หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 875 ไข่มุกมังกรและอาวุธศักดิ์สิทธิ์
“เราจะไปกันต่อไปไหม?” ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์แห่งตระกูลหยางในเมืองหลวงกลืนน้ำลายและถามขึ้น
ยังจะไปต่ออีกหรือ?
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็พากันเงียบไป
พวกเขารู้สึกว่าผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์เองก็ไม่ต่างกับตัวตุ่นที่นี่
ไม่อาจหลบเลี่ยงและหลบซ่อนได้เลย
เมื่อกลไกของกับดักทำงานก็มีเพียงความตายที่รออยู่
ร่ำรวยเงินทองแล้วก็ต้องมีชีวิตให้ใช้อย่างสุขสบายด้วย!
โจวอี้ซึ่งอยู่ด้านหลังค่อย ๆ ถอยหลังไปสองก้าว เมื่อมาถึงลั่วเทียนอี้ เขาก็ถามขึ้นให้ได้ยินเพียงสองคน “คุณไม่เคยมาที่นี่จริงเหรอครับ?”
“ไม่เคย”
“แล้วไม่รู้ว่าที่นี่มีอันตรายอะไรบ้างด้วยเหรอครับ?” โจวอี้ถามอีก
“ไม่รู้” ลั่วเทียนอี้ตอบ
โจวอี้รู้สึกจนปัญญา
ต่อให้เขาจะบ้าบิ่นแต่ในตอนนี้ก็ยังหวั่นใจ ถึงอย่างไรที่นี่ก็น่ากลัวเกินไป นอกเสียจากจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋า ไม่อย่างนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์คงไม่หลบเลี่ยงกลไกกับดักที่นี่ได้ยากแบบนี้
“อมิตาพุทธ อาตมาจะเป็นคนเปิดทางเอง!” หลวงจีนชราจากวัดจินชานค่อย ๆ ก้าวออกมาด้านหน้าทุกคน
ท่าทีของเขาดูสงบนิ่งและไม่สะทกสะท้าน
ราวกับเป็นการยืนยันข้อพิสูจน์ว่าเป็นนักบวชที่ ‘หากข้าไม่ลงนรกแล้วใครจะลง’ ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชมของทุกคน
หลวงจีนชรากระชากสายลูกประคำขณะก้าวไปข้างหน้า ลูกประคำกระเด็นไปข้างหน้าและผนังถ้ำสองฝั่ง แม้ว่ามันจะกระแทกโดนเกล็ดมังกรที่อยู่บนผนัง แต่เกล็ดมังกรขนาดเท่าฝาหม้อก็ไม่ขยับ
ทุกคนเดินไปได้ราวสี่ห้าร้อยเมตรก่อนจะเห็นแสงสว่าง
โถงโอ่อ่าด้านในสูงหลายร้อยเมตร มันมีขนาดเท่าสนามฟุตบอลราว ๆ สามสี่สนาม และถูกค้ำยันด้วยเสาหินเพียงไม่กี่ต้น
“มีไข่มุกเรืองแสงเยอะแยะเลย”
พวกเขาเงยหน้ามองด้านบนและเห็นไข่มุกขนาดเท่ากำปั้นแวววาวหลายร้อยเม็ดส่องแสงจาง ๆ สะท้อนให้ภายในถ้ำสว่างราวกับเป็นเวลากลางวัน
ด้านในสุดมีโครงกระดูกมังกรขนาดยักษ์อยู่
บนผนังถ้ำทั้งสองด้านยังมีทองคำและหยก รวมทั้งสมบัติมีค่าอย่างหยกเนื้อแข็งและหินโมรา
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลำแสงจากหลายคนพุ่งไปยังสมบัติที่อยู่บนผนังทั้งสองด้าน
โจวอี้เองก็ไปด้วยเช่นกัน
เดิมทีเขาอยากไปเอาสมบัติพวกนั้น แต่เมื่อเห็นว่าลั่วเทียนอี้มุ่งหน้าไปทางด้านในก็เปลี่ยนทางตามอีกฝ่ายไปทันที
“เธอน่าจะหวังกระดูกมังกรอยู่หรือเปล่านะ?”
“หรือว่ากระดูกนั้นจะเป็นของดี”
“ไม่ใช่ เธอหวังไข่มุกสีเทาในหัวมันต่างหาก”
โจวอี้ตาเป็นประกายขึ้นมาและตั้งท่าจะเร่งความเร็วไปคว้ามันมา ทันใดนั้นก็เห็นตรีศูลแทงออกมาจากอีกด้าน มันพุ่งมาทางลั่วเทียนอี้
โจวอี้เบิกตากว้างและใช้ไม้เท้าหัวมังกรผลักลั่วเทียนอี้ให้พ้น ทำให้เธอกระเด็นไปไกลเกือบครึ่งเมตร
เขาทำให้ตรีศูลนั้นเพียงแค่พุ่งถากแขนของเธอเท่านั้น
สบโอกาสแล้ว!
โจวอี้ตาลุกวาว เชือกป่านปรากฏในมือเขาและถูกเขาส่งไปทางไข่มุกสีเทานั้น
ตู้ม!
เมื่อมันถูกดึงไปจากที่เดิมก็เกิดเปลวไฟสีฟ้ากระจายตัวออกไปในรัศมีห้าหกเมตรทันที
เชือกป่านติดไฟกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็วชนิดที่มองไม่ทันด้วยตาเปล่า
อย่างไรก็ตาม ไข่มุกนั้นก็ยังถูกแรงดึงกระเด็นมาทางโจวอี้ เขาคว้าเอาไว้ในทันใดก่อนจะเก็บเข้าเรือเงาอย่างไม่รีรอ
ลั่วเทียนอี้ยังคงตั้งหลักไม่ได้
เมื่อครู่เธอเพิ่งถูกตรีศูลโจมตีทำให้พลาดไปในตอนนั้น
สุดท้ายเธอก็ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ แต่เมื่อเห็นโจวอี้แย่งไข่มุกมังกรไปก็ทั้งนึกขอบคุณและเจ็บใจ
ในตำราของตระกูลลั่วแห่งทะเลจีนใต้มีบันทึกเกี่ยวกับสุสานมังกร รวมถึงเรื่องของไข่มุกมังกร
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่กล้าเข้ามาในสุสานมังกรโบราณเพียงลำพัง แต่หลังจากทุกคนเข้ามาด้านใน เธอก็เล็งไปยังไข่มุกมังกรเป็นอันดับแรก แต่สุดท้ายมันกลับเป็นการใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำ[1]จนไม่ได้สิ่งใดกลับไป
ทันใดนั้นเธอก็เห็นว่าโจวอี้กำลังล่าถอยกลับไป
แววตาเธอเผยประกายวูบไหว ก่อนจะพุ่งตัวไปทางที่เขามุ่งหน้าไป
“นี่เขาพยายามจะ…”
เธองุนงงเมื่อเห็นว่าเขาไล่ตามตรีศูลไป เพียงไม่กี่วินาทีเจ้าตัวก็ไปถึงผนังถ้ำที่ตรีศูลพุ่งออกมา
“ได้แล้ว!”
โจวอี้ตะโกนและออกแรงจับด้ามตรีศูล
มันถูกดึงออกมาจากผนังถ้ำ
ทว่าเขายังรู้สึกถึงแรงต้านมหาศาลจากมัน มันสั่นแรงคล้ายกับว่าพยายามจะเป็นอิสระจากมือเขา
“ตรีศูลนี้มีชีวิตจิตใจสินะ”
“ห้ามปล่อยให้หลุดมือ ต้องเอาไปให้ได้”
“ต้องเอามันไปหลอม”
“ใกล้จะได้แล้ว”
เขาดวงตาเป็นประกายขณะหยิบมีดสั้นออกมากรีดข้อมือโดยไม่ลังเล ทันใดนั้นเลือดก็ไหลทะลัก ทว่ากลับถูกพลังดวงดาวที่เขาปล่อยมากวาดขึ้นไปรินรดบนตรีศูลนั้น
เมื่อเลือดสัมผัสตรีศูล มันก็หยุดสั่นทันที ราวกับสิ่งมีชีวิตที่หิวโหยได้ดื่มเลือดอันบริสุทธิ์
จากนั้นเขาก็ส่งพลังดวงดาวไปยังตรีศูลและรวมเข้ากับพลังวิญญาณ
ทันใดนั้นผิวภายนอกที่เคยเป็นสีดำสนิทของมันก็ปริแตกออก เมื่อชั้นวัตถุลักษณะคล้ายโคลนร่วงลงมา แสงสีทองเรืองรองก็ปะทุออกมาจากด้านบน
“สมบัติวิญญาณ มันคือสมบัติวิญญาณในตำนาน”
โจวอี้รับรู้ได้อย่างชัดเจนจากความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาจากในตรีศูล ซึ่งแสดงการยอมจำนนและยินดีราวกับได้พบปะญาติมิตร
ท่ามกลางความมืดมิด
เขารับรู้ได้ถึงปราณที่ไม่คุ้นเคยจากตรีศูล
มันแสดงให้เห็นภาพเลือนราง ทิวทัศน์ส่วนใหญ่มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
ในโลกอันกว้างใหญ่ ภูเขาเขียวขจีสูงเสียดฟ้า แม่น้ำ ทะเลสาบ และท้องสมุทรผสานเชื่อมต่อกัน สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดมากมายเดินไปมาบนเขาและบินอยู่เหนือท้องฟ้า…
มังกรโบราณนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ทะเลเลือดสุดลูกหูลูกตาปั่นป่วน
มีทั้งการใช้ชีวิตอันสงบสุข
มีทั้งการการต่อสู้อันดุเดือด
ภาพเหตุการณ์นั้นตราตรึงในใจโจวอี้
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
หลินหมิงถัง จ้านเฟิง และเกาหานพุ่งมาหาเขา
พวกเขาหยุดอยู่ห่างจากโจวอี้ราวสี่ห้าเมตร และจ้องมองตรีศูลส่องแสงทองสว่างไสวในมือโจวอี้ด้วยท่าทีตกตะลึง
“ทุกคนครับ ผมโชคดีมากเลยล่ะ” โจวอี้หัวเราะร่า
“โจวอี้ นี่มัน…” หลินหมิงถังพึมพำบอก
“ตรีศูลไงครับ เป็นอาวุธของมังกรโบราณที่ถูกฝังอยู่ที่นี่เคยใช้มาก่อน” โจวอี้หัวเราะ
เขาไม่ได้บอกว่ามันเป็นสมบัติวิญญาณ
เขาจงใจปิดบังเพราะไม่ต้องการเป็นเหยื่อความโลภของคนอื่น
เขาไม่ได้ระแวงทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่ไว้ใจคนอื่นต่างหาก
“มังกรโบราณใช้อาวุธด้วยเหรอ?” หลินหมิงถังถามอย่างงุนงง
“สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาก็อดจะฆ่าสายพันธุ์อื่นหรือพวกเดียวกันที่แข็งแกร่งพอกันไม่ได้หรอกครับ พวกมันต้องมีอาวุธอยู่แล้ว เพียงแค่ผมนึกไม่ถึงว่าตรีศูลจะถูกฝังอยู่ที่สุสานมังกรโบราณนี้ด้วย” โจวอี้อธิบายพลางยกยิ้ม
อีกฝ่ายไม่ได้ทักท้วงอะไรอีก
หลินหมิงถังกวาดสายตามองไปรอบข้างและพูดว่า “โจวอี้ ที่นี่มีสมบัติเยอะแยะ นอกจากของที่ถูกฝังกับมังกรโบราณก็ยังมีของวิเศษอีกหลายอย่าง รีบไปเก็บมากันเถอะ!”
“เอาไปไม่ได้หรอกครับ” โจวอี้บอก
“ทำไมล่ะ?”
ชายชราชะงักไปเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน
“แล้วกระดูกมังกรล่ะครับ?” โจวอี้หันขวับไปทางลั่วเทียนอี้ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
“ของดีเลยล่ะ” ลั่วเทียนอี้บอก
“เข้าใจแล้ว”
โจวอี้พุ่งตัวไปทางโครงกระดูกมังกรโบราณและรีบคว้ากระดูกที่ใหญ่ราวกับต้นขามนุษย์หลายสิบชิ้นเก็บใส่เรือเงา
ทันใดนั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นวัตถุทรงรีสีดำสนิทขนาดราวสองเมตรที่อยู่ใต้กระดูกมังกร
หรือจะเป็นสมบัติ?
โจวอี้คิดแล้วก็ไม่รีรอ รีบปล่อยพลังดวงดาวเพื่อเก็บกระดูกมังกรเข้าไปในเรือเงา พร้อมกับดึงวัตถุทรงรีนั้นขึ้นมาโยนใส่เรือเงาด้วย
“หนีเร็ว! สุสานมังกรโบราณกำลังจะถล่มแล้ว!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากระยะไกล
ทันใดนั้นเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ที่มีสมบัติเต็มมือก็หันหลังพุ่งตัวไปยังทางออก
“เราไปกันเถอะ!”
โจวอี้ตะโกน ตรีศูลในมือกลายเป็นลำแสงหายเข้าไปในฝ่ามือ ในขณะที่เขาเองก็ทะยานไปยังทางเข้า
[1] ใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำ หมายถึง เปล่าประโยชน์ ไม่ได้ประโยชน์อะไร