หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 859 คร้านจะเข้าไปแทรกแซง
บทที่ 859 คร้านจะเข้าไปแทรกแซง
เมื่อลี่ไห่รุ่ยหยิบบอลโลหะสีดำขึ้นมา โจวอี้ก็ถึงกับตกใจ แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันทรงพลังแค่ไหนแต่ก็จำได้ว่าตนเองเคยถูกบอลเหล็กที่คล้ายกันนี้โจมตี และมันก็มีพลังทำลายล้างที่น่ากลัว
อีกทั้งเขายังนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ลูกบอลโลหะนั้นสามารถปล่อยลำแสงได้
ตอนที่เขาถูกผู้แข็งแกร่งจากนิกายอสูรดำโจมตีที่เมืองเยี่ยเฉิง มันได้ปล่อยลำแสงที่ทำร้ายผู้แข็งแกร่งและทำให้เขาต้องหนีออกมา
ซ่อนตัว!
ต้องไปซ่อนตัว!
โจวอี้หยุดโจมตีและกลายร่างเป็นศรคมกริบพุ่งตรงไปยังผู้แข็งแกร่งของนิกายอสูรดำที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตร
บอลโลหะสีดำในมือลี่ไห่รุ่ยถูกใช้งาน เมื่อเจ้าตัวขว้างออกมา มันก็ปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันน่าเกรงขาม
ทว่ากลับต้องมาโมโหเพราะโจวอี้เลิกโจมตี และพุ่งไปหลบทางกลุ่มสมาชิกนิกายอสูรดำและนิกายอเวจีโลหิตแทน
แล้วจะทำอย่างไร?
หากบอลโลหะสีดำนี้ถูกใช้งาน ต่อให้โจวอี้จะตาย แต่สมาชิกนิกายอสูรดำและนิกายอเวจีโลหิตก็จะถูกฆ่าและบาดเจ็บไปด้วย
“ให้ตายเถอะ!”
“เวรเอ๊ย!”
ลี่ไห่รุ่ยโมโหแต่ยังไม่ได้สติแตก คนเหล่านั้นต่างก็เป็นพี่น้องและเพื่อนฝูงของเขา
เขาทั้งโกรธและรู้สึกขัดใจ ทว่าท้ายที่สุดก็กัดฟันโจมตีไปทางคนสำนักดาบซูซันและสำนักสดับลม
บอลโลหะสีดำโจมตีเป้าหมายที่อยู่ในระยะห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร
ตู้ม!
แรงระเบิดรุนแรงทำให้ผู้แข็งแกร่งจากสำนักดาบซูซันและสำนักสดับลมถึงกับร่างกระเด็นไปตาม ๆ กัน
เพียงไม่กี่อึดใจ สมาชิกจากสำนักดาบซูซันสองคนและจากสำนักสดับลมอีกหนึ่งคนก็เสียชีวิต ส่วนคนอื่น ๆ นั้นหากไม่บาดเจ็บสาหัสก็ยังได้รับบาดเจ็บมาบ้าง
เลี่ยหยงป้าเองก็บาดเจ็บเช่นกัน ทว่าเป็นคนที่บาดเจ็บน้อยที่สุด
เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีระดับการฝึกยุทธ์ต่ำที่สุดในกลุ่ม จึงยืนอยู่ด้านหลัง
หลังจากการระเบิด เขาพยายามข่มความเดือดดาลในใจและมองดูความสูญเสียตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่น
เขาจินตนาการไม่ออกว่าหากยืนอยู่ด้านหน้าจะมีสภาพอย่างไร
อาจจะ… ถูกระเบิดจนไม่เหลือชิ้นดี
ลี่ไห่รุ่ยตายแล้ว
เขาไม่ได้ตายเพราะแรงระเบิด แต่ตายเพราะถูกโจมตีก่อนหน้านี้และยิ่งบาดเจ็บหนักจากฝีมือของโจวอี้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากระเบิดยังทำให้เปลวไฟติดเสื้อผ้าของเขาและมอดไหม้จนจำร่างไม่ได้
โจวอี้คลี่ยิ้ม
เขามองภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจตรงหน้าก่อนจะหันไปมองจ้านเฟิง เกาหาน และพรรคพวก
ตั้งแต่เลื่อนระดับครั้งล่าสุด เขาก็พบว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก
‘ต่อไปนี้ถ้าเจอผู้แข็งแกร่งจากนิกายอสูรดำอีก ต่อให้ฆ่าไม่ได้ก็มั่นใจว่าจะหนีได้’
‘ถึงแม้ตาแก่นั่นจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังห่างชั้นกับบรามี่’
‘ต่อไปนี้เราต้องตั้งใจฝึกยุทธ์และไปให้ถึงอีกระดับให้ได้’
‘ถึงตอนนั้น ต่อให้เจอผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าจากนิกายอสูรดำก็ยังมีกำลังพอจะสู้ได้’
โจวอี้ครุ่นคิดเงียบ ๆ
จ้านเฟิง เกาหาน และกลุ่มดาบดาราทั้งสี่คนต่างมองมาที่โจวอี้ด้วยแววตาประหลาดใจ
เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขา
โจวอี้หลบระเบิดจากบอลโลหะนั้นได้ เห็นได้ชัดว่าลี่ไห่รุ่ยจากนิกายอสูรดำไม่ต้องการให้คนของนิกายอสูรดำและนิกายอเวจีโลหิตตายไปพร้อมกับโจวอี้ ในชั่วขณะสุดท้ายจึงได้โยนระเบิดลูกนั้นไปทางคนสำนักดาบซูซันและสำนักสดับลม ทำให้คนจากสองสำนักบาดเจ็บและล้มตาย
“โจว… โจวอี้ เราควรช่วยคนอื่นหรือเปล่า?” จ้านเฟิงถามขึ้นหลังจากนึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ช่วยคนเหรอ?
โจวอี้ได้สติทันทีเมื่อถูกเรียกขัดความคิด
ในฐานะศิษย์สำนักโอสถและแพทย์แผนจีน ย่อมเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะช่วยชีวิตคนและรักษาอาการบาดเจ็บ
“ช่วยสิครับ!” โจวอี้รีบเข้าไปหาคนจากสำนักดาบซูซันและสำนักสดับลม
ขณะนี้ศิษย์สำนักดาบซูซันและสำนักสดับลมมีสภาพไม่สู้ดีนัก พวกเขาแทบจะกระอักเลือดออกมา
อีกทั้งยังรู้ว่าเดิมทีลี่ไห่รุ่ยต้องการจะใช้ระเบิดเพื่อฆ่าโจวอี้ แต่กลับโยนมาทางพวกเขาเพราะโจวอี้หลบไปทางนิกายอสูรดำและนิกายอเวจีโลหิต
ทว่าจะโทษใครได้?
โทษโจวอี้อย่างนั้นหรือ?
พวกเขารู้ดีแก่ใจว่าไม่ใช่ความผิดของโจวอี้
โจวอี้มาที่นี่เพื่อช่วยพวกเขา ทว่าสุดท้ายกลับต้องสู้กับลี่ไห่รุ่ยจากนิกายอสูรดำเพียงลำพัง
“รับโอสถฟื้นฟูนี่ไปสิครับ”
โจวอี้มาหาคนที่บาดเจ็บสาหัสที่สุดสามคน ทว่าเขายื่นโอสถฟื้นฟูให้เพียงสองเม็ด เพราะถึงอย่างไรคนจากสำนักดาบซูซันคนหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัสก็ยังมีเกล็ดมังกรคอยปกป้อง เขาจึงไม่ได้ให้โอสถไป
ยิ่งคนเคารพเขาเท่ามากไหร่ เขาก็เคารพกลับไปมากเท่านั้น
ผู้อาวุโสจากสำนักดาบซูซันไม่ไว้ใจเขา ทว่าเขาก็คร้านจะสนใจความเป็นความตายของอีกฝ่ายเช่นกัน
เขาฝังเข็มและรมยาเพื่อรักษาบาดแผลให้คนอื่น ๆ
ใช้เวลาร่วมสี่ห้านาทีในการปฐมพยาบาลให้คนที่เหลือ
ตอนนี้เองที่เขาเห็นว่าคนจากนิกายอสูรดำและนิกายอเวจีโลหิตพุ่งเข้ามาหา ในขณะที่กองกำลังอื่นมีสีหน้ามาดร้ายคล้ายพร้อมจะจู่โจมได้ทุกเมื่อ
“ส่งเกล็ดมังกรมา ไม่อย่างนั้นจะฆ่าโดยไม่มีการปรานีอะไรทั้งนั้น!” ผู้แข็งแกร่งจากนิกายอเวจีโลหิตกล่าว
“เราไม่มีทางให้เกล็ดมังกรหรอก!” ชายชราจากสำนักดาบซูซันที่ได้รับการปกป้องจากเกล็ดมังกรตะคอกกลับ แม้จะไม่พอใจโจวอี้และบาดเจ็บสาหัสอยู่ ทว่าเขาก็ไม่คิดจะส่งเกล็ดมังกรให้
“งั้นก็ตายซะ!” ผู้แข็งแกร่งจากนิกายอเวจีโลหิตมองมาทางโจวอี้
โจวอี้ส่งสัญญาณให้จ้านเฟิงและเกาหาน รวมถึงดาบดาราทั้งสี่ พวกเขาทั้งเจ็ดรีบออกห่างจากกลุ่มคนจากสำนักดาบซูซันและสำนักสดับลมพลางเอ่ยเสียงเรียบ “เราไม่สนใจการต่อสู้ของพวกคุณหรอกนะ ถึงยังไงเราก็เห็นเขาเป็นมิตร แต่พวกเขากลับไม่เชื่อใจเรา”
สายตาเขาจับจ้องไปที่เลี่ยหยงป้าและยิ้มให้ “นายเป็นน้องชายฉันนี่นา นายจะเรียกฉันว่าพี่ใหญ่ตั้งสามครั้งโดยเปล่าประโยชน์เหรอ? อยากตามฉันมาไหมล่ะ?”
“ผม…”
เลี่ยหยงป้ามองผู้อาวุโสในสำนักและศิษย์คนอื่น ๆ แม้จะซึ้งใจในคำพูดของโจวอี้แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ผมจะอยู่กับผู้อาวุโสในสำนัก ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายก็ตาม”
“เยี่ยมมาก”
โจวอี้ยกนิ้วให้ขณะยกยิ้ม “สมกับเป็นน้องชายของฉัน ถ้าคราวนี้ไม่ตาย ต่อไปก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่ใหญ่สามครั้งแล้ว เรียกแค่ครั้งเดียวพอ”
“อืม!” เลี่ยหยงป้าพยักหน้าให้
โจวอี้นึกบางอย่างขึ้นได้เมื่อตั้งท่าจะจากไป เขาหันมามองกลุ่มของผู้อาวุโสเฮยเฉอและถามขึ้นพลางกำหมัด “พวกคุณเป็นใครกันแน่?”
“พันธมิตรสวรรค์” อีกฝ่ายตอบเสียงเข้ม
พันธมิตรสวรรค์เหรอ?
มีกองกำลังนี้ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ด้วยเหรอ?
โจวอี้หันไปมองจ้านเฟิงและเกาหานที่อยู่ข้างตัว และเห็นทั้งสองคนส่ายหน้าพร้อมกัน
“พันธมิตรสวรรค์เป็นการรวมตัวกันของแปดองค์กรผู้ฝึกยุทธ์ชั่วร้ายชั้นรองในจีน พวกเขามารวมตัวกันเป็นกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ ความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่านิกายอสูรดำและนิกายอเวจีโลหิต คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเลยหารือกับกองกำลังหลักกันว่าจะรับรองพวกเขาอย่างเป็นทางการ” เลี่ยหยงป้าอธิบายแทน
โจวอี้จึงเข้าใจในทันที! เขารู้ว่ามีองค์กรผู้ฝึกยุทธ์ชั่วร้ายชั้นรองหลายกลุ่ม และเคยฆ่าคนจากองค์กรเหล่านั้นมาก่อน อย่างเช่นคนจากองค์กรอีกาดำ และคนที่เคยหมายหัวซีซิงอิ่งจากองค์กรเพลิงคลั่ง
เขาเกลียดผู้ฝึกยุทธ์ชั่วร้าย ทว่าในเมื่อคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงและกองกำลังหลักให้การรับรองพวกเขา เขาเองก็คร้านจะเข้าไปแทรกแซงอีก
“ไปกันเถอะ!”
โจวอี้เอ่ยจบก็เหาะขึ้นไป และมุ่งหน้าเข้าไปในสุสานมังกรทันที