หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 894 ขอโทษผมซะ
ณ ภัตตาคารกงถิงอวี้เยี่ยน
ด้านนอกลิฟต์ของทางเข้าชั้นสี่ ชายร่างกำยำสองคนมองคนทั้งสามที่เดินออกมาจากด้านในด้วยสายตาเย็นชาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางให้
“ฉางคุนอยู่ไหน? ให้เขาออกมาเจอฉันเดี๋ยวนี้” ชายวัยกลางคนในชุดสูทที่ดูไม่ธรรมดาถามขึ้นอย่างไม่ยี่หระ
“มีแขกใช้ห้องจักรพรรดิ ต่อให้คุณฉางมาด้วยตัวเอง เขาก็ไล่ลูกค้าในห้องจักรพรรดิไม่ได้ คุณไปรอที่ชั้นสามดีกว่าครับ” ชายตัวโตคนหนึ่งกล่าว
“ทุกครั้งที่มาที่นี่ฉันก็ใช้ห้องจักรพรรดิตลอด ไม่รู้เรื่องนี้หรือไง” เกาเซินหันไปมองชายชราที่ยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์ “ครั้งนี้ฉันพาแขกคนสำคัญมาเลี้ยงอาหาร ดังนั้นไปเรียกฉางคุนมาหาฉันเดี๋ยวนี้ บอกให้เขาเตรียมห้องจักรพรรดิไว้ให้ฉัน”
“แหม คุณเกานี่เอง!”
ฉางคุนเดินนำบริกรสาวในชุดกี่เพ้าหกคนก้าวขึ้นบันไดมา เมื่อเห็นเกาเซิน เขาก็ทักทายออกไป แม้จะร่ำไห้ในใจแต่ก็ยังฝืนยิ้มบังหน้าเอาไว้
“ผู้จัดการฉาง ฉันกำลังจะพาแขกคนสำคัญไปเลี้ยงอาหารที่ห้องจักรพรรดิ อยากจะได้เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ดีที่สุด ช่วยไปบอกให้คนที่อยู่ในห้องจักรพรรดิเปลี่ยนห้องที” เกาเซินบอกเสียงเข้ม
“ขอโทษด้วยครับที่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้” ฉางคุนเอ่ยพลางยกยิ้มเจื่อนและผายมือออก
“ฉางคุน ทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง? แต่ละปีฉันมาอุดหนุนร้านนี้ไปอย่างน้อยเกือบสิบล้าน แต่นายกลับหักหน้าฉันแบบนี้งั้นเหรอ? ” เกาเซินบอกด้วยความหงุดหงิด
“คุณเกาครับ ไม่ใช่ว่าผมหักหน้าคุณหรอกนะครับ เพียงแต่ลูกค้าในห้องจักรพรรดิไม่ใช่คนธรรมดา ผมไม่กล้า…”
“เขาเป็นใคร?”
“ผมเองก็ไม่มั่นใจ แต่นายใหญ่โทรบอกให้ผมจัดห้องจักรพรรดิให้เขา ถึงกับกำชับให้ดูแลเขาเหมือนเป็นเจ้านายคนหนึ่ง ผมก็เลยไม่กล้าขัดคำสั่งนายครับ!” ฉางคุนเอ่ยด้วยรอยยิ้มลำบากใจ
“อู๋ซินเยว่สั่งมาเองเลยเหรอ?” สีหน้าเกาเซินยิ่งเหยเก ทว่าสายตายังฉายแววสบประมาท
เขาเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเยี่ยเฉิง เป็นหัวหน้าตระกูลเกาซึ่งเป็นแนวหน้าของตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ของเมืองนี้ ตำแหน่งของเขาเองก็ไม่ธรรมดา คนทั่วไปไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาแต่อย่างใด
ทว่าอู๋ซินเยว่ต่างออกไป
คนอื่นอาจไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเธอ แต่เขารู้ดี
ต่อให้ตระกูลเกาแข็งแกร่งก็ยังไม่กล้าไปเทียบกับอู๋ซินเยว่
“อู๋ซินเยว่เหรอ? คนที่เป็นศิษย์ของแม่เฒ่าเสวียนเจี้ยนน่ะเหรอ?” ชายชราที่อยู่ข้าง ๆ เขาถามขึ้น
“ใช่ครับ!” เขาตอบ
“โอ้ ตอนที่สำนักดาบซูซันกับสถาบันดาบซูซันยังไม่แยกกัน ฉันเองก็กลัวแม่เฒ่าเสวียนเจี้ยนนิดหน่อย แต่ว่าตอนนี้… สถาบันดาบซูซันไม่มีเรื่องบาดหมางกับสำนักดาบซูซัน มันก็ถือเป็นเรื่องดีแล้วล่ะ แต่ก็คลายกังวลได้แค่กับสำนักดาบซูซัน เพราะยังหวั่นใจเรื่องแม่เฒ่าเสวียนเจี้ยนอยู่” ชายชราบอก
“พูดอีกก็ถูกอีกครับ!” เกาเซินรีบพยักหน้าเห็นด้วย
สำนักดาบซูซันแยกตัวออกมาย้ายไปอยู่ที่อื่นได้มากกว่าแปดสิบปีแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็แทบไม่ได้ข้องเกี่ยวกันอีก
“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ รีบเข้าไปจัดการคนพวกนั้นเถอะ” ชายชราเอ่ยอย่างเฉยชา
“ได้เลยครับ!”
เกาเซินมองฉางคุนและเย้ยหยันว่า “ได้ยินไหม? ต่อให้นายใหญ่ของนายสั่งมา แต่ศิษย์พี่โม่หยางที่อยู่ข้างฉันก็ไม่กลัว นายก็น่าจะรู้สถานะของเขาดีใช่ไหม รีบไล่คนพวกนั้นออกไปซะ และเตรียมห้องจักรพรรดิให้เรา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าเราโหดร้าย”
“คุณ…”
“หลีกทางไป”
เกาเซินผลักฉางคุนให้พ้นทางและมุ่งหน้าไปยังห้องจักรพรรดิ
ทว่าเมื่อผลักประตูกลับเปิดไม่ได้ ไม่นานก็เริ่มมีสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะถีบประตูด้วยความโมโห
ภายในห้องจักรพรรดิ
โจวอี้กำลังนั่งคุยกับหลินเสี่ยวเสียนและหวงเหวินเหวิน ทว่าประตูกลับถูกถีบเปิดออกอย่างแรง ก่อนที่ชายวัยกลางคนแต่งตัวดีจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ผมชื่อเกาเซิน เป็นหัวหน้าตระกูลเกาแห่งเมืองเยี่ยเฉิง ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็หลีกไปให้พ้นทางซะ เราต้องการใช้ห้องจักรพรรดินี้!” เกาเซินตะโกนใส่หน้าโจวอี้และหญิงสาวทั้งสอง
“รนหาที่ตายหรือไง?” โจวอี้ลุกขึ้นถาม
“เจ้าเด็กนี่ กล้าดียังไงถึงมาพูดกับผมแบบนี้” อีกฝ่ายจ้องเขม็ง
“ขอโทษผมแล้วไสหัวออกไปซะ ไม่อย่างนั้นผมจะส่งคุณลงนรกไปเกิดใหม่” โจวอี้บอกด้วยท่าทีเย็นชา
“อ้าว! เฮ้ย! เจ้าเด็กนี่เก่งมาจากไหนกัน!” เสียงนั้นดังขึ้นในห้องจักรพรรดิ พร้อมกับโม่หยางที่เดินเอามือไพล่หลังเข้ามา สายตาหรี่มองโจวอี้และพรรคพวก
ทว่าเมื่อเห็นโจวอี้ชัด ๆ เขาก็ชะงักไป
ทันใดนั้นเขาก็เบิกตากว้างและจ้องโจวอี้อีกครั้งพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว
ผลัวะ!
โม่หยางหันไปตบหัวเกาเซินและต่อว่า “เป็นถึงหัวหน้าตระกูลเกา ทำตัวไร้มารยาทแบบนี้ได้ยังไง! หาเรื่องคนอื่นอย่างหยาบคาย แถมยังถีบประตูห้องเข้ามาอีกอย่างนั้นเหรอ มากับฉันเดี๋ยวนี้ วันนี้ฉันจะสั่งสอนให้หลาบจำเอง”
พูดจบ เขาก็คว้าแขนเกาเซินดึงออกไปข้างนอก
“หยุดอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ!”
โจวอี้ตะโกนบอกเสียงแข็ง
โม่หยางชะงักฝีเท้าทันที
“ผู้อาวุโสโม่ กล้าดีนี่ครับ! ผมแค่ติดค้างแก่นวิญญาณไว้แปดร้อยแก่น! ต้องตามมาทวงถึงเมืองเยี่ยเฉิงเลยหรือไง ถ้าผมจำไม่ผิด ในสุสานมังกรนั่นน่ะ ผมช่วยชีวิตคุณไว้ตั้งสองครั้งนี่นา หรือว่าการช่วยชีวิตจะเทียบไม่ได้กับหนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ล่ะครับ” โจวอี้บอกหน้านิ่ง
“อะแฮ่ม…”
โม่หยางหันไปเปิดเผยสถานะตัวเองอย่างกระอักกระอ่วนใจ เขาประสานมือคำนับให้โจวอี้ “น้องโจว! มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด แค่แก่นวิญญาณแปดร้อยแก่น ฉันจะตามมาทวงถึงที่นี่ทำไมกัน อันที่จริงนายไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้เลยก็ได้ ฉันลืมไปแล้วว่าคนายติดค้างแก่นวิญญาณเอาไว้ ฉันไม่ต้องการมันหรอก เมื่อกี้เจ้าเด็กคนนี้ทำเรื่องบุ่มบ่าม นายคงไม่ถือสาเขาใช่ไหม?”
“ปกป้องเขาจังเลยนะครับ เขาสกุลเกานี่นา ไม่ใช่ลูกชายคุณสักหน่อย อ๋อ หรือว่า…”
“แหม อย่าพูดเรื่องเหลวไหลสิ ฉันประวัติใสสะอาดนะ ไม่ทำเรื่องไม่สมควรอยู่แล้ว อันที่จริงเขาเป็นลูกชายของเพื่อนเก่าแก่ของฉันต่างหาก” โม่หยางรีบอธิบาย
“อ๋อ!”
โจวอี้เผยสีหน้าเย้ยหยันพลางมองหน้าเกาเซินที่อยู่ในอาการงุนงง ก่อนจะบอกเสียงแข็งว่า “ขอโทษผมสิ”
เกาเซินตกตะลึงและอ้าปากพูดโดยไร้เสียง
เพียะ!
โม่หยางตบหัวเกาเซินอีกครั้งและดุด่า “เจ้าเด็กบ้า! ยืนนิ่งอยู่ทำไม รีบขอโทษน้องโจวเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นแม้แต่ฉันก็ปกป้องแกไม่ได้หรอกนะ”
เกาเซินอึ้งไปกับท่าทีของโม่หยาง
ในใจเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ทว่าทำได้เพียงก้มหัวและประสานมือคำนับให้โจวอี้และจำใจพูดว่า “น้องโจว เมื่อกี้เป็นความผิดผมเอง หวังว่าจะเมตตาไม่ถือสาผม”
โจวอี้โบกมือไล่ “ออกไปซะ!”
เกาเซินมองหน้าโม่หยางและเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าให้ จึงรีบออกจากห้องจักรพรรดิราวกับมีชีวิตเป็นเดิมพัน
“เอ่อ อะแฮ่ม น้องโจว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไม่รบกวนก็แล้วกัน ฮ่า ๆ คุยกันต่อตามสบายเลย” โม่หยางเอ่ยพลางยิ้มเจื่อน
“ผู้อาวุโสโม่อย่าเพิ่งรีบไปสิครับ! โลกตงเทียนที่สำนักโอสถคุ้มกันอยู่ต้องการผู้แข็งแกร่งอย่างคุณไปช่วยต่อสู้นะครับ” โจวอี้บอกขณะแสยะยิ้ม
“ไม่ได้หรอก อาการบาดเจ็บของฉันยังไม่หายดีเลย ไปที่นั่นก็เป็นได้แค่ทหารพลีชีพ ไว้ชีวิตฉันเถอะ!” อีกฝ่ายรีบโบกมือบอกปัดและขำแห้ง “แล้วฉันก็ไม่ได้เก่งเท่านายด้วย ไปไม่ไหวหรอกนะ”
“ช่างเถอะครับ คนเรามีเจตจำนงของตัวเอง ผมไม่บังคับหรอก ว่าแต่ไม่อยากได้แก่นวิญญาณแปดร้อยแก่นแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ?” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่เอา ฉันไม่อยากได้แล้วจริง ๆ” โม่หยางเอ่ยขณะฝืนยิ้ม
“ผมจะทำอย่างนั้นลงได้ยังไง ผมไม่ชอบเอาเปรียบคนซะด้วยสิ เดี๋ยวคุณจะเสียผลประโยชน์เอานะครับ”
“ไม่หรอก ฉันจะไปบอกให้เจ้าเด็กสกุลเกานั่นชดใช้ให้ฉันเอง” ชายชรากล่าว
“ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตไม่ไปส่งนะครับ”
“ไม่เป็นไรเลย ลาก่อนนะ” โม่หยางพูดอย่างหมดมาดจบ ก็รีบหันหลังเดินออกไปนอกห้องทันที