หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 865 หาลำไพ่
นี่เป็นโอกาสในการหารายได้!
โจวอี้ลิงโลดในใจ เขามองแววตาฉงนใจนั้นแล้วบอกพลางยกยิ้ม “ตอนที่เก็บไข่มุกแก่นชีพมาน่าจะเห็นกันว่าแต่ละเม็ดไม่เหมือนกันใช่ไหมครับ?”
“ต่างทั้งขนาดและพลังชีวิตที่อยู่ด้านใน”
“ผมแบ่งไข่มุกแก่นชีพออกเป็นสามระดับ”
“เม็ดที่ขนาดเท่าลูกแก้วถือเป็นระดับสาม ขนาดเท่าลูกเทนนิสถือเป็นระดับสอง และขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่คือระดับหนึ่ง”
“ทุกคนยอมรับกันไหมครับ?”
ทุกคนต่างพยักหน้ารับ
พวกเขาตรวจดูไข่มุกแก่นชีพที่ตนเองมี เป็นอย่างที่โจวอี้บอกว่าพลังชีวิตอยู่ด้านในไข่มุกขนาดต่างกันไป
“ในเมื่อทุกคนยอมรับตามนี้ งั้นผมจะเสนอราคาแลกเปลี่ยนแล้วนะครับ”
“แก่นชีพระดับสาม ขายได้ในราคาสี่แก่นวิญญาณ”
“ไข่มุกแก่นชีพระดับสอง ขายได้ในราคาสิบแก่นวิญญาณ”
“ไข่มุกแก่นชีพระดับหนึ่ง ขายได้ในราคาสามสิบแก่นวิญญาณ”
“ผู้อาวุโสท่านไหนอยากจะขายก็เข้ามาได้เลยครับ”
โจวอี้พูดจบก็เห็นความโกลาหลท่ามกลางฝูงชน จึงส่งสัญญาณให้จ้านเฟิง
ทันใดนั้นจ้านเฟิงก็ส่งใบรับรองการเป็นลูกหนี้ให้โจวอี้
“น้องโจว ราคาที่เสนอมาต่ำเกินไปหรือเปล่า? เอาอย่างนี้ได้ไหม ไข่มุกแก่นชีพระดับสามราคาห้าแก่นวิญญาณ ไข่มุกแก่นชีพระดับสองราคายี่สิบแก่นวิญญาณ ไข่มุกแก่นชีพระดับหนึ่งราคาห้าสิบแก่นวิญญาณ” ชายชราคนหนึ่งถามขึ้น
“ใช่แล้ว! บวกกำไรบ้างก็ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาเปรียบทุกคนเกินไปสิ! เราสู้กับพวกมันมาตั้งนานนะ กว่าจะได้มาไม่ง่ายเลย”
“ขึ้นราคาอีกหน่อยสิ ไม่อย่างนั้นเราไม่ขายหรอกนะ”
“ขึ้นราคาอีก”
ทุกคนต่างโวยวายขณะมองมาทางโจวอี้ด้วยสายตาไม่พอใจ
“ทุกท่านครับ ไม่เคยได้ยินคำว่าไม่ขี้โกงไม่เป็นพ่อค้ากันเหรอครับ? ผมเป็นคนทำธุรกิจ เห็นใจและเข้าใจคุณนะครับ ถ้าคุณยอมขายผมก็พร้อมซื้อ ถ้าไม่อยากขาย ผมก็ไม่ได้บังคับ!” โจวอี้ยิ้มและผายมือบอก “ทุกคนถามตัวเองดูนะครับ ผมขายน้ำลายมังกรให้ในราคาถูกใช่หรือเปล่า? โอสถไป๋หลิง ผมก็ขายให้ขาดทุนด้วยใช่ไหมครับ? ผมก็คิดค่ารักษาเป็นแก่นวิญญาณกับทุกคนแค่พอเป็นพิธี นี่ผมเป็นคนหน้าเลือดเหรอครับ?”
ทุกคนตะลึงกับคำถามของโจวอี้
พวกเขาต่างมีชีวิตอยู่กันมานาน แต่ยังไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน!
หากโจวอี้ขายน้ำลายมังกรให้คนข้างนอก คงทำเงินได้มากกว่านี้อย่างน้อยหนึ่งในสาม
และตอนที่โจวอี้ช่วยรักษาให้ก็รับแก่นวิญญาณเป็นพิธีตามกฎของสำนักโอสถที่ต้องปฏิบัติเมื่อทำการรักษาโรคและช่วยชีวิตคนเท่านั้น
อีกทั้งยังขายโอสถไป๋หลิงในราคาถูกอีกด้วย
ทว่าพวกเขาก็ยังไม่พอใจนัก!
ถึงอย่างไรราคารับซื้อที่โจวอี้กำหนดมาก็ไม่คุ้มค่าสำหรับพวกเขาอยู่ดี
แต่ถ้าพวกเขาไม่ขายไข่มุกแก่นชีพให้โจวอี้แล้วจะขนติดตัวไปได้อย่างไร จะเก็บใส่กระเป๋าได้มากแค่ไหนกัน
ต่อให้ใส่กระเป๋าได้ แล้วจะแบกไปด้วยไหวหรือ? เพราะอย่างไรก็ยังต้องสำรวจสุสานมังกรต่อ!
แล้วจะทำอย่างไรดี?
คนส่วนมากครุ่นคิดและได้แต่จำใจยอมรับ
ทว่าพวกเขาก็ยังฉลาด จึงไม่ยอมขายไข่มุกแก่นชีพระดับหนึ่ง แต่ขายเพียงไข่มุกแก่นชีพระดับสองและสาม
ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คนที่ติดหนี้แก่นวิญญาณจากการซื้อน้ำลายมังกรก็ใช้หนี้ด้วยไข่มุกแก่นชีพ รวมถึงคนที่ติดค้างค่าโอสถเอาไว้ด้วย
รายได้เป็นกอบเป็นกำ!
คราวนี้เขาทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจริง ๆ!
โจวอี้ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ตรวจดูพื้นที่ในเรือเงา และพบว่าได้ไข่มุกแก่นชีพมาหลายหมื่นเม็ด
แน่นอนว่าเขาเองก็ติดหนี้แก่นวิญญาณอยู่หลายหมื่นเช่นกัน
ทว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ!
ในเรือเงามีแก่นวิญญาณมากพอจะจ่ายให้ทุกคนได้อยู่แล้ว
“ทุกคนครับ เดินทางลึกเข้าไปแล้วอาจจะล่าสัตว์ต่างดาวได้ ถ้าได้ไข่มุกแก่นชีพมาอีกก็เอามาขายผมได้ทุกเมื่อนะครับ ผมรับซื้อจากทุกคนเลย” โจวอี้หัวเราะ
ทันทีที่เขาพูดจบ กลุ่มผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ก็ทำหน้าถมึงทึงและหันหลังเดินจากไป
นอกจากผู้ฝึกยุทธ์หลายสิบคนที่กำลังพักฟื้นตัว คนอื่น ๆ ต่างก็ขึ้นเขาหินดำเตรียมเดินทางเข้าไปในสุสานมังกรหลังจากที่ปราณแก่นแท้และพลังดวงดาวฟื้นคืนมา
“น้องโจว ได้มาเยอะไหม?” จี้หมิงถังถามพลางยกยิ้มหยอกขณะก้าวมาหาโจวอี้
“ไม่เลวเลยครับ ฮ่า ๆ…” โจวอี้ขำ
“ว่าแต่คนในสำนักโอสถไม่รู้เรื่องที่นายทำธุรกิจแบบนี้เลยสินะ นึกไม่ถึงว่านายจะเป็นคนแปลกแยกแบบนี้ ถ้าต่อไปสำนักโอสถตกมาถึงมือนาย แล้วสำนักต่าง ๆ อยากซื้อยาจากสำนักโอสถคงจะเอาเปรียบไม่ได้อีกแล้วมั้ง” จี้หมิงถังหัวเราะ
“เปล่าเลยครับ ผมแค่ใช้ประโยชน์จากสมบัติมิติเท่านั้นเอง” โจวอี้ยิ้ม
“ว่าแต่ฉันขอถามอะไรหน่อยได้หรือเปล่า?”
“ผู้อาวุโสจี้ว่ามาได้เลยครับ”
“พอออกจากสุสานมังกรไปแล้ว ช่วยขายไข่มุกแก่นชีพให้ฉันบ้างได้ไหม?”
“ได้สิครับ! ก็แค่ต้องกำหนดราคา…”
“ขอแค่อย่าโก่งราคามากไปฉันก็จะซื้อ” จี้หมิงถังตอบ
“ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกันครับ เราสู้ด้วยกันมาตั้งนาน ก็ถือว่าเป็นมิตรกันใช่ไหมล่ะครับ ผู้อาวุโสจี้อยากซื้อ ผมเองก็จะขายในราคาที่เป็นธรรม” โจวอี้ยิ้ม
“งั้นก็ตกลงกันตามนี้”
“แล้วนายจะพักฟื้นฟูกำลังที่นี่ หรือว่าจะเข้าไปด้านในสุสานเลยล่ะ?”
“ผมว่าจะเข้าไปเลยครับ” โจวอี้ตอบโดยไม่ลังเล
“ไม่ไปฟื้นฟูกำลังให้สมบูรณ์หน่อยเหรอ?” อีกฝ่ายถามด้วยความตกใจ
“ไม่จำเป็นหรอกครับ”
หลังจากนั้นสิบนาที
โจวอี้ จ้านเฟิง เกาหาน และดาบดาราทั้งสี่ก็รีบขึ้นเขาหินดำเพื่อเดินทางลึกเข้าไปในสุสานมังกร เพียงแต่ดันมีจี้หมิงถังตามหลังมาด้วยอีกคน
โจวอี้ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้อยากตามมาด้วย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงท่าทีมาดร้าย เขาจึงปล่อยให้ตามหลังอยู่ห่าง ๆ
“โจวอี้ ฉันรู้สึกบางอย่าง” จ้านเฟิงกระซิบบอก
“อะไรเหรอครับ?”
“ฉันคิดว่าจี้หมิงถังเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ น่าจะมีเจตนาไม่ดี”
“ผู้อาวุโสเกาล่ะครับ รู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า?” โจวอี้หันไปมองเกาหาน
“ใช่ ฉันเองก็คิดแบบนั้น” เกาหานพยักหน้าตอบ
สายตาโจวอี้ฉายแววครุ่นคิด ทว่าไม่พูดกระโตกกระตากออกมา
เขายังจำได้ว่าก่อนจะเข้ามายังสุสานมังกร จ้านหลิงอวิ๋นบอกว่าห้ามเชื่อใจใครยกเว้นคนจากสำนักโอสถ
เขาเชื่อฟังและจำขึ้นใจ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่ฟื้นฟูพลังของตนเองให้สมบูรณ์ และรีบนำจ้านเฟิงกับพรรคพวกเข้ามาในสุสาน
เขากลัว!
กลัวว่าผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์พวกนั้นจะโจมตีเขาหลังจากที่คนเหล่านั้นฟื้นฟูกันแล้ว
อย่างไรเสีย เขาก็ไม่ได้มีแค่สมบัติมิติ แต่ยังมีไข่มุกแก่นชีพจำนวนมากด้วย
“โจวอี้ ฉันว่าเราควรหาที่จัดการเขาซะ” จ้านเฟิงกระซิบ
“ท่านอา สำนักโอสถของเราห้ามฆ่าคนบริสุทธิ์นี่ครับ” โจวอี้บอกเสียงแข็ง
“งั้นก็รอจนกว่าจะข้ามไปอีกสองลูก ถ้าเขายังตามมาไม่เลิกค่อยไล่เขาไป ถ้าเขาไม่ยอมไปก็แสดงว่ามีเจตนาไม่ดี เราค่อยฆ่าเขา” จ้านเฟิงกล่าว
โจวอี้เหลือบมองเกาหานและผู้อาวุโสดาบดาราทั้งสี่ และเห็นว่าทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
ในเมื่อทุกคนเห็นด้วย การทำตามใจตัวเองคงไม่เหมาะนักจึงต้องทำตามมติของพวกเขา
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
พวกเขาทั้งเจ็ดคนก็ข้ามเขามาแล้วสองลูก และพบสัตว์ต่างดาวระหว่างทาง พวกมันทั้งหมดถูกฆ่าตาย
ในที่สุดก็มาหยุดพักที่หุบเขากลางป่า
“ผู้อาวุโสจี้ตามมาด้วยเหรอเนี่ย?” โจวอี้หันไปมองจี้หมิงถังที่อยู่ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตร
“นายกลัวฉันมีเจตนาแอบแฝงเหรอ?” อีกฝ่ายรีบก้าวมาหาและรับรู้ได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรของจ้านเฟิงและคนอื่น ๆ
“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ถึงคุณจะบอกว่าตัวเองเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไร้สังกัด เราก็ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณอยู่ดี เราก็เลยไม่ไว้ใจให้คุณตามมา” จ้านเฟิงเอ่ยด้วยท่าทีเย็นชา “โจวอี้ไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหนแต่พวกเขารู้ ดังนั้น ก่อนจะต้องมีเรื่องกัน คุณก็ไปซะเถอะ”
“ทุกคนอยากรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงได้กล้าตามพวกนายมา?” จี้หมิงถังยิ้มเจื่อน
“ทำไมครับ?” โจวอี้ถาม
“เพราะนายไง”
“หมายความว่ายังไงครับ?”