หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 884 ข่าวคราวที่ได้รับ
รถ Knight XV มุ่งหน้าไปยังโรงหลอมเหล็กของเมืองจินหลิงท่ามกลางความมืดตั้งแต่เช้าตรู่
ภายในรถคันดังกล่าว โจวอี้วางสายและครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา
เขาคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว แต่ในเมื่อเตรียมใจยอมรับผลที่ตามมา เขาก็ต้องจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
หลังจากนั้น เขาก็รีบพิมพ์ข้อความและกดส่ง
ณ ค่ายลับไซบีเรีย หนานกงเหยาฝึกยุทธ์อยู่เงียบ ๆ
ตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่ เรื่องราววุ่นวายในโลกภายนอกก็ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง นอกจากการดูแลค่ายลับแล้ว เธอก็เอาแต่ฝึกยุทธ์ อีกทั้งการใช้ทรัพยากรในการฝึกไปจำนวนมากก็ทำให้ฝีมือเธอก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ครืด…
เสียงสั่นดังขึ้นจากโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างตัว
เธอขมวดคิ้วและหยิบมันขึ้นมา เมื่อเห็นข้อความเข้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
ฟิ้ว!
เธอเหาะไปข้างนอกและตะโกนบอก “แม่เฒ่าเทียนจี้ เสี่ยวรุ่ย เมฆทั้งห้าคน แล้วก็หัวหน้ากลุ่มธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน รีบมาหาฉันทีค่ะ”
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้ง 12 คนก็มาปรากฏตรงหน้าเธอ
“สวัสดีหัวหน้า”
ทุกคนยกเว้นแม่เฒ่าเทียนจี้คำนับให้เธอ
หนานกงเหยาสูดหายใจเข้าลึกและบอกเสียงเข้ม “แม่เฒ่าเทียนจี้ ถังเสี่ยวรุ่ย กับกลุ่มเมฆทั้งห้าคนต้องตามฉันไปพบนายใหญ่ค่ะ”
“หนานกงเหยา มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้น?” แม่เฒ่าเทียนจี้โพล่งถามเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“เขาไม่ได้บอกค่ะ แต่เราควรรีบออกเดินทางไปเมืองจินหลิงทันที” หลังจากที่เธอเอ่ยจบก็หันไปมองหัวหน้ากลุ่มธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า “ฝากพวกคุณดูแลค่ายลับไปสักพักด้วยนะคะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรก็ติดต่อฉันได้ทุกเมื่อ”
“รับทราบ!”
พวกเขาทั้งห้าพยักหน้ารับ
เธอรีบเอ่ยว่า “เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าปกติแล้วรีบออกเดินทางกันเถอะ”
ณ เกาะซ่อนหมอก
ระหว่างที่โจวหมิงอวี้กำลังจัดการธุระก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะออกคำสั่งกับคนที่อยู่ตรงหน้า “รีบไปเรียกโจวเสี่ยนเฟิง เยี่ยป๋อซาง หม่าเทียนฝู ทีเร็กซ์ แบล็คเอลฟ์ เชคอฟ เซียวเต้าจื่อ บราม่า หลางไห่ และคนอื่นมาที”
“ครับ!”
พวกเขารับคำสั่งแล้วรีบออกไปทันที
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาทุกคนก็มารวมตัวกันต่อหน้าโจวหมิงอวี้ แต่ละคนมีสีหน้างุนงง
“ทุกคน โจวอี้ส่งข้อความมาบอกว่าให้รีบไปที่เมืองจินหลิงในจีน ฉันเดาว่าคงมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น การเดินทางครั้งนี้ห้ามก่อเรื่องหรือทำตัวให้เป็นที่สังเกตเด็ดขาด” เขาบอกเสียงเข้ม
“แล้วที่นี่ล่ะครับ?” โจวเสี่ยนเฟิงถาม
“ฉันจะจัดการเอง” เขาบอกด้วยท่าทีจริงจัง
ณ เมืองจินหลิง
บริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวน
เหมิงเทียนอ้าวและสมาชิกผู้อาวุโสทั้งหกของบริษัท รวมถึงโจวเหมียวเหมี่ยวที่เหนื่อยล้ากำลังรออยู่หน้าบริษัทเงียบ ๆ
เมื่อ Knight XV จอดลงตรงหน้าพวกเขา ประตูก็ถูกเปิดออก ก่อนที่โจวอี้จะก้าวลงมาจากรถ
“พ่อคะ!”
เมื่อโจวเหมียวเหมี่ยวเห็นโจวอี้ก็กลับมามีชีวิตชีวาและโผเข้าหาอ้อมแขนของเขา
“ว่าไงลูกรัก คิดถึงพ่อใช่ไหม?” โจวอี้กอดเธอขณะถามเสียงอ่อนโยน
“อื้ม คิดถึงสิคะ” เธอตอบด้วยท่าทีออดอ้อน
“พ่อเองก็คิดถึงลูก กลับมาครั้งนี้จะอยู่เป็นเพื่อนลูกสักพักหนึ่งเลย” โจวอี้บอก
ตอนนี้เขามีลูกชายแล้ว แต่ก็พบว่าคนที่เขาเป็นห่วงที่สุดก็ยังเป็นลูกสาวอย่างโจวเหมียวเหมี่ยว
บางทีอาจเป็นเพราะเธอเป็นลูกสาวคนโต หรืออาจเป็นเพราะเขาใกล้ชิดกับลูกสาวมากกว่า
ได้กอดลูกสาวแล้ว ทำเอาไม่อยากปล่อยมือแม้แต่น้อย
สิบนาทีต่อมา
โจวอี้อุ้มลูกสาวเดินเข้ามาในห้องประชุมชั้นบน พร้อมด้วยเหมิงเทียนอ้าวและคนอื่น ๆ
นั่งลงได้ไม่นาน เฉิงฮ่าวก็รีบเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง
“มาครบกันแล้วผมก็ขอพูดเลยแล้วกัน”
“ว่ามาได้เลยครับ”
เหมิงเทียนอ้าวและเฉิงฮ่าวรับคำโดยพร้อมเพรียงกัน
โจวอี้สูดหายใจเข้าลึกและบอกเสียงเข้ม “เดี๋ยวผมจะไม่อยู่ที่เมืองจินหลิงสักพัก จะกลับมาเมื่อไหร่หรือกลับมาได้เมื่อไหร่ก็ยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ ผมจะโอนหุ้นของบริษัทที่มีให้ถังหว่าน”
“ต่อไปนี้เหมิงเทียนอ้าวจะมีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารบริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวน ส่วนโกดังและโรงเรียน ให้เฉิงฮ่าวเป็นคนจัดการดูแล”
“ระหว่างที่ผมไม่อยู่ที่จินหลิง ถ้ามีเรื่องสำคัญอะไรก็ไปปรึกษาถังหว่านได้เลย”
“ผมหวังว่าตอนที่ผมไม่อยู่ที่นี่ ทุกคนจะสามารถปกป้องเหมียวเหมี่ยวและถังหว่านได้นะครับ”
โจวอี้บอกพลางวางลูกสาวลงบนโซฟาที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะประสานมือคำนับให้หลายคนตรงหน้าและเอ่ยสำทับ “รบกวนทุกคนด้วยครับ”
“เจ้านาย คุณ…”
เฉิงฮ่าวกับเหมิงเทียนอ้าวและคนอื่น ๆ ต่างยืนขึ้น
พวกเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีนัก เพราะรับรู้ได้ว่าการทำแบบนี้เหมือนกับโจวอี้เตรียมใจรับผลที่จะตามมาไว้แล้ว
“ทุกคนครับ พวกคุณเป็นลูกน้องที่ผมรัก ต่างก็เป็นมือขวาของผมทั้งนั้น ผมจะไม่ปิดบังว่าผมกำลังจะเข้าไปในโลกตงเทียนเพื่อปกป้องและต่อสู้ บางทีต่อไปถ้าพวกคุณไปถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์ก็จะเข้าไปในนั้นได้เหมือนกัน”
“ดังนั้นหลังจากที่ผมไปแล้ว เรื่องที่เมืองจินหลิง รวมถึงถังหว่านและเหมียวเหมี่ยวคงต้องรบกวนพวกคุณดูแลด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงครับเจ้านาย! เราจะดูแลพวกพ้องที่นี่ และปกป้องภรรยาของเจ้านายและคุณหนูเอง” เหมิงเทียนอ้าวบอกอย่างแข็งขัน
อันที่จริงทั้งเขาและเฉิงฮ่าวได้ข่าวมาบ้างแล้ว
โลกตงเทียนที่สำนักโอสถคุ้มกันอยู่ถูกพวกต่างดาวกลุ่มใหญ่รุกราน เมื่อไม่สามารถต้านไหวจึงขอความช่วยเหลือจากทุกกองกำลังในโลกผู้ฝึกยุทธ์
เดิมทีพวกเขาไม่ได้เป็นกังวลนัก
ถึงอย่างไรโลกผู้ฝึกยุทธ์ก็มีผู้แข็งแกร่งมากมาย เป็นหน้าที่ของคนเหล่านั้นที่ต้องไปจัดการพวกต่างดาวในโลกตงเทียน พวกเขาจึงเชื่อว่าคงมีผู้แข็งแกร่งมากมายไปที่นั่น
เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าเจ้านายจะไม่ได้ไปเฉย ๆ แต่กลับเตรียมใจกับผลที่ตามมาด้วย
พวกเขาจึงมั่นใจว่าการไปโลกตงเทียนเพื่อต่อสู้กับพวกต่างดาวครั้งนี้ต้องอันตรายมากอย่างแน่นอน
“ขอบคุณพี่เหมิงกับพี่เฉิงมาก”
โจวอี้นำแก่นวิญญาณหมื่นแก่น และไข่มุกแก่นชีพอีกพันเม็ดออกมาจากเรือเงาแล้วส่งให้ทั้งสองคน ก่อนจะสั่งงานและออกไปจากบริษัทพร้อมกับลูกสาว
ณ ย่านช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
ถังหว่านที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านเห็นอิงหงซึ่งไม่ค่อยได้เข้ามาหาเธอเคาะประตูจากด้านนอก
“มีอะไรเหรอคะ?” ถังหว่านถามพลางส่งยิ้มให้
“นายหญิง มีแขกมาค่ะ”
“ใครเหรอ?” เธอมีสีหน้าแปลกใจ
“จางเหิงที่เป็นผู้จัดการของคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ กับชูเทียนซิงที่ดูแลการก่อสร้างโรงเรียนค่ะ แล้วก็…” อิงหงตั้งท่าจะเอ่ยบางอย่าง
“แล้วก็ใครอีก?” เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นขณะถาม
“แล้วก็มีคนจากทางการด้วยค่ะ พวกเขากำลังรออยู่ที่หน้าบ้าน” อิงหงบอก
ถังหว่านนิ่วหน้า
เธอเดินมาข้างหน้าต่างและเห็นว่ามีคนมากกว่ายี่สิบคนกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน
เกิดอะไรขึ้น?
เกิดเรื่องผิดปกติขึ้นอย่างนั้นหรือ?
ถังหว่านเงียบไปราวสิบวินาที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาโจวอี้
“เสี่ยวหว่าน ผมคุยกับคนพวกนั้นไว้แล้ว คุณออกไปต้อนรับพวกเขาก่อน ผมเพิ่งรับลูกมา อีกสิบนาทีน่าจะถึงบ้าน เสร็จธุระวันนี้แล้วผมจะอธิบายให้คุณฟังเอง” เสียงโจวอี้ดังมาจากปลายสาย
“ได้ค่ะ!”
เธอวางสายและเดินมาหน้าประตู
“สวัสดีครับนายหญิง”
“สวีสดีครับคุณถัง”
เมื่อผู้คนที่อยู่หน้าบ้านเห็นเธอเดินออกมาก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
เธอยิ้มบาง ๆ และพูดว่า “ทุกคนคะ ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทุกคนมาที่นี่กันทำไม แต่ว่าโจวอี้เพิ่งบอกฉันทางโทรศัพท์ว่าอีกสิบนาทีเขาจะกลับมาถึง ไปทานน้ำชาที่ห้องรับแขกก่อนเถอะค่ะ! เอาไว้เขากลับมาแล้วค่อยคุยกัน”