หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 885 เศรษฐีใหม่
หลังจากถังหว่านเชิญทุกคนมาที่ห้องรับแขก เธอก็สั่งให้เหม่ยหลานรินชาให้ทุกคน ส่วนเธอกับอิงหงออกมารออยู่ที่หน้าประตู
เธออยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เนื่องจากเมื่อครู่นี้ตอนที่คนจากทางการแนะนำตัว เธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ใช่แล้ว!
คนจากทางการมาจากกรมผู้ประกอบการ กรมสรรพสามิต และสำนักอสังหาริมทรัพย์…
ในขณะนั้นเอง รถสองคันแล่นมาจอดตรงหน้าถังหว่าน
“น้องสะใภ้…”
“เสี่ยวหว่าน”
หวงไห่เทาและจางซิ่วจือลงมาจากรถ ด้านหลังพวกเขามีลูกน้องเดินตามมา
“พี่สะใภ้ พี่ไห่เทา พวกคุณ…” ถังหว่านเอ่ยด้วยความงุนงง
“โจวอี้โทรเรียกให้เรามา!” จางซิ่วจือยิ้ม ก่อนจะมองมือเธอที่ลูบหน้าท้องที่ยื่นออกมาและถามว่า “อีกไม่กี่เดือนก็จะคลอดแล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ!”
เธอพยักหน้ารับ ลางสังหรณ์ไม่ดีในใจเริ่มรุนแรงขึ้นทุกที
“พี่สะใภ้ พี่ไห่เทา โจวอี้ได้บอกไหมคะว่าให้มาที่นี่ทำไม?” ถังหว่านถาม
“เธอยังไม่รู้เหรอ?” จางซิ่วจือมีสีหน้างุนงง “เขาโทรมาบอกเราว่าอยากโอนหุ้นของคอลเลคชันเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้เธอ”
“โอนให้ฉันเหรอคะ? ทำไม…”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ในมือเธอก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูและเห็นข้อความที่ได้รับ ซึ่งทำเอาเธอตกตะลึงไป
มันเป็นการแจ้งเตือนยอดโอนเงินเข้าจากธนาคาร เงินจำนวนหนึ่งถูกโอนเข้ามาในบัญชีของเธอ
“นี่มันอะไรกัน? หนึ่งหมื่นสองพันเจ็ดร้อย… ล้านหยวนอย่างนั้นเหรอ?” จางซิ่วจือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์เต็มตา
แม้ว่าเธอจะไม่ได้ขัดสนเงินทอง และทรัพย์สินของเธอก็มีมากกว่านี้ แต่ก็ยังตกใจเมื่อเห็นถังหว่านได้รับเงินก้อนโตขนาดนี้
“พี่สะใภ้ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ” ถังหว่านบอก
“เกิดอะไรขึ้น?” จางซิ่วจือรีบถามอย่างร้อนใจ
“ตามฉันมาก็จะรู้เองค่ะ” ถังหว่านหันหลังแล้วเดินนำทั้งสองเข้าไปในบ้าน
ไม่นานหลังจากนั้น จางซิ่วจือและหวงไห่เทาก็มาถึงห้องรับแขก และเห็นคนมากกว่ายี่สิบคนด้านใน เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้เป็นใครก็เดาได้บ้างว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
ถังหว่านกลับมารอที่หน้าประตูอีกครั้ง
จางซิ่วจือมาอยู่ข้างเธอ หลังจากรออยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเธอก็เห็นรถหุ้มเกราะคันหนึ่ง รวมถึงรถ SUV สีดำอีกสองคันที่ขับตามมา
โจวอี้ลงมาจากรถพร้อมลูกสาวที่หลับอยู่ เขามองถังหว่านและส่งเด็กน้อยให้อิงหง จากนั้นจึงเข้าไปกอดถังหว่าน
“เสี่ยวหว่าน ผมคิดถึงคุณ” โจวอี้บอกเสียงนุ่ม
“ฉันเองก็คิดถึงคุณค่ะ” เธอตอบ
หลังจากกอดกันพักหนึ่ง เขาก็ปล่อยเธอก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหน้าท้องนูน ๆ และรับรู้ได้ถึงเจ้าตัวน้อยด้านใน จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมกลับมาแล้ว! ช่วงนี้มีเรื่องที่ต้องจัดการ เอาไว้ผมจะอธิบายให้ฟังทีหลังนะครับ”
“ฉันอยากรู้ตอนนี้ค่ะ”
“เสี่ยวหว่าน ฟังผมนะ มันจะไม่เป็นอันตรายกับคุณ”
“ฉันไม่สนใจว่าจะอันตรายกับตัวเองหรือเปล่า ฉันแค่อยากรู้เหตุผลค่ะ” เธอยืนกรานอย่างดื้อดึง
โจวอี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มลำบากใจ “เดี๋ยวผมจะไม่อยู่สักพัก ยังไม่แน่ใจว่าจะไปนานแค่ไหน แต่ถ้าผมมีโอกาส ผมจะกลับมาหาคุณและลูก”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” เธอบอกพลางจ้องหน้าเขา
“อะไรไม่ใช่ครับ?”
“ถ้าคุณแค่จะไม่อยู่สักพัก คุณคงไม่ต้องจัดการเรื่องพวกนี้ ถ้าฉันเดาไม่ผิด คุณคงอยากโอนหุ้นและทรัพย์สินทั้งหมดให้ฉัน”
“คุณภรรยา ฉลาดเกินไปไม่ดีเลยนะครับ” โจวอี้เอ่ยอย่างจนปัญญา
“ฉันต้องการเหตุผลค่ะ”
“ผมยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่น่ะ”
“มันอันตรายเหรอคะ?”
“อันตรายครับ แต่ตอนนี้ผมแข็งแกร่งมากแล้ว น่าจะปกป้องตัวเองได้” โจวอี้บอก เขาลังเลไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยต่อ “ที่ที่ผมจะไปครั้งนี้ไม่ถือว่าอยู่ในโลกมนุษย์ แต่เป็นโลกตงเทียน สำนักโอสถเองก็ประจำการอยู่ที่นั่น”
ถังหว่านยิ้มขณะที่ในใจเริ่มสงบลง
เธอรู้ว่าผู้อาวุโสที่เป็นผู้แข็งแกร่งของสำนักโอสถเป็นห่วงความปลอดภัยของโจวอี้เป็นพิเศษ แม้แต่ตอนที่โจวอี้อยู่ที่จินหลิง ก็ยังมีผู้แข็งแกร่งจากสำนักโอสถคอยคุ้มกันอยู่ข้างกาย
หากโจวอี้ไปสมทบกับสำนักโอสถ เชื่อว่าคงจะมีผู้แข็งแกร่งคอยปกป้องเขา
“คุณสามี คุณไม่ต้อง…”
“ภรรยาครับ มันจำเป็น เพราะกำหนดเวลาที่จะออกมามันไม่แน่นอน ผมก็เลยต้องโอนหุ้นทั้งหมดของผมให้คุณ และให้เงินคุณเอาไว้ด้วย ระหว่างนี้เหมิงเทียนอ้าวกับเฉิงฮ่าวจะเป็นคนจัดการดูแลเอง พวกเขาจะมาปรึกษาหารือกับคุณ”
“นายหญิง เราจะคอยดูแลให้เองครับ” เหมิงเทียนอ้าวและเฉิงฮ่าวบอกขณะก้าวออกมาพร้อมกันพลางประสานมือ
จางซิ่วจือที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้างแววตาวูบไหว เธอเพิ่งได้ยินข่าวด่วน และยังได้รู้ว่าในโลกนี้มีหลายสิ่งที่เธอไม่รู้จัก อย่างเช่นเรื่องมิติอื่นที่โจวอี้เพิ่งพูดถึง
สองชั่วโมงต่อมา
โจวอี้และถังหว่านลงนามในเอกสารหลายฉบับ ตอนนี้ถังหว่านเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของคอลเลคชันเอนเตอร์เทนเมนต์ เธอเป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวน และทรัพย์สินในโกดัง รวมถึงโรงเรียนแห่งใหม่ นอกจากนี้ยังมีที่ดินหลายพันหมู่ที่โจวอี้ซื้อไว้ก่อนหน้านี้
คนที่มายังบ้านตระกูลโจววันนี้ต่างเป็นสักขีพยานว่าถังหว่านได้กลายมาเป็นเศรษฐีคนใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการกลับไป โจวอี้ก็เรียกเหมิงเทียนอ้าว เฉิงฮ่าว จางเหิง ชูเทียนซิง และคนอื่น ๆ มาที่ห้องทำงานแล้วออกคำสั่ง ก่อนจะให้พวกเขากลับไป
วิลล่าที่เคยมีเสียงจอแจกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หลังจากส่งทุกคนกลับไป โจวอี้กับหวงไห่เทาก็อยู่คุยกันที่หน้าบ้าน
“ถังหว่านกับเหมียวเหมี่ยวอยู่ที่จินหลิง คุณเป็นคนพื้นที่ในเมืองจินหลิง ต่อไปช่วยผมดูแลพวกเธอหน่อยนะ ถ้า… ผมหมายถึงว่าสมมติว่าผมไม่ได้กลับมา ผมหวังว่าคุณจะรับเหมียวเหมี่ยวและลูกสาวที่ยังไม่ลืมตาดูโลกอีกคนของผมเป็นลูกบุญธรรม พวกเธอจะได้รับความรักจากพ่อ” โจวอี้หันมาคุยกับหวงไห่เทา
“ได้สิ”
หวงไห่เทารู้ว่าการที่อีกฝ่ายพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร จึงพยักหน้าให้ด้วยท่าทีหนักแน่น
ในขณะนี้เอง อิงหงได้ถือกระเป๋าหนังสีดำเดินออกมาจากในบ้าน
โจวอี้ชี้ไปทางหวงไห่เทา เป็นสัญญาณบอกอิงหงให้ยื่นให้อีกฝ่าย ก่อนจะพูดขึ้นว่า “นี่เป็นไข่มุกแก่นชีพ แล้วก็มีโอสถด้วย ถือว่าเป็นของขวัญการจากลา”
“ฉันไม่ได้อยากได้”
“ต้องรับไว้ครับ” โจวอี้ยืนกรานเสียงแข็ง “ผู้ฝึกยุทธ์กำลังเฟื่องฟู ถ้าตระกูลหวงต้องการมีอำนาจในจินหลิงก็ต้องเป็นผู้แข็งแกร่ง ทรัพยากรในการฝึกเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งที่ผมให้ไปก็ไม่ถือว่ามากแต่คุณต้องรับเอาไว้”
“ฉัน…”
อีกฝ่ายเงียบไป ทว่าท้ายที่สุดก็พยักหน้าและรับกระเป๋าหนังสีดำอันหนักอึ้งไป
“พี่หวง ผมขอส่งแค่นี้นะ ถ้าผมกลับมาได้ ขอเชิญไปดื่มด้วยกันสักสามวันนะ” โจวอี้บอกพลางยื่นมือให้
“ฉันจะรอนะ” หวงไห่เทาเอ่ยขณะที่ตาแดงก่ำเมื่อจับมือโจวอี้