หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 848 อะไรทำเงินได้เร็วที่สุด?
บทที่ 848 อะไรทำเงินได้เร็วที่สุด?
เซี่ยหลู่อาจจะยังอายุน้อย แต่เธอได้เห็นอะไรมาแล้วมากมาย เมื่อโจวอี้พูดถึงชื่อ ‘โอสถสารีริกธาตุ’ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ
จะเป็นไปได้ยังไง?
สิ่งนั้นมีอยู่จริงในโลกนี้เหรอ?
ในบันทึกประวัติศาสตร์ไม่ได้กล่าวไว้ว่าโอสถสารีริกธาตุใกล้จะสูญหายไปแล้วหรอกเหรอ?
โจวอี้ได้มันมาจากไหน?
แล้วเขาเอาให้เธอง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ริมฝีปากของเซี่ยหลู่ขยับ เธอมองแผ่นหลังของโจวอี้และอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
เธอควรกล่าวขอบคุณไหม?
ไม่จำเป็น
ในไม่ช้าก็เร็ว เธอจะกลายเป็นผู้หญิงของเขา การกล่าวขอบคุณเขานั้นจะดูเป็นทางการเกินไป
แต่แท้จริงแล้วเขาได้ให้ ‘โอสถสารีริกธาตุ’ ซึ่งเป็นโอสถชั้นยอดนี้กับเธอ เขามีความรู้สึกต่อเธอจริงหรือ?
ทันใดนั้น เซี่ยหลู่ก็รู้สึกว่าการตัดสินใจของเธอที่จะช่วยเหลือเขาโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของเธอเองเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
ผู้ชายคนนี้ให้ความสำคัญกับความรักและความชอบธรรม
“เขาคงจะจดจำความใจดีของฉันไว้ในใจเสมอ”
“อย่ายืนเฉย ๆ มาช่วยผมด้วย” โจวอี้หันมาบอก
“อ่า โอเค ๆ”
หลังจากที่เซี่ยหลู่เก็บโอสถไปแล้ว เธอก็เริ่มช่วยงานโจวอี้
หลังจากนั้นไม่นาน…เซี่ยหลู่อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ที่รัก ฉันขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม?”
“ผมรู้สึกว่ามันจะไม่ใช่ข่าวดี” โจวอี้หัวเราะ
“จะฟังไหม?”
“ได้สิ บอกมา”
“ซินเยว่กับฉันกำลังขาดเงินอยู่เยอะมาก”
“พวกคุณขาดเงินเหรอ? พวกคุณร่ำรวยมากในโลกธุรกิจไม่ใช่เหรอ? ขาดเงินเท่าไหร่ล่ะ?” โจวอี้ถามด้วยความสับสน
“ประมาณห้าหมื่นล้านถึงหนึ่งแสนล้านหยวน ยังไม่แน่ใจจำนวนที่แน่นอน แต่ยิ่งมากก็ยิ่งดี” เซี่ยหลู่กล่าว
“พวกคุณทำอะไรถึงต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้น?” โจวอี้ถาม
“เดิมทีฉันมีโครงการขนาดใหญ่เตรียมไว้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง จู่ ๆ หุ้นส่วนของทั้งสองก็ถอนการลงทุนและปฏิเสธที่จะดำเนินการต่อ ซินเยว่ก็เลยตัดสินใจร่วมมือกับฉัน เงินลงทุนทั้งหมดที่ต้องใช้อยู่ระหว่างสองแสนห้าหมื่นล้านถึงสามแสนล้านหยวนจากที่เราลงทุนไปแสนล้านหยวน เราก็เลยยังขาดเงินลงทุนอยู่อีกเยอะ” เซี่ยหลู่บอกเขาอย่างตรงไปตรงมา
“โครงการอะไร?” โจวอี้ถาม
“เราวางแผนที่จะพัฒนาเกาะ เกาะนี้ค่อนข้างใหญ่ แม้ว่าสภาพแวดล้อมบนเกาะจะไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าเราพัฒนามัน ปลูกต้นไม้และวางแผนอย่างดี เราก็สามารถเปลี่ยนเกาะให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศได้” เซี่ยหลู่กล่าวอย่างมั่นใจ
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้าและถามว่า “รับเงินดอลลาร์ไหม? ผมจะโอนเงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์ให้คุณ”
“นายมีเงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์จริงเหรอ?” เซี่ยหลู่ตกตะลึง
เธอรู้ว่าโจวอี้ซื้อสมุนไพรไปหลายหมื่นล้านหยวนในปีที่แล้ว และแม้ว่าเขาจะร่ำรวย แต่เขาก็น่าจะใช้เงินเกือบทั้งหมดไปแล้ว ดังนั้นเธอและอู๋ซินเยว่จึงคิดที่จะขอให้โจวอี้ทำยาต้มอี้เฉินเพื่อขายสู่ตลาด
แต่เขากลับบอกว่ามีเงินดอลลาร์ และสามารถจ่ายพันล้านดอลลาร์ได้อย่างง่ายดาย
ผู้ชายคนนี้มีเงินเท่าไหร่?
เขาเอาเงินมากมายมาจากไหน?
“นายเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?”
“คุณคิดว่าวิธีไหนที่จะหาเงินได้เร็วที่สุด” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ฆ่าคน วางเพลิง ปล้น นาย…” เซี่ยหลู่ตกตะลึง
“ฉลาดนี่” โจวอี้ชมเชย จากนั้นก็เช็ดมือที่เปียกแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมโอนเงินให้เซี่ยหลู่
“เดี๋ยวก่อน นายให้เงินหยวนได้ไหม? มันลำบากมากในการแลกเปลี่ยน” เซี่ยหลู่กล่าว
“ค่อนข้างยุ่งยากนะ แต่ผมไม่มีเงินหยวนมากขนาดนั้น” โจวอี้พูดอย่างหมดหนทาง
“แต่นายมีวิธีหาเงิน!”
“ทางไหน?”
“ยาต้มอี้เฉิน”
“…”
โจวอี้พูดไม่ออก
ยาต้มอี้เฉินเป็นของดีจริง ๆ แต่เขาทำไปกี่ขวดแล้วตั้งแต่ออกมาจากภูเขาชางหลาง?
แต่ละครั้งเป็นหมื่นขวด?
ต้องต้มต่อ?
เขาจะต้องต้มต่อไปจนกว่าเขาจะป่วยตาย
“ทำไม?” เซี่ยหลู่ถาม
“ผม…”
โจวอี้กำลังจะแย้ง ทันใดนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
ยาต้มอี้เฉินนั้นทำได้ง่าย ถ้าเขาไม่ได้ทำเองแต่ให้คนที่ไว้ใจได้ทำมัน ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้หลายหมื่นขวดในระยะเวลาอันสั้น
แต่เขาควรจะให้ใครเป็นคนทำ?
โจวอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกขึ้นมาได้
ชายหนุ่มทำอาหารสี่อย่างและซุปอีกหนึ่งอย่าง ทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยสีสัน กลิ่น และรสชาติที่ดีเยี่ยม
เมื่ออู๋ซินเยว่กำลังรับประทานอาหาร เขาก็ออกไปข้างนอกและกดต่อสายหาใครบางคน
“หมอโจว คุณจะเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลแล้วหรือยังคะ?” เสียงของเหลียนซานดังมาจากปลายสาย
“ยังครับ เอาไว้คราวหน้าผมจะไป” โจวอี้ตอบแล้วถามกลับไปว่า “หมอเหลียน ผมขอถามคุณหน่อย คุณขาดเงินบ้างหรือเปล่า?”
“ฮะ?”
เหลียนซานรู้สึกสับสน แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พูดว่า “ก็ไม่นะคะ”
“บอกผมมาว่าคุณมีเงินเท่าไหร่?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“หลายล้านค่ะ” เหลียนซานตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เงินแค่นิดเดียว แล้วคุณบอกว่าคุณไม่ได้ขาดเงินเนี่ยนะ” โจวอี้เอ่ยเย้า
“แค่ก จริง ๆ แล้วมันก็ไม่มาก เพราะค่าครองชีพก็สูงมากแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และครอบครัวของฉันก็ไม่ได้ต้องการเงินมากมาย ฉันจึงค่อนข้างสบายใจ” เหลียนซานหัวเราะ
“คุณต้องการหารายได้พิเศษไหม? ถ้าคุณเต็มใจ ผมช่วยคุณขอลางานจากผู้อำนวยการเฉินได้”
“คุณต้องการให้ฉันทำอะไรคะ?”
“อย่าถามว่าผมต้องการให้คุณทำอะไรเลย สิ่งที่คุณต้องรู้ก็คือช่วยผมสักสองเดือน และผมจะให้ค่านายหน้าสิบล้านหยวน”
“ได้ค่ะ”
“อืม งั้นมาที่เยี่ยเฉิง! เมื่อคุณมาถึงที่นี่แล้ว ผมจะส่งคนไปรับคุณที่สนามบิน”
“ค่ะ!”
ณ เมืองจินหลิง
เหลียนซานวางสายด้วยรอยยิ้ม หลังจากรักษาผู้ป่วยไปแล้วหลายเคส เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างเฉินเจียนหรง และทราบว่าเธอสามารถลางานได้
“สิบล้าน!”
“เขาต้องการให้ฉันทำอะไรในช่วงสองเดือนนี้เนี่ย? อาจเป็นอะไรที่รุนแรงอย่างการฆาตกรรมหรือการลอบวางเพลิง?”
“ไม่ ไม่ ไม่ หมอโจวเป็นคนใจดี เขาไม่ให้ฉันทำแบบนั้นหรอก”
“….”
เหลียนซานรีบเก็บข้าวของและออกไปทันที
เธอกลับไปบ้านเพื่อบอกครอบครัวว่าเธอกำลังจะไม่อยู่ที่ที่สักสองเดือน จากนั้นก็รีบเก็บเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นแล้วรีบไปสนามบิน
ตอนที่เธอมาถึงสนามบินเยี่ยเฉิงก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว
เพียงไม่นาน เธอก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งถือป้ายที่อ่านว่า “จินหลิง เหลียนซาน”
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเหลียนซานจากจินหลิง”
“สวัสดีค่ะคุณเหลียน เรียกฉันว่าเซียวลี่ก็ได้”
“คุณเซียวลี่ หมอโจวขอให้คุณมารับฉันใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ”
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“คุณจะรู้เองเมื่อคุณไปถึงที่นั่นค่ะ”
หลังจากนั้น เมื่อรถมาถึงเชิงเขาบริเวณชายทะเลแห่งหนึ่ง เหลียนซานก็สังเกตเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองสามคน
แต่สิ่งที่ตามมานั้นน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า เพราะหลังจากผ่านไปหลายเส้นทาง รถก็เข้าสู่วิลล่าหรูที่เหมือนปราสาท มันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“คุณเซียวลี่คะ ที่นี่คือที่ไหนกันแน่?” เหลียนซานอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้งก่อนที่จะลงจากรถ
“เจ้านายของฉันคืออู๋ซินเยว่ คนที่ร่ำรวยที่สุดในเยี่ยเฉิงค่ะ แต่การพาคุณมาที่นี่ไม่ใช่ความตั้งใจเจ้านายของฉัน คุณโจวเป็นคนขอให้ฉันพาคุณมา” เซียวลี่อธิบายด้วยรอยยิ้ม
อู๋ซินเยว่?
เหลียนซานไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
แต่คำว่า ‘บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเยี่ยเฉิง’ นั้นยังคงตรึงใจเธอ