หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 876 คลอดลูกชาย
ณ คฤหาสน์บนยอดเขา เมืองเยี่ยเฉิง
ภายในห้องที่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน เฉินหงซึ่งเป็นผู้อำนวยการแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลประชาชนแห่งแรกของเยี่ยเฉิง และพยาบาลจากแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลกำลังทำคลอดให้อู๋ซินเยว่
โจวหงเย่ เซี่ยหลู่ แม่เฒ่าอู๋ และคนอื่น ๆ ที่รออยู่ด้านนอกได้ยินเสียงร้องด้วยความทรมานของอู๋ซินเยว่จากในห้องแล้วนึกเป็นห่วงขึ้นมา
“ตั้งสี่ชั่วโมงแล้ว ทำไมซินเยว่ยังไม่คลอดอีกนะ? อาหญิงคะ คลอดลูกมันทรมานขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เซี่ยหลู่ถาม
“เธอถามฉันแล้วจะให้ฉันไปถามใคร?” โจวหงเย่ตอบอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ขัน
“เอ่อ…”
เซี่ยหลู่หน้าขึ้นสีเมื่อนึกได้ว่าแม้โจวหงเย่จะอายุสี่สิบย่างห้าสิบแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เคยคลอดลูกเหมือนกัน
เธอทั้งเป็นห่วงอู๋ซินเยว่และเด็กในท้อง
ในขณะเดียวกันก็นึกตำหนิโจวอี้ที่ใจดำ ซินเยว่คลอดลูกด้วยความทรมานแบบนี้ เจ้าคนสกุลโจวนั่นยังไม่อยู่คอยดูแล ตอนนี้คงอยู่ที่สุสานมังกรใช่ไหมนะ หรือว่าจะไปเสวยสุขอยู่ที่อื่นกัน?
หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที
ในจังหวะที่อู๋ซินเยว่แทบขาดใจ ในที่สุดเธอก็คลอดลูกออกมาได้สำเร็จ
ลูกของเธอเป็นเด็กผู้ชาย
สิ่งที่เฉินหงและพยาบาลอีกสี่คนแปลกใจคือเด็กคนนี้ไม่ร้องไห้จ้า แต่กลับหายใจสม่ำเสมอและสุขภาพแข็งแรงดีมาก
หลังจากง่วนอยู่พักหนึ่งก็ห่อตัวเด็กเสร็จเรียบร้อย
เฉินหงอุ้มทารกและเดินไปข้างเตียงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณอู๋ ได้ลูกชายนะคะ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่งดี ลองดูหน้าเขาสิคะ”
“ฉันจะอุ้มเขาเองค่ะ” อู๋ซินเยว่นอนเอนตัวและอ้าแขนอุ้มลูกชายในห่อผ้า
ตอนนี้เองที่เกิดเสียงผ้าฉีกขาดออก ก่อนที่มือเล็กจะยื่นออกมา
เหตุการณ์นี้ทำให้อู๋ซินเยว่มองด้วยสายตางุนงง ส่วนเฉินหงกับพยาบาลทั้งสี่ก็ตกตะลึงไป
“ใครซื้อผ้ามากันละเนี่ย ดูท่าว่าจะคุณภาพแย่ไปหน่อยใช่ไหมคะ” อู๋ซินเยว่กลบเกลื่อน
“อะแฮ่ม คุณอู๋ ดูเหมือนคุณภาพผ้าจะไม่ค่อยดีค่ะ” เฉินหงลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะกลาวเออออไปด้วย
“หืม?”
อู๋ซินเยว่จับมือเล็ก ๆ ของลูกชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้ามองเฉินหง
“พวกคุณออกไปก่อนเถอะ” เฉินหงโบกมือไล่นางพยาบาลทั้งสี่คน
เมื่อนางพยาบาลออกไป เฉินหงก็ถลกแขนเสื้อเผยให้เห็นผิวขาว ๆ ทว่ากลับมีรอยช้ำเล็ก ๆ บนผิวนั้น
“คุณอู๋ ลูกชายคุณ… ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยปกติ” เฉินหงบอกพร้อมรอยยิ้มเจื่อน
“หมายความว่ายังไงคะ?” อู๋ซินเยว่มองรอยช้ำบนแขนอีกฝ่ายแล้วถามพลางขมวดคิ้ว
“หมายความว่า… แรงของเขา แรงของเขาดูเหมือนจะมีเยอะผิดปกติ เมื่อกี้เขาเผลอฟาดมือมาโดนแขน หลังจากนั้นพอมองตามไปก็เจอรอยช้ำที่เหมือน… โดนทุบมาแบบนี้” เฉินหงละล้าละลังบอก
“คุณเฉิน ล้อกันเล่นหรือไงคะ ลูกชายของฉันเพิ่งเกิด จะมีแรงเยอะขนาดนั้นได้ยังไง…” อู๋ซินเยว่ไม่สบอารมณ์ในตอนแรก ทว่าเมื่อพูดจบก็หน้าเปลี่ยนสีและชะงักในทันที
ดูเหมือนว่า!
จะไม่ค่อยปกติจริง ๆ!
ผ้าห่อนี้คุณภาพไม่ได้แย่เลย แต่ลูกชายเธอกลับยืดแขนขาทะลุผ้าหลายชั้นออกมาได้อย่างน่าประหลาดใจ
ทว่าเรื่องแบบนี้ไม่ดูแปลกไปหน่อยหรือ?
เธอไม่ได้คลอดองค์ชายสามนาจาเสียหน่อย จะเกิดเรื่องผิดปกติแบบนี้ได้อย่างไร
ณ เขตแดนลับสุสานมังกร
ระหว่างขึ้นเขาหินดำ หลี่ชิงเฉิง เยว่หลี่จงเซียง จางไห่โม่ และหลวงจีนอู๋ซินยืนหลบอยู่ข้างโขดหินใหญ่อย่างเงียบ ๆ พลางมองการต่อสู้อย่างดุเดือดในหุบเขา
ภายในหุบเขามีชายชราคนหนึ่งพร้อมหอกในมือโจมตีชายหญิงคู่หนึ่งอย่างต่อเนื่อง
ชายชราอีกสี่คนยืนข้างกันอยู่แถวนั้น สายตาจับจ้องหนุ่มสาวคู่นั้นราวกับเห็นสัตว์ที่ติดกับดัก
หยางเยว่ตงตกอยู่ในสภาพน่าอนาถ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เสื้อผ้าเลอะเลือดแดงฉาน ส่วนสาวสวยที่ต่อสู้เคียงข้างเขาเองก็สะบักสะบอมและสภาพไม่สู้ดีเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อขึ้นบันไดสวรรค์ในคุนหลุน หยางเยว่ตงทำผลงานไว้ได้ยอดเยี่ยม การสำเร็จยุทธ์มาถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์จึงเป็นไปอย่างราบรื่น
ข้างกายของหยางเยว่ตงตอนนี้คือหยวนถิงถิง เธอเป็นผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์เช่นกัน เพียงแค่ไร้สังกัดเท่านั้น
“หยางเยว่ตง คิดหาทางสิ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเราตายแน่” หยวนถิงถิงถูกดาบแทงเข้าที่ไหล่ เธอร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
จะทำอะไรได้กัน?
ตอนนี้จะยังทำอะไรได้อีก?
เขาส่งผลไม้วิญญาณพันปีให้ฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว แต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมแพ้ และต้องการจะฆ่าพวกขาสองคน แม้เขาจะข่มขู่ว่าตนเองเป็นสมาชิกตระกูลหยางในเมืองหลวง อีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยนใจ
แล้วจะทำอย่างไรดี
หรือวันนี้จะต้องตายที่นี่กัน?
หยางเยว่ตงเกลียดที่ตัวเองอ่อนแอเกินไป ทั้งยังเกลียดที่ไม่มีปัญญาปกป้องหยวนถิงถิงที่ตนเองตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ
เขาเสียดายที่ตนเองไม่ทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกยุทธ์ ไม่อย่างนั้นคงเก่งได้เท่าโจวอี้และสามารถปกป้องตนเองและหลบหนีไปพร้อมกับหยวนถิงถิงได้
เดี๋ยวนะ! โจวอี้อย่างนั้นหรือ?
เขาเหวี่ยงดาบป้องกันการโจมตีของศัตรูและตะโกนสุดเสียง “ผู้อาวุโสอยากจะฆ่าเราจริงเหรอ!”
“ไม่ใช่แค่ฆ่า แต่ฆ่าไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเลยต่างหาก” ชายชราเอ่ยเสียงกร้าว
“พี่ใหญ่ของผมคือโจวอี้นะ!” หยางเยว่ตงร้องบอก
ทันใดนั้น สีหน้าก้าวร้าวของชายชราก็เปลี่ยนเป็นนิ่งค้าง หอกที่กำลังจะแทงเข้าที่ลำคอของหยวนถิงถิงก็ชะงักไปเช่นกัน
ชายชราอีกสี่คนที่ยืนรวมตัวกันอยู่แถวนั้นแสดงท่าทีไม่สบายใจขึ้นมา
หนึ่งในพวกเขาก้าวออกมาด้านหน้า มองหน้าหยางเยว่ตงและเอ่ยทั้งคิ้วขมวด “เจ้าเด็กนี่ อย่ามาพูดจาเหลวไหล ก่อนหน้านี้นายบอกว่าเป็นสมาชิกตระกูลหยางแห่งเมืองหลวง แล้วตอนนี้ยังมาบอกว่าเป็นพี่น้องกับโจวอี้อีกได้ยังไง?”
หยางเยว่ตงเห็นชายชราที่ถือหอกชะงักมือก็รีบดึงหยวนถิงถิงมาอยู่ข้างกายพร้อมบอกด้วยสีหน้าหวาดระแวง “ผมไม่ได้พูดจาเหลวไหล ผมเป็นสมาชิกตระกูลหยางแห่งเมืองหลวงจริง ๆ แต่ก็เป็นน้องชายของโจวอี้ด้วย”
“นายกับโจวอี้รู้จักกันจริงเหรอ?” อีกฝ่ายถาม
“ผมจะย้ำอีกครั้งว่าเขาเป็นพี่ชายผม ผมเป็นน้องชายเขา ถ้าไม่เชื่อผมก็ไปสอบถามได้เลย เขาบอกว่าต่อไปจะปกป้องผม” หยางเยว่ตงนึกละอายใจ ทว่าก็ยอมทำเรื่องน่าขายหน้าสักครั้งเพื่อเอาชีวิตรอด
“นายเป็นหนึ่งในอัจฉริยะพวกนั้นที่แพ้เขาตอนขึ้นสู่บันไดสวรรค์ก่อนหน้านี้ที่คุนหลุนเหรอ?” ชายชราที่ถือหอกเอาไว้ถามพลางนิ่วหน้า
“ใช่ ผมแพ้เขา เขาก็เลยกลายเป็นพี่ชายผม เรา… เราสนิทกันดีเลยด้วย” หยางเยว่ตงบอกเสียงดังฟังชัดแม้จะอับอายในใจเหลือเกิน
ชายชราทั้งห้าคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ผู้อาวุโสซุน ถึงเขากับน้องโจวจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสายเลือด แต่ถ้าพวกเขาสนิทสนมกันมาก เราฆ่าเขาไป น้องโจวรู้เข้าคงไม่พอใจ หรือว่า… เราจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเถอะ!” ชายชราผมขาวเอ่ย
“ฉันเองก็เห็นด้วย น้องโจวเคยช่วยชีวิตฉันมาก่อน เราฆ่าน้องชายเขาไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเนรคุณ” ชายชราอีกคนบอก
ชายชราที่ถือหอกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
เขาหยิบผลไม้วิญญาณพันปีสีส้มสดจากกระเป๋าโยนให้หยางเยว่ตง “ถือว่าคราวนี้นายโชคดีไปนะ เห็นแก่น้องโจว ฉันจะคืนผลไม้วิญญาณพันปีให้ แต่จำไว้ว่าถ้าเรื่องวันนี้ถึงหูน้องโจว ฉันจะตามฆ่านาย”
รอดชีวิตแล้วหรือ?
หยางเยว่ตงใจเต้นระรัว ในขณะที่หยวนถิงถิงเองก็รู้สึกรอดตายหลังจากถูกดักปล้น
ทั้งสองรีบสัญญาว่าจะไม่ปริปากแพร่งพรายเหตุการณ์ในวันนี้เด็ดขาด