หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 860 สู้กับสัตว์ประหลาด
บทที่ 860 สู้กับสัตว์ประหลาด
เขาหินดำเป็นเหมือนเขตแดนของสุสานมังกร
สายลมพัดโชยเรียบเรื่อย ในขณะที่โครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่ด้านหลัง
มีทั้งโครงกระดูกของมนุษย์ สัตว์ประหลาด และสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ มากมาย ทว่ากลับไม่มีโครงกระดูกของมังกรโบราณ
พื้นดินราบเรียบถูกแทนที่ด้วยขุนเขาและผืนป่า
ต้นไม้แน่นขนัดจนไม่อาจแยกจากกันได้ มีตั้งแต่สูงสิบเมตรไปจนถึงร้อยเมตร รวมถึงดอกไม้และพืชพรรณนานาชนิดที่ยากจะพบเห็นในโลกภายนอก
ขุนเขาตั้งตระหง่าน ยิ่งเดินทางลึกเข้าไปก็ยิ่งสูงชัน
ภูเขาที่นี่ลาดชันมาก หากคนทั่วไปมาที่นี่คงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติ
พวกเขาทั้งเจ็ดก้าวไปข้างหน้าและได้พบกับซากศพมนุษย์เป็นระยะ ดูท่าแล้วคงเพิ่งตายได้ไม่นาน
“น่าตื่นตาตื่นใจจัง!”
โจวอี้กับพรรคพวกหยุดอยู่บนยอดเขาสูงหลายร้อยเมตร
ห่างออกไปเป็นภูเขาที่สูงกว่าและอยู่เรียงรายซ้อนกันไป โดยยอดเขาที่สูงที่สุดถือได้ว่าเสียดฟ้า
แสงดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าสาดส่องยอดเขา น้ำตกไหลลงไปเบื้องล่างหลายร้อยเมตร
ทิวทัศน์งดงามนี้ถือได้ว่าเกินบรรยายสำหรับพวกเขา
“โจวอี้ ฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี” จ้านเฟิงนิ่วหน้าบอก
“อะไรเหรอครับ?”
“อย่างที่ฉันเคยบอก ที่นี่สงบเกินไป ไม่มีสิ่งมีชีวิตสักตัว มันเงียบสงัด ดูไม่สมกับเป็นเขตแดนลับเลย” จ้านเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจและเอ่ยต่อ “แล้วจากที่มีการบันทึกเอาไว้ก็มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในสุสานมังกรค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเราดันมาถึงที่นี่กันได้โดยที่ไม่เจอกับอันตรายเลย นอกจากการสู้กันของพวกผู้ฝึกยุทธ์”
จริงด้วย!
พวกเขายังไม่พบเจออันตรายสักครั้ง
ที่นี่ชักจะไม่ปลอดภัยขึ้นมาเสียแล้ว
โจวอี้รู้สึกตงิดใจเช่นกัน ทว่าในโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ เขาไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ ทำได้เพียงเดินทางไปเรื่อย ๆ ราวกับแมลงวันหัวกุด เดินหน้าลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เพื่อค้นหาเบาะแสของความผิดปกตินี้
“ท่าอาจ้าน สุสานมังกรจะเปิดนานเท่าไหร่ครับ?” โจวอี้ถาม
“จากที่เคยมีการบันทึกเอาไว้ก็น่าจะ 81 วัน”
81 วันหรือ?
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ผมว่าที่บันทึกไว้อาจจะไม่ถูกก็ได้ รีบสำรวจที่นี่คร่าว ๆ แล้วออกไปกันเถอะครับ”
“ไม่สำรวจด้านในเหรอ?” จ้านเฟิงถาม
“งั้นถ้าเข้าไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรแล้วยังเป็นเหมือนเดิมอีกก็กลับกันเถอะครับ”
“อืม!”
ทุกคนพยักหน้ารับ
พวกเขามาที่นี่เพื่อหาสมบัติ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือหน้าที่ในการปกป้องโจวอี้
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็รีบเดินลงเขา เมื่อใกล้ถึงเชิงเขาในระยะสิบเมตรก็สัมผัสได้ถึงปราการอากาศที่ขวางกั้นเอาไว้
ทันใดนั้น ทุกคนต่างเบิกตากว้างและมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีเหลือเชื่อ
“เตรียมสู้!”
ดาบดาราหนึ่งตะโกนบอก
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
ดาบยาวถูกชักออกจากฝักและยกปลายดาบคมขึ้น
พวกเขาเห็นผู้ฝึกยุทธ์นับร้อยคนจากโลกผู้ฝึกยุทธ์ รวมไปถึงสัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วน
ใช่แล้ว!
มันคล้ายกับสัตว์ประหลาดในหนังไซไฟชื่อดัง ตัวเล็กสุดสูงเท่าคนสองคน ในขณะที่ลิงตัวใหญ่ที่สุดสูงมากกว่าสี่สิบเมตร
ผู้ฝึกยุทธ์นับร้อยคนจากโลกผู้ฝึกยุทธ์กำลังต่อสู้กับพวกมันอย่างดุเดือด ฝูงนกจำนวนมากบินวนไปมาบนฟ้า หลายตัวโฉบลงมาโจมตีมนุษย์ที่เข้ามาในบริเวณนี้
หากเป็นคนใจเสาะ คงได้กลัวจนหนีไปแล้ว
“มีคนมาเพิ่มแล้ว รออะไรอยู่ล่ะ ฆ่ามันสิ!” เสียงชายชราดังมาจากระยะไกล สภาพอีกฝ่ายดูสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่นชุ่มเลือด
ทุกครั้งที่เจ้าตัวยกดาบ ปราณดาบสี่ห้าเมตรก็พลันสาดส่องพุ่งตรงไปกำจัดสัตว์ประหลาดที่อยู่รอบตัว
โจวอี้เห็นปราณที่ส่งออกมาก็ทราบว่าฝ่ายนั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ และสัตว์ประหลาดหลายตัวที่ถูกเล่นงานก็แข็งแกร่งเท่าระดับปรมาจารย์
“ลุยเลย!”
โจวอี้ตะโกนบอกและรีบพุ่งเข้าไปบริเวณใกล้ ๆ ชายชรา เขาสะบัดไม้เท้าหัวมังกรฆ่าสัตว์ประหลาดแต่ละตัวทันที
จ้านเฟิง เกาหาน รวมถึงผู้ใช้ดาบดาราทั้งสี่ต่างบุกจู่โจมสัตว์ประหลาดแถว ๆ นั้นเช่นกัน ดาบของพวกเขาส่องประกาย ภายในไม่กี่นาที สัตว์ประหลาดทุกตัวในรัศมีราวหนึ่งกิโลเมตรก็ถูกฆ่าตายจนหมด
“ผู้อาวุโส เกิดอะไรขึ้นที่นี่ครับ?” โจวอี้ถามชายชรา
“ที่นี่ถูกทิ้งร้าง สิ่งมีชีวิตที่เติบโตในสุสานมังกรมารวมตัวกันที่นี่ เราบังเอิญบุกเข้ามาและถูกสัตว์ประหลาดพวกนี้ทำร้าย” อีกฝ่ายเช็ดเลือดบนหน้าและยิ้มให้ “นายโชคดีที่มาถึงช้า คนที่มาถึงก่อนหน้านี้ตายไปเยอะเลยล่ะ”
“มีสัตว์ประหลาดเยอะขนาดนี้แล้วทำไมไม่ถอยครับ?” โจวอี้ถามด้วยความงุนงง
“ถอยเหรอ ได้ลองถอยหรือยังล่ะ?” ชายชราบอกทั้งน้ำตาระคนเสียงหัวเราะ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ถอยไม่ได้หรอกหรือ?
โจวอี้มาปรากฏตัวหน้ากำแพงอากาศที่เดินผ่านมาก่อนหน้านี้ก่อนจะยื่นมือผลัก
ผลักไม่ออก!
เขาขมวดคิ้วและออกแรงมากขึ้น
หมัดของเขาถูกสกัดกั้น มวลอากาศคล้ายคลื่นน้ำโผล่ขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว มันแผ่ไปทั่วบริเวณที่ถูกหมัดโจมตีทุกสารทิศ
โจวอี้นิ่วหน้าทันที
อยากจะออกไปหรือ?
มีทางเดียว… นั่นคือเอาชนะให้ได้!
โจวอี้หันไปมองสัตว์ประหลาดที่กระจัดกระจายอยู่บนเขา รวม ๆ แล้วมากกว่าหมื่นตัว ขณะที่ฝูงนกซึ่งยังบินอยู่บนฟ้ามีอย่างน้อยหลายพันตัว
เขาพลันนึกถึงตอนที่ขึ้นสู่บันไดสวรรค์ที่คุนหลุนขึ้นมา
หรือว่าสัตว์ประหลาดมหาศาลและนกพวกนี้จะเป็นเพียงภาพลวงตา?
ตอนนั้นเขาฆ่าพวกมันอย่างไร้ความปรานี
“โจวอี้ นายต้องทำความคุ้นเคยกับมัน” จ้านเฟิงบอก
“ทำความคุ้นเคยอะไรครับ?”
“กับการฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ไง ในโลกตงเทียน เราเรียกพวกมันว่าสัตว์ประหลาดต่างโลก”
“พวกมันเหมือนกันเหรอครับ?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ก็เกือบเหมือน แค่มีสายพันธุ์กับจำนวนที่มากกว่า แล้วก็ยังมีพวกที่ก่อเรื่องอยู่เรื่อยด้วย” จ้านเฟิงอธิบาย
โจวอี้ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขาเห็นจำนวนสัตว์ประหลาดที่มากขึ้น… ไม่สิ ต้องเป็นสัตว์ประหลาดต่างโลก พวกมันพุ่งมาหาเขา เขาจึงเอ่ยพลางกัดฟันกรอด “งั้นก็มาทำความคุ้นเคยและฆ่ามันกันเถอะ”
“ลุย!”
พวกเขากระจายตัวอยู่ห่างกันมากกว่าสิบเมตร และจัดการสัตว์ประหลาดต่างโลกที่กรูกันเข้ามา
โจวอี้แข็งแกร่งมาก ทว่าความเร็วในการฆ่าพวกมันของเขานั้นยังเทียบกับจ้านเฟิงและเกาหานไม่ได้
ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสทั้งสองไม่ได้สูงมากนัก แต่สามารถฆ่าสัตว์ประหลาดที่กำลังเผชิญหน้าได้อย่างอยู่หมัด
“โจวอี้ สัตว์ประหลาดต่างโลกพวกนี้มีเยอะเกินไป พยายามควบคุมพลังการจู่โจมและฆ่าพวกมันโดยประหยัดแรงให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้าการต่อสู้ยืดเยื้อ เราจะล้าและเสียพลังการจู่โจม สุดท้ายเดี๋ยวจะหมดแรงเอาได้” จ้านเฟิงบอกเสียงเข้ม
“เข้าใจแล้วครับ!”
โจวอี้ใช้ไม้เท้าหัวมังกรฟาดหัวสัตว์ประหลาดต่างโลก ก่อนจะเหวี่ยงไล่อีกสองตัวออกไป จากนั้นจึงควบคุมพลังการจู่โจม ต่อสู้ และหาช่องทางเอาตัวรอดโดยใช้กำลังให้น้อยที่สุด