หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 847 ทำไมนายไม่ช่วยเธอ?
บทที่ 847 ทำไมนายไม่ช่วยเธอ?
ณ คฤหาสน์บนยอดเขา
อู๋ซินเยว่กำลังดูเอกสารในมือ ดวงตาของเธอกะพริบด้วยท่าทางครุ่นคิด
ในฐานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเยี่ยเฉิง ทรัพย์สินส่วนตัวของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ใกล้จะถึงหลักแสนล้านหยวนแล้ว และคนที่เธอฝึกฝนให้เป็นมือขวา ตอนนี้ก็สามารถแบ่งเบาภาระของเธอได้แล้ว เป็นผลให้ธุรกิจของเธอไม่เพียงแต่ไม่ได้รับผลกระทบในระหว่างที่เธอตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย
ทางด้านเซี่ยหลู่กำลังถือโทรศัพท์มือถือยืนอยู่ข้างหน้าต่างเพื่อโทรออก ความมั่งคั่งของเธอน้อยกว่าอู๋ซินเยว่ เธอมีทรัพย์สินส่วนตัวประมาณเจ็ดถึงแปดหมื่นล้านหยวน
ไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอรู้ว่าถังหว่านกลับจินหลิงแล้ว ดังนั้นเธอจึงรีบกลับไปเซินเจิ้นเพื่อจัดการเรื่องธุรกิจบางอย่าง แต่เมื่อวันครบกำหนดคลอดของอู๋ซินเยว่ใกล้เข้ามา เธอจึงกลับมายังเยี่ยเฉิงตั้งแต่เมื่อวานนี้
“ทำกันแบบนี้เรอะ!”
หลังจากจบประโยค เซี่ยหลู่ก็วางสายทันที
เธอหันไปมองที่อู๋ซินเยว่ และพบว่าอู๋ซินเยว่ก็มองมาที่เธอเช่นกัน
“สองบริษัทนั่นน่ะ พวกเขาจะกลับคำจริง ๆ เหรอ?” อู๋ซินเยว่ถาม
“ใช่ พวกเขาต้องถูกลาเตะหัวมาแน่ ๆ พวกเขาล้มเลิกดีลที่ทำกำไรได้ ฉันจะบ้าตายแล้วเนี่ย” เซี่ยหลู่โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะและพูดด้วยความหงุดหงิด
“น่าลงทุนไหม?” อู๋ซินเยว่ถามด้วยรอยยิ้ม
“เธอ? ไม่ใช่ว่าเธอไม่สนใจการพัฒนาเกาะหินมาก่อนเหรอ?” เซี่ยหลู่ถามด้วยความประหลาดใจ
“เมื่อก่อนฉันไม่สนใจ แต่ตอนนี้ฉันสนใจแล้ว! ยังไงซะมันก็เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ แม้ว่าตอนแรกจะมีกำไรไม่มาก แต่ก็สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องถ้าทำได้ดีขึ้น” อู๋ซินเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แน่ใจนะ โปรเจกต์หลายแสนล้าน สุดท้ายก็เสี่ยงขาดทุนนะ” เซี่ยหลู่ลังเล
“ถ้าเธอกล้าลงทุน ทำไมฉันต้องกลัวล่ะ อย่างแย่ที่สุด…ถ้ากำไรน้อยลง เราก็สามารถเปลี่ยนเกาะหินให้เป็นสวนส่วนตัวของเราได้” อู๋ซินเยว่กล่าวด้วยท่าทีสบาย ๆ
“ก็จริง”
เซี่ยหลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะเพิ่มการลงทุนอีกสามพันล้านหยวน รวมเป็นแสนล้านหยวน แล้วเธอล่ะ…เธอวางแผนจะลงทุนเท่าไหร่?”
“ฉันจะลงทุนแสนล้านหยวนด้วย! บังเอิญว่าหลายโครงการภายใต้บริษัทดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว และการเพิ่มทุนก็ค่อนข้างดี” อู๋ซินเยว่กล่าว
“รวมเป็นสองแสนล้านหยวน… ก็ยังน้อยไป จะเป็นการดีที่สุดถ้าเราสามารถไปถึงระหว่างสองแสนห้าหมื่นถึงสามแสนล้านหยวน” เซี่ยหลู่กล่าว
“ถ้างั้นเราจะหาคนอื่นมาลงทุนด้วย” อู๋ซินเยว่กล่าว
“เราจะหาใคร?”
“ในหมู่พวกเรามีใครมีเงินอีกบ้าง?” อู๋ซินเยว่ถามด้วยรอยยิ้ม
“‘ในพวกเรา?’
เซี่ยหลู่ขมวดคิ้ว คิดอยู่หลายนาทีก็ยังไม่รู้ว่าใครจะสามารถหาเงินห้าหมื่นหรือแสนล้านหยวนมาได้ง่าย ๆ
ทันใดนั้น
ดูเหมือนเธอจะได้ยินเสียงบางอย่าง และเมื่อเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งขับเข้ามาและจอดอยู่บริเวณที่จอดรถ
“โจวอี้?”
แววตาของเซี่ยหลู่สว่างขึ้น เธอหันไปมองอู๋ซินเยว่ทันที
เธอเห็นอู๋ซินเยว่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“จริงเหรอ? เธอหมายถึงว่าให้เขาลงทุนด้วยเหรอ? เขายังมีเงินอยู่ในมือเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” เซี่ยหลู่ถามอย่างลังเลใจ
“ถ้าเขาต้องการ เขาก็หามันมาได้ง่าย ๆ” อู๋ซินเยว่ลูบท้องกลม ๆ ของเธอด้วยรอยยิ้ม “อย่าลืมสิ เขาสามารถทำยาต้มอี้เฉินได้ด้วย”
แววตาของเซี่ยหลู่สว่างวาบขึ้นมาทันที
ถูกต้อง!
ยาต้มอี้เฉินที่โจวอี้ผลิตสามารถขายได้ในราคาสี่แสนหยวนต่อขวด ถ้าเขาสามารถผลิตได้สองหมื่นถึงสามหมื่นขวด ก็จะสามารถหาเงินได้หนึ่งหมื่นสองพันล้านหยวนอย่างง่ายดาย
“หลู่หลู่ ฉันจะบอกอะไรให้นะ” อู๋ซินเยว่กล่าวขึ้นว่า “ตอนนี้โจวอี้ตั้งราคายาต้มอี้เฉินไว้ที่สี่แสนหยวนต่อขวด แต่มีบางอย่างที่เธออาจไม่ได้สนใจ นั่นก็คือตอนนี้ยาต้มอี้เฉินในตลาดน่ะ มีราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านหยวนต่อขวดเลยล่ะ”
“สูงขนาดนั้นเลยเหรอ?” เซี่ยหลู่ตกใจมาก
“ก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม ราคานี้อาจไม่คุ้ม แต่หลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม ข้อมูลด้านการศึกษาที่รัฐบาลเพิ่งประกาศออกมาอาจทำให้ราคายาต้มอี้เฉินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเป็นอย่างต่ำ” อู๋ซินเยว่กล่าว
เซี่ยหลู่ตาเป็นประกาย
ถูกต้อง!
ยาต้มอี้เฉินดีต่อร่างกายมาก และแนวโน้มของคนทั้งประเทศที่หันมาฝึกยุทธ์นั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว การดื่มยาต้มอี้เฉินหนึ่งขวดจะสามารถปรับปรุงร่างกายของคนธรรมดาได้ดี
ดังนั้นราคาตลาดจะต้องพุ่งแน่นอน
“เราลองคุยกับเขาดีกว่า” เซี่ยหลู่พูดด้วยความตื่นเต้น ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรบางอย่างได้จึงพูดต่อทันทีว่า “ตอนนี้เขาสนใจเธออยู่นะ และด้วยนิสัยของเขา เขาจะไม่ปฏิเสธเธอ เพราะงั้นเธอก็ต้องเป็นคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมา”
“แต่เธอเป็นคนรับผิดชอบโครงการเกาะหิน เธอก็เป็นคนพูดเองสิ” อู๋ซินเยว่กล่าว
“ก็เธอเสนอชื่อเขาขึ้นมาเองนะ”
“สรุปว่าเราทั้งคู่จะไม่พูดใช่ไหม?”
เซี่ยหลู่รู้สึกรำคาญมากจนต้องกลอกตา
ก๊อก ก๊อก…
ประตูห้องรับรองถูกเคาะ จากนั้นโจวอี้ก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“คนสวย ทำไมยังอยู่ที่เยี่ยเฉิงล่ะ คุณไม่ได้ไปดูแลธุรกิจในเซินเจิ้นเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่ธุระอะไรของนาย!” เซี่ยหลู่รู้สึกหงุดหงิด
เธอไม่ยอมรับว่าเธอหลีกเลี่ยงถังหว่าน และเพิ่งมาพักในเยี่ยเฉิงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
โจวอี้ยิ้ม เขาเดินมาอยู่ข้าง ๆ อู๋ซินเยว่และถามเบา ๆ ว่า “อีกนานไหมกว่าจะถึงกำหนดคลอด?”
“เร็ว ๆ นี้แหละ” อู๋ซินเยว่ตอบ
“ขอสัมผัสได้ไหม?”
“อืม!”
ใบหน้าของอู๋ซินเยว่เปลี่ยนเป็นสีแดง เธอรีบหลบสายตาเขาทันที
ทารกในครรภ์ของเธอดูเหมือนจะรู้สึกถึงมืออันอบอุ่นของโจวอี้และเริ่มเคลื่อนไหว
หัวใจของโจวอี้พลันสั่นไหว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงทารกได้อย่างชัดเจน
แต่…เจ้าตัวเล็กดูกระสับกระส่าย
เขาใช้เท้า…เตะมือหรือเปล่า?
รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าของโจวอี้ในขณะที่เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ จากฝ่ามือของเขา
หลังจากนั้นไม่นาน ดูเหมือนว่าทารกในครรภ์จะเหนื่อยจากการเล่น จึงกลับมาสงบลงอีกครั้ง
“ฉันหิว” อู๋ซินเยว่พูดเบา ๆ
“ผมจะทำของอร่อยให้คุณกินนะ” โจวอี้ดึงมือกลับและยืนขึ้น
“หลู่หลู่ เธอต้องไปช่วยด้วย!” อู๋ซินเยว่ยิ้ม
“เหอะ!”
เซี่ยหลู่รู้ว่าอู๋ซินเยว่กำลังคิดอะไรอยู่ จึงออกจากห้องไปก่อนพร้อมกับกลอกตา
“คุณสองคนทะเลาะกันหรือเปล่า?” โจวอี้ถามเมื่อเห็นเซี่ยหลู่มีท่าทีแปลกไป
“ไม่!” อู๋ซินเยว่ตอบด้วยรอยยิ้ม
“แต่ทำไมเธอถึง…”
“เธออิจฉาที่ฉันกำลังจะมีลูกชายไง ทำไมนายไม่ช่วยเธอหน่อยล่ะ?”
‘…’
โจวอี้ลำบากใจ จึงรีบออกจากห้องไปทันที
เมื่อเขาไปถึงห้องครัว เขาเห็นเซี่ยหลู่กอดอกพิงประตูกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
…เธออิจฉาอู๋ซินเยว่จริง ๆ เหรอ?
แต่เขาจะช่วยเรื่องนี้ได้ยังไง?
เขาต้องทำมันจริง ๆ เหรอ?…
แค่กแค่ก..
โจวอี้หัวเราะแห้ง ๆ และแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลย เขาเดินผ่านเซี่ยหลู่เข้าไปในครัว มองดูส่วนผสมอย่างตั้งใจและพูดอย่างเฉยเมยว่า “ช่วงนี้คุณทำงานอย่างหนักเลย ผมจะให้ของดีบางอย่าง”’
“อะไร?” เซี่ยหลู่ถาม
เธอไม่ได้รู้สึกว่าทำงานหนัก แต่เธอต้องการของดี
โจวอี้โชคดีที่หยิบโอสถสารีริกธาตุมาด้วย เขาพูดว่า “ถ้าคุณรับไป การฝึกยุทธ์ของคุณจะสามารถก้าวหน้าต่อไปได้มาก แต่มันก็เป็นการสิ้นเปลืองนิดหน่อย”
“อะไรอยู่ข้างใน?”
“โอสถสารีริกธาตุ”