หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 886 แจกจ่ายทรัพยากร
ภายในห้องเงียบ ถังหว่านนอนพิงกายในอ้อมแขนของโจวอี้ ในใจไม่ได้นึกยินดีกับการเป็นเศรษฐีคนใหม่แม้แต่น้อย แต่กลับมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
เธอรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากโจวอี้แล้ว
แม้เขาจะบอกอย่างสบาย ๆ ว่าในโลกตงเทียนไม่ได้อันตรายนัก แต่เธอก็ไม่ได้เชื่อสนิทใจ
เธอรู้ว่าหากไม่อันตราย โจวอี้คงไม่โอนธุรกิจทุกอย่างมาให้เธอ ยังไม่รวมถึงการเดินทางไปพาลูกสาวกลับมาจากบริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวน
“คุณจะไปเมื่อไหร่คะ?”
“ผมอยู่จินหลิงได้สามวัน แล้วก็ต้องไปแล้วครับ” โจวอี้เอ่ยเสียงนุ่ม
“เตรียมการเรื่องอื่น ๆ ไว้แล้วเหรอคะ?” เธอถาม
“คนจากไซบีเรียกับเกาะซ่อนหมอกจะมาถึงจินหลิงพรุ่งนี้ ผมจะไปพบพวกเขาและอยู่ที่บ้านกับคุณและลูก”
“คุณพ่อก็จะกลับมาด้วยเหรอคะ?”
“อืม”
“กลับมาอยู่บ้านเหรอคะ?” เธอถามอีกด้วยความกังวล
“กลับมาอยู่บ้านไม่ได้หรอก ผมรู้สึกว่าพวกเขาถูกคนจับตามองอยู่ แค่ไม่แน่ใจว่าเป็นพวกไหนกันแน่” โจวอี้ยิ้มอย่างลำบากใจ “พ่อกับปู่สามเป็นคนที่ไม่ธรรมดา ถึงจะผ่านไปมากกว่ายี่สิบปีแล้ว ผมก็เชื่อว่ายังมีหลายคนรู้จักพวกเขา การมาที่นี่อาจทำให้คุณเป็นอันตรายได้”
“ใครเพ่งเล็งกันคะ? หรือว่าจะเป็นศัตรูของเรา?”
“ผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ แต่ว่าผมเองก็ได้สมบัติจากสุสานมังกรมาเยอะ ชนิดที่บอกว่าผมเป็นตู้สมบัติก็คงไม่เกินจริง ของมีค่าและเงินทองทำให้คนโลภ ผมเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะตกเป็นเป้า”
“ถ้าอย่างนั้นคุณจะเป็นอันตรายไหม?” เธอรีบท้วง
“ไม่หรอกครับ ก่อนอื่นคือตอนนี้ระดับของผมสูงมากแล้ว ถ้าจะแย่งสมบัติไปจากผมอย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋า นอกจากนี้ท่านอาก็กลับไปแล้ว หลายคนน่าจะคิดว่าพวกเขาเอาสมบัติพวกนั้นกลับไปที่สำนักโอสถ คนที่เพ่งเล็งผมอยู่คงไม่ทำเรื่องบุ่มบ่าม”
“ดีเลยค่ะ!” ถังหว่านพยักหน้า
โจวอี้คลายอ้อมกอดและนำกล่องหนังขนาดใหญ่หลายสิบกล่องออกมา ก่อนจะหยิบไข่มุกแก่นชีพระดับสามออกมาสองพันเม็ด ไข่มุกแก่นชีพระดับสองออกมาหนึ่งพันเม็ด และไข่มุกแก่นชีพระดับหนึ่งออกมาสิบเม็ดจากเรือเงา เขานำไข่มุกแก่นชีพทั้งหมดใส่กล่องหนังเหล่านั้น นอกจากนี้ยังเอาแก่นวิญญาณอีกหมื่นแก่นออกมาใส่อีกกล่องแยกไว้
“เสี่ยวหว่าน คุณเก็บของพวกนี้ไว้นะ พวกมันเป็นทรัพยากรในการฝึกยุทธ์ที่ดีมาก แล้วผมก็เก็บโอสถเอาไว้ในตู้เซฟให้คุณแล้ว คุณเอาไปใช้กับลูกนะครับ”
“ค่ะ!” เธอพยักหน้ารับ
หญิงสาวยินดียอมรับการจัดการดูแลจากโจวอี้ทุกอย่าง
“แล้วผมก็จะให้ผู้อาวุโสจางคอยคุ้มกันให้คุณด้วย ส่วนอิงหงจะให้ติดตามคุณ พรุ่งนี้จะให้อีกคนมาอยู่แทนเธอ เธอจะได้คอยอยู่กับคุณได้” โจวอี้บอก
“สามีคะ ผู้อาวุโสจางแข็งแกร่งมากเลยไม่ใช่เหรอคะ? คุณพาเธอไปโลกตงเทียนด้วยเถอะค่ะ! ให้เธอคอยปกป้องคุณ” ถังหว่านรีบบอก
“ไม่ครับ ให้เธออยู่ข้างคุณดีกว่า! คุณต้องปลอดภัยก่อน ผมถึงวางใจไปทำธุระที่อื่นได้” โจวอี้บอก
ถังหว่านเงียบไป
ทว่าผ่านไปไม่นานก็เอ่ยขึ้นว่า “สามีคะ ฉันอยากออกจากวงการบันเทิงค่ะ ต่อไปฉันอยากตั้งใจฝึกยุทธ์และดูแลลูก ๆ”
“ดีเลยครับ!” โจวอี้หัวเราะ
อันที่จริงเขาค้นพบว่าเธอมีคุณสมบัติในการฝึกยุทธ์ที่ไม่ดีนัก ต่อให้ไม่ได้สนใจการฝึกยุทธ์มาก่อน แต่หากมีทรัพยากรในการฝึกมากมายสนับสนุน เจ้าตัวก็น่าจะก้าวหน้าขึ้นได้
ตอนนี้เธอน่าจะอยู่ในระดับผู้ฝึกหัดยุทธ์ขั้นต้นเท่านั้น
ทว่าเขาไม่คิดพูดบั่นทอนความมั่นใจของเธอ
เขาหวังว่าต่อไปถังหว่านจะแข็งแกร่งขึ้น มีเพียงการเป็นผู้แข็งแกร่งที่จะทำให้เธออายุยืนและสามารถอยู่กับเขาไปได้อีกนาน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
โจวอี้ขับรถมาที่โรงน้ำชาปาซาน
ซีชิงอิ่งในชุดกี่เพ้าน้ำเงินขาวดูสวยสง่า เธอมาคอยต้อนรับเขานานแล้ว
“จัดการเรื่องทั้งหมดเรียบร้อยดีไหม?” โจวอี้ถาม
“เรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้พนักงานทั้งหมดของโรงน้ำชาหยุดงานไปเที่ยวกัน แล้วก็ไม่ได้รับลูกค้าค่ะ” เธอพยักหน้าทว่าสายตายังฉายแววงุนงง
“ชิงอิ่ง ผมจะไม่อยู่พักหนึ่ง หลังจากนี้อาจจะไม่ได้มาที่นี่อีกนาน ดูแลตัวเองด้วยนะ” โจวอี้บอกพลางเดินขึ้นไปชั้นบน
“ไปที่ไหนคะ?” ซีชิงอิ่งหน้าเปลี่ยนสี
“ไปโลกตงเทียนที่สำนักโอสถคอยคุ้มกันอยู่น่ะ”
“อันตรายหรือเปล่าคะ?”
“ไม่ใช่แค่อันตราย แต่ยังเกรงว่าจะรอดชีวิตกลับออกมาไม่ง่าย” เขาบอกขณะยกยิ้มขมขื่น
เขาเลือกที่จะปกปิดเรื่องนี้กับถังหว่าน อู๋ซินเยว่ และเซี่ยหลู่ แต่ไม่ได้ปิดบังซีชิงอิ่ง เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่ผู้หญิงของเขา จึงสามารถเปิดอกบอกทุกอย่างได้ด้วยความเชื่อใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร
เพียงแค่สิ่งที่เขาคิดนั้นไม่เป็นความจริง
เมื่อซีชิงอิ่งได้ยินคำพูดของเขาก็ใจหายวาบ ใบหน้าสวยซีดเผือด
“ชงชาอร่อย ๆ มาให้สักกาสิ! ผมกลัวว่าพอไปโลกตงเทียนแล้วจะไม่ได้ดื่มชาฝีมือคุณไปอีกนาน” โจวอี้บอกหลังจากนั่งลงในห้องของเธอบนชั้นสาม
“ค่ะ!”
หญิงสาวเปิดตู้แล้วหยิบใบชาที่ดีที่สุดออกมาชงให้เขาเงียบ ๆ
“ฉันอยากไปกับคุณด้วยค่ะ” ซีชิงอิ่งโพล่งบอก
“ไปทำไมกัน อย่าหาเรื่องเลยครับ” โจวอี้ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มที่หุบลง
“ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะอยู่แค่ระดับกึ่งปรมาจารย์ แต่ผู้อาวุโสหลวนทั้งคู่ก็ไปถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้ว ถ้าฉันไปด้วยก็ยังปกป้องคุณได้นะคะ”
“ไม่ได้ ร่างกายของคุณพิเศษมาก จนกว่าจะได้เป็นผู้แข็งแกร่ง ห้ามไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น โดยเฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ชั่วร้ายที่เคยมาที่นี่”
“ถ้าฉันไปถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้วจะไปโลกตงเทียนที่สำนักโอสถคุ้มกันอยู่ได้ใช่ไหมคะ?”
“ใช่” โจวอี้พยักหน้ารับ
“อื้ม งั้นฉันจะตั้งใจฝึกค่ะ” เธอกำหมัดและบอกด้วยท่าทีขึงขัง
“พยายามเข้านะครับ!”
โจวอี้ยิ้ม
ร่างกายของซีชิงอิ่งเหมาะกับการฝึกยุทธ์เป็นพิเศษ แต่เธอยังไปไม่ถึงระดับปรมาจารย์ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์เลย ไม่มีทางที่เธอจะไปโลกตงเทียนได้ภายในสามถึงห้าปีนี้แน่นอน
“ชิงอิ่ง นี่เป็นทรัพยากรในการฝึกยุทธ์ที่ผมทิ้งเอาไว้ให้ ไข่มุกแก่นชีพสองร้อยเม็ด แก่นวิญญาณสองพันแก่น คุณเก็บเอาไว้ใช้กับผู้อาวุโสหลวนทั้งสองคนนะ” โจวอี้บอกพลางนำไข่มุกแก่นชีพและแก่นวิญญาณออกมาจากเรือเงา
“นี่มันอะไรกันคะ?”
เมื่อเธอเห็นเขาเอาของมากมายออกมาราวกับเล่นมายากลก็งุนงง ทว่าไม่นานก็ได้สติและรีบยกมือปฏิเสธ “โอสถกับแก่นวิญญาณที่คุณให้มาก่อนหน้านี้ฉันยังใช้ไม่หมดเลย! คุณเก็บของพวกนี้ไว้เถอะค่ะ พวกมันน่าจะมีประโยชน์มากกว่า”
“ผมยังมีอยู่ครับ รีบรับไปเร็วเข้า” โจวอี้หัวเราะ
“ก็ได้ค่ะ!” เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนนำไปเก็บในท้ายที่สุด
หลังจากดื่มน้ำชากันเสร็จ โจวอี้ก็ขยับตัวลุกขึ้นและพูดว่า “คนที่ผมรออยู่มาถึงแล้ว ลงไปกันเถอะครับ!”
“ค่ะ!”
ซีชิงอิ่งลุกขึ้นเดินตามหลังโจวอี้ไป
ตอนนี้เองที่หลวนเทียนเฟิงและหลวนเทียนไฉพลันปรากฏตัวขึ้น พวกเธอประสานมือทักทายโจวอี้ แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“ผู้อาวุโสทั้งสองไม่ต้องกังวลไปหรอก คนที่มาเป็นคนของผมเอง” โจวอี้หัวเราะ
พวกเธอยิ้มและมีท่าทีเบาใจ
ไม่นานหลังจากนั้น ประตูของโรงน้ำชาปาซานก็ถูกซีชิงอิ่งเปิดออกจากด้านใน
กลุ่มคนหลายคนก้าวเรียงกันเข้ามาด้านในทันที