หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 904 เจอพวกต่างดาวครั้งแรก
ป่าเขียวขจีกว้างใหญ่ไพศาลขยับไหวราวคลื่นในท้องสมุทร ดอกไม้นับร้อยสะบัดพลิ้ว สัตว์ป่านานาชนิดออกมาเคลื่อนไหว นกมากมายโผบิน น้ำตกตระการตาไหลลงมาคล้ายกาแล็กซีทางช้างเผือก
กลิ่นเลือดเจือจางค่อย ๆ ถูกพัดโชยไปตามกระแสลมผ่านกิ่งไม้และใบไม้ที่แผ่ขยายกิ่งก้านไปทั่วสถานที่อันงดงาม
“ฮี่ ๆๆ…”
เสียงหัวเราะประหลาดหูดังมาจากฟากฟ้า
อินทรีสยายปีกกว้างบินโฉบลงมาราวกับคันธนู สายตาเฉียบคมเล็งเป้าหมายไปยังกลุ่มคนที่เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยโลหิตภายในป่าลึก
ชายคนหนึ่งอยู่บนหลังอินทรีตัวนั้น เจ้าตัวอยู่ในชุดคลุม ไข่มุกปีศาจสีแดงฝังอยู่ในคิ้วของเจ้าตัว ปราณร้ายแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ดาบยาวในมือยังเปรอะไปด้วยคราบเลือด
“สรรค์สร้างฟ้าดิน[1] วงแหวนดารา”
น้ำเสียงแหบแห้งดังมาจากปากชายร่างกำยำที่อยู่บนหลังอินทรี
ทันใดนั้น ปราณคมกริบส่องสว่างจนแสบตาก็ถูกส่งลงไปโอบล้อมกลุ่มคนร่างอาบเลือดในป่าทึบ
“ตายซะเถอะ!”
ตู้ม!
ผู้อาวุโสระดับบรรพจารย์ยุทธ์ทั้งสามคนที่ร่างอาบเลือดพยายามใช้กำลังอย่างเต็มที่ คลื่นพลังรอบตัวพวกเขาปั่นป่วน เศษทรายปลิวว่อน ใบไม้ที่ร่วงหล่นบนพื้นถูกพัดขึ้นมา ปราณดาบและเงาคนทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
ในจังหวะนี้เอง มิติพลันสั่นสะเทือน
ต้นไม้สูงเสียดฟ้าในรัศมีหลายร้อยเมตรถูกฟันออก หินผาก้อนโตแตกเป็นเสี่ยง ๆ ซากปรักหักพังกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ชายชราระดับบรรพจารย์ยุทธ์สามคนบาดเจ็บหนัก สองในสามคนตายคาที่อย่างน่าอนาถ แขนข้างที่ถือดาบของชายอีกคนถูกฟันจนขาด
มนุษย์ต่างดาวกระโดดลงมาจากหลังของอินทรี สายตาจ้องไปยังชายแก่แขนขาดและเอ่ยเย้ยหยัน “แนวป้องกันชั้นที่ห้าแตกแล้วสินะ ตอนนี้โลกตงเทียนส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในมือคนของฉันแล้ว อย่างมากอีกสามเดือน คนของฉันก็จะแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า แล้วพวกแกก็จะตายโดยไม่มีแม้แต่ที่ฝังศพ โลกตงเทียนจะกลายเป็นของเรา เราจะเป็นผู้ครอบครองโลกมนุษย์!”
“มีผู้แข็งแกร่งอีกมาก… พวกต่างดาวอย่างแกคิดจะครองโลกอย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!” ชายชราแขนขาดแผดเสียงบอกด้วยความโกรธแค้น
“เหอะ… จะตายอยู่รอมร่อแล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ฉันเองก็ไม่ได้อยากฆ่าแก แต่น่าเสียดายที่… ปล่อยให้แกรอดไปไม่ได้” มนุษย์ต่างดาวเงื้อดาบในมือขึ้นมา
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
สองร่างพลันปรากฏตัวจากฟากตะวันออกและตะวันตก
หนึ่งในพวกเขาเหาะขึ้นฟ้า ชี้ดาบไปยังอินทรีล่าสังหารที่บินเหนือขึ้นไปหลายสิบเมตร ส่วนอีกคนพุ่งมาทางมนุษย์ต่างดาวขณะกวัดแกว่งดาบมัดตัวอีกฝ่ายเอาไว้
“เวรเอ๊ย!…”
มนุษย์ต่างดาวหน้าเปลี่ยนสีไปทันที มันไม่สนใจที่จะจู่โจมชายชราแขนขาดอีกต่อไป แต่กลับเปลี่ยนเป้าหมายมายังคนที่ใช้ดาบเล่นงานมันเมื่อครู่
ตู้ม!
ปราณดาบเสไปอีกทาง ก่อนที่ปลายดาบจะหักออก
“โฮก!…”
เสียงมังกรร้องคำรามดังกึกก้อง ภาพเลือนรางกลายเป็นมังกรยักษ์ยาวหลายสิบเมตร มันพุ่งตรงไปปัดปราณดาบนั้นทิ้งและโจมตีมนุษย์ต่างดาว ไม้เท้าหัวมังกรกวัดแกว่งตามไประเบิดเข้าที่อกของพวกต่างดาวจนกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร และกระแทกเข้ากับภูเขา
“ตายซะ!”
ปราณจากไม้เท้าหัวมังกรพุ่งตรงไปบั่นคอมนุษย์ต่างดาวในทันที
ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
หลิวหลินนั่งซุ่มมองสถานการณ์ในพุ่มไม้ไม่ห่างออกไป มือเรียวของเธอยกขึ้นปิดปาก ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยแววเหลือเชื่อ
เธอเห็นทุกอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น
ตอนแรกชายชราสองคนถูกฆ่า ส่วนชายชราอีกคนก็ถูกฟันจนแขนขาด หลังจากนั้นเวิงหลิวกุ้ยก็เหาะขึ้นฟ้าไประเบิดอินทรียักษ์ที่บินสูงขึ้นไปหลายสิบเมตร เหลียงเหล่ยโจมตีอีกคนภายในดาบเดียว ขณะเดียวกันโจวอี้ก็สามารถอัญเชิญมังกรยักษ์มาจู่โจมศัตรู ก่อนที่เหลียงเหล่ยจะฟันคอสังหารศัตรู
มีคนตาย!
ตายถึงสามคน!
ในฐานะคนที่ไม่คุ้นเคยกับโลกใหม่นี้ มันก็ไม่ต่างไปจากดอกไม้ในเรือนกระจก เธอจะเคยเห็นภาพการเข่นฆ่าอันแสนโหดเหี้ยมแบบนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้ความหวาดกลัวได้ก่อตัวในใจจนเทียบไม่ได้กับความตกใจแล้ว
เวิงหลิวกุ้ยเหยียบลงบนซากอินทรีล่าสังหารก่อนจะกระโดดลงมา เขามองไม้เท้าหัวมังกรที่กลับไปอยู่ในมือโจวอี้พลางยิ้มร่า “โจวอี้ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้เลยนะเนี่ย เทียบกับผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าขั้นต้นแล้ว ข้าว่าเจ้าอาจจะไม่ด้อยกว่าเลยด้วยซ้ำ”
“ช่วงนี้ได้ของดีมาเยอะน่ะครับ” โจวอี้ยิ้ม
เขามองอีกสองศพที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร รวมถึงชายชราแขนขาด จากนั้นจึงถอนหายใจก่อนคว้าแขนที่ขาดข้างนั้นและรีบพุ่งตัวไปหาเจ้าของมัน ระหว่างนั้นก็ส่งพลังดวงดาวไปที่แขนและหยิบอุปกรณ์เย็บแผลออกมาจากเรือเงา
“ผู้อาวุโสครับ ผมไม่ได้เอายาชามา ตอนต่อแขนจะเจ็บมาก อดทนเอาไว้นะครับ” โจวอี้บอก
“ฮ่า ๆ ขนาดตายยังไม่กลัวเลย เจ็บแค่นี้จะเป็นอะไรไป” อีกฝ่ายบอกขณะพยักหน้าให้เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยที่เข้ามาหา ก่อนจะถามโจวอี้ว่า “อายุยังน้อยขนาดนี้ จะต่อแขนให้ข้าได้ใช่ไหม?”
“สบายมากครับ!” โจวอี้เรียกใช้ญาณสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ทันที
เขาฝังเข็มห้ามเลือด เทแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ต่อกระดูก เย็บกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นเอ็นและปิดแผล… ก่อนจะใช้ผ้าพันแผลและดามแขนให้อยู่กับที่
โจวอี้ลงมืออย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงสี่ห้านาทีก็ต่อแขนให้ชายชราเสร็จเรียบร้อย
ในขณะเดียวกัน เขาก็ถ่ายพลังดวงดาวในตัวเพื่อรักษาแขนที่ขาดของอีกฝ่าย
“ผู้อาวุโสครับ สองเดือนนี้อย่าออกไปต่อสู้นะครับ ถ้าดูแลตัวเองดี ๆ น่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ถึงเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เลย” โจวอี้บอกด้วยท่าทีจริงจัง
“เจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เหรอ?”
“ครับ อย่างน้อยเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ในอนาคตตอนที่ต่อสู้ก็ยังต้องระวังการใช้แขนเอาไว้ครับ”
“เจ้าเป็นใคร นักหลอมโอสถของสำนักโอสถส่วนใหญ่อายุมากกันแล้ว แต่เจ้าดูแล้วอย่างมากก็อายุแค่ยี่สิบห้ายี่สิบหก”
“ผมชื่อโจวอี้ครับ”
“เขาคือโจวอี้เองหรอกเหรอ?” ชายชรามองหน้าเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยขณะถาม
“ใช่ เขาเป็นอัจฉริยะที่น่าจับตามองที่สุดของสำนักโอสถ โจวอี้นั่นเอง ฝีมือการแพทย์และการหลอมยาของเขาก็ดีเหมือนกัน” เหลียงเหล่ยตอบและหัวเราะร่า
“ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาเยอะเลย” หลังจากที่ชายชราเอ่ยจบก็ลองขยับแขน ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนสองคนที่ถูกฆ่าตาย
เขากำลังเศร้า
ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์สองคนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ กลับต้องมาตายที่นี่
“ศิษย์พี่ลิ่น ทำใจเถอะ” เหลียงเหล่ยบอกด้วยสีหน้าขมขื่น
“อืม”
ลิ่นหนานเฉียวพยักหน้าและนิ่งเงียบไป
เขาเศร้าใจแต่ก็นึกหวาดหวั่นอยู่ลึก ๆ เช่นกัน
ผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าสามในแปดคนของสำนักที่มายังโลกตงเทียนครั้งนี้ รวมถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์อีกนับสิบคน ตอนนี้ล้มตายและบาดเจ็บไปมากกว่าครึ่งแล้ว
“ทุกคน แนวป้องกันชั้นที่ห้าถูกทำลายแล้ว ตอนนี้พวกมันบุกมาที่แนวป้องกันที่สี่ตรงแม่น้ำเฟิงเป่า รีบไปที่นั่นให้เร็วที่สุด! ยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อย่างน้อยก็ยังช่วยทำให้เบาใจขึ้นได้” ลิ่นหนานเฉียวกล่าว
“แนวป้องกันชั้นที่ห้าถูกทำลายแล้วเหรอ?”
สีหน้าเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยเปลี่ยนไปทันที
ส่วนใหญ่คนที่อยู่แนวป้องกันชั้นที่ห้าอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ แต่สุดท้ายก็ยังต้านไม่อยู่แบบนี้ เกรงว่าคงจะเจ็บหนักกันมากทีเดียว
[1] สรรค์สร้างฟ้าดิน หมายถึง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หรือการสร้างประวัติศาสตร์