กพวกนั้นก็อายุแค่เท่าไหร่กันเชียว
“ไม่ได้ครับ ๆ ถ้าเราทำคุณหนูบาดเจ็บจะ…”
“พูดอะไรคะ! มาสู้กันเถอะค่ะ”
โจวเหมียวเหมี่ยวรวบรวมพลังดวงดาวก่อนที่มันจะพลุ่งพล่านในตัว เธอกระโจนขึ้นและเหวี่ยงหมัดเล็ก ๆ โจมตีอาหลงที่อยู่ตรงหน้าทันที
“เร็วมาก”
สีหน้าอาหลงเปลี่ยนไปทันใด เขารีบยกแขกขึ้นป้องกันหมัดของโจวเหมียวเหมี่ยว ทว่ากลับถูกกระแทกจนกระเด็นถอย แขนบริเวณที่ถูกโจมตีเจ็บเจียนตาย
โจวเหมียวเหมี่ยวหมุนตัวเตะจินเทาที่ไหล่ ทำเอาอีกฝ่ายกระเด็นไปไกลมากกว่าสี่ห้าเมตร
“อ่อนแอกันจังเลยค่ะ” เด็กน้อยเอ่ยฟึดฟัด
อาหลงกับจินเทาเพิ่งตั้งหลักได้ พวกเขาข่มความเจ็บและมองโจวเหมียวเหมี่ยวราวกับกำลังเห็นปีศาจตัวน้อย
พวกเขาฝึกยุทธ์มามากแล้ว!
ตอนนี้อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลาย ผนวกกับประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมาอย่างโชกโชน ทำให้ทักษะการต่อสู้แข็งแกร่งมาก
ทว่า!
กลับถูกสาวน้อยคนนี้ถีบจนกระเด็นภายในคราวเดียวได้อย่างไร?
“คุณหนู อย่าใจร้อนไป พวกเขาต่างก็เป็นครูฝึก ไม่เหมาะจะสู้กับคุณหนูหรอกครับ” ครูฝึกวัยกลางคนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจื่อน
“ครูฝึกหมายถึงอะไรคะ ก็คือคุณครูอย่างนั้นเหรอ?” เธอถาม
“ใช่ครับ แบบเดียวกันเลยครับ” อีกฝ่ายตอบด้วยรอยยิ้ม
“แบบนี้ก็ไม่ได้สิคะ! พ่อหนูบอกให้มาเรียนและฝึกยุทธ์ที่นี่ แต่ครูกลับอ่อนแอจนสู้หนูไม่ได้ แล้วจะให้หนูมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” โจวเหมียวเหมี่ยวถามด้วยความงุนงง
หา?
คุณหนูมาเรียนและฝึกยุทธ์ที่นี่หรือ?
อีกฝ่ายตกใจ ในขณะที่ครูฝึกคนอื่นรอบตัวต่างมีสีหน้างุนงงและอึ้งงัน
“ผมจะสู้กับคุณหนูเอง” อาหลงสะบัดแขนและเอ่ยเสียงเข้ม
“อาหลง เงียบน่า” ครูฝึกวัยกลางคนเอ่ยปรามเสียงแข็ง
“คุณหนูแข็งแกร่งมาก ผมรับรู้ได้ว่าคงไม่ด้อยไปกว่าผม ผมเลยอยากจะสู้กับเธอครับ” อาหลงบอก
“เธอ…”
“คุณหนูครับ ยังอยากสู้ไหมครับ?” อาหลงหันมาถามเด็กน้อย
“สู้สิคะ! ถ้าชนะหนูได้ หนูจะให้เป็นครูเลย แต่ถ้าหนูชนะ หนูจะหาครูที่เก่งกว่านี้ค่ะ” เธอบอกด้วยความใสซื่อ
“ตกลงครับ!”
อาหลงสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะโบกมือขึ้น “เข้ามาเลยครับ”
“ได้เลยค่ะ!”
โจวเหมียวเหมี่ยวยังไม่ทันพูดจบ ร่างเล็กของเธอก็พุ่งมาหาอาหลง เพียงพริบตาเดียวก็ลงมือจู่โจมเขา
เธอทะยานขึ้นกลางอากาศและต่อยเข้าที่ศีรษะอาหลงทันที
ปั้ก!
คราวนี้อาหลงยกแขนขึ้นกันไว้อีกครั้ง
ทว่าในจังหวะที่หมัดของเด็กน้อยแตะโดนแขนเขา เธอก็เอนตัวและยกเท้าถีบอกของเขาจนกระเด็น
โครม!
ร่างของเขาร่วงลงไปกองกับพื้นห่างออกไปเจ็ดแปดเมตร
โจวเหมียวเหมี่ยวเกาท้ายทอยและพูดว่า “อ่อนแอไปหรือเปล่าเนี่ย? เขายังไม่ถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ใช่ไหมเนี่ย?”
ยังไม่ถึงอย่างนั้นหรือ?
ใช้คำนี้… มันจะมากเกินไปหน่อยไหม!
ครูฝึกวัยกลางคนและครูฝึกอีกนับสิบที่อยู่ไม่ห่างออกไปต่างตกตะลึง พวกเขาไม่นึกเลยว่าคุณหนูที่อายุเพียงห้าหกขวบจะมีพลังมากมายปานนี้
แม้ว่าอาหลงจะไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นไปถึงระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลายแล้ว!
ทำไมถึงยังรับมือกับการโจมตีของคุณหนูไม่ได้?
“ขอผมลองบ้าง” จินเทารู้สึกว่าอาหลงออมมือเกินไป เขาจึงตัดสินใจออกโรงแทน
“คุณคงไม่อ่อนแอใช่ไหมคะ?” โจวเหมียวเหมี่ยวถามด้วยความสงสัย
“ไม่ต้องห่วงครับคุณหนู ผมไม่อ่อนแอแน่” จินเทาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“ดีค่ะ ไม่อย่างนั้นคงสู้ไม่สนุก” เธอดูเหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงชี้หน้าเขาและพูดว่า “คุณลงมือก่อนเลย! ไม่ต้องรอหนูลงมือก่อนหรอก”
“โอเค!”
แม้เขาจะรู้สึกขายหน้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังก้าวไปข้างหน้าและใช้กำลังส่วนใหญ่จู่โจมเธอ
ความเร็วเท่านี้…
ช้าเกินไป!
ครูฝึกทุกคนที่ค่ายลับต่างก็เก่งกันมากไม่ใช่หรือ?
ดวงตาโจวเหมียวเหมี่ยวฉายแววฉงน เธอหลบการโจมตีของเขาก่อนจะม้วนตัวกลับไปถีบไหล่อีกฝ่ายรัว ๆ ในคราวเดียว
“อั่ก…”
จินเทาเซถอยไปหลายก้าว เขายกมือขึ้นกุมไหล่พลางหอบหายใจ
เจ็บมาก!
เร็วอะไรขนาดนี้
รุนแรงมากเสียด้วย
เด็กห้าหกขวบแข็งแกร่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ?
“คุณหนูคะ เลิกสู้เถอะค่ะ พวกเขาไม่ได้เป็นคู่แข่งของคุณหรอก” อิงหงโพล่งบอก
ทันใดนั้น อาหลงกับจินเทาก็หน้าแดงเป็นตูดลิง
น่าอายมาก!
น่าอายที่สุด!
อย่างน้อยพวกเขาก็เคยอยู่กองกำลังพิเศษที่แข็งแกร่งมาก่อนไม่ใช่หรือ?
ฝึกยุทธ์มาจนถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลายแล้ว แต่ตอนนี้กลับเอาชนะเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่ได้ แล้วต่อไปจะยังมีหน้าไปเป็นครูฝึกให้เด็กคนอื่นได้อย่างไร