หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 910 แต้มคุณูปการแรก
การต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้ว่าตอนนี้จะมีคู่ต่อสู้เพียงไม่กี่สิบคน แต่การกวาดล้างทั้งกองกำลังก็ยังทำให้ฝุ่นหินพัดพาตลบ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น กระโจมพังถล่ม ทั้งค่ายเต็มไปด้วยแสงเงาสะท้อนจากดาบ
ทว่าทั้งโจวอี้ จ้านหลิงอวิ๋น และคนอื่น ๆ บุกโจมตีในครั้งนี้ก็เพื่อจุดประสงค์อันเรียบง่าย นั่นคือการช่วยชีวิตคน
ระหว่างนั้นก็ฆ่าพวกมันไปด้วย
พวกเขาไปหาผู้ฝึกยุทธ์ที่บาดเจ็บ มนุษย์ต่างดาวหลายตนไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่เพราะถูกวางยาพิษ โจวอี้และคนอื่น ๆ จึงไม่ได้ตกเป็นรองแม้ว่าจะมีกำลังคนน้อยกว่า
มังกรร้องคำรามและโจมตีบรรดาผู้แข็งแกร่งต่างดาวที่หมายจะเล่นงานโจวอี้
ตอนนี้โจวอี้ที่ตามหลังมานั้นอยู่ห่างจากกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์เพียงไม่กี่สิบเมตร
ฟิ้ว!
มีดคมกริบพลันพุ่งออกไปยังพวกมนุษย์ต่างดาวราวลูกธนู
“เฮ้ย!…”
ผู้แข็งแกร่งต่างดาวสยายปีกบินขึ้นฟ้าเพื่อหลบมีดของโจวอี้ ทว่ากลับไม่ทันสังเกตว่ามีดนั้นพุ่งไปตัดเชือกที่มัดผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกเอาไว้กับขื่อไม้
เฉินหยางมีท่าทีสิ้นหวัง
เขากับพรรคพวกถูกพวกมนุษย์ต่างดาวจับตัวมา รวมแล้วมีผู้ฝึกยุทธ์ราว ๆ เจ็ดแปดคน พวกเขาถูกทรมานและบังคับให้บอกเรื่องของมนุษย์โลก
บอกไม่ได้! ห้ามบอกเด็ดขาด
พวกเขารู้ดีว่าไม่ว่าจะพูดหรือไม่ สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี บอกไปก็เป็นการทรยศเผ่ามนุษย์โลกอีกทั้งยังทำให้เพื่อนฝูงและครอบครัว รวมถึงลูกหลานในอนาคตต้องสูญพันธุ์
ตอนนี้พวกเขาสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม เพราะต่อให้มีผู้แข็งแกร่งมาช่วย แต่พวกเขาก็ถูกวางยากันหมด อีกทั้งยานี้ยังรุนแรงมาก มันกำลังทำลายอวัยวะทั้งภายในและภายนอกของพวกเขา
ทันใดนั้น เฉินหยางก็สัมผัสได้ว่าเชือกที่มัดตัวเขาอยู่นั้นขาดสะบั้น
ตอนนี้เขาไม่ได้ดีใจนัก เพราะนอกจากเขาจะถูกมัดด้วยเชือกแล้ว พวกมนุษย์ต่างดาวยังตีตราผนึกยุทธ์ไว้ในตัวเขา นอกเสียจากคนที่มาช่วยจะสามารถทำลายตราที่ผนึกพลังในตัวเขาเอาไว้ได้
ฟิ้ว!
เขาเห็นคนคนหนึ่งปรากฏตัวตรงหน้า ในขณะที่กำลังจะอ้าปากถาม ก็มียาเม็ดหนึ่งถูกป้อนใส่ปาก
“กินยาต้านพิษแล้วไปฆ่าศัตรูซะ”
เสียงหนึ่งดังผ่านเข้าหูเฉินหยาง
ยาต้านพิษหรือ?
ยาต้านพิษจากยาพิษร้ายนั่นน่ะหรือ?
เฉินหยางตกใจและรีบตะโกนบอก “ทุกคนอ้าปากเร็ว!”
ทันใดนั้น ผู้ฝึกยุทธ์ที่เคยถูกมัดก็อ้าปากรับยาต้านพิษ
“พวกเขาต้องการไปช่วยตัวประกันที่เราจับมา!” มนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งรู้ทันโจวอี้และร้องบอกด้วยความโกรธ
“รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ”
จ้านหลิงอวิ๋น หม่านเทียนหลง และหลินเยียนจื่อรีบเข้าไปช่วยผู้ฝึกยุทธ์ตรงหน้า เมื่อตราผนึกถูกปลด พวกเขากับโจวอี้ก็เผชิญหน้ากับศัตรูรอบด้าน และพยายามต้านการโจมตีของอีกฝ่าย
เพียงสองสามนาที หม่านเทียนหลงและหลินเยียนจื่อก็เจ็บหนักจนกระอักเลือด ในขณะที่โจวอี้อาการหนักกว่า เขามีบาดแผลเต็มตัว ที่ลำคอมีรอยถูกฟันลึกจนเกือบถึงเส้นเลือด
เรียกได้ว่าหากโจวอี้ไม่ได้ใส่เสื้อคลุมคุ้มกันขั้นสูง ตอนนี้คงได้ถูกพวกมนุษย์ต่างดาวฆ่าตายไปแล้ว
“บุก!”
เสียงร้องคำรามดังมาจากยอดเขา
คนแปดคนโฉบทะยานลงมาราวกับอินทรี เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ย รวมถึงคนอื่น ๆ
“ให้ตายเถอะ เรากวาดล้างพื้นที่แถวนี้ไปหมดแล้ว ทำไมถึงได้มีผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกเยอะขนาดนี้” แอนดี้แมน ผู้นำของกองกำลังมนุษย์ต่างดาวทั้งร้อยนายแผดเสียงลั่น หลังจากเหวี่ยงดาบเข้าปะทะกับจ้านหลิงอวิ๋นก็ตะโกนบอกอีกครั้งว่า “พาพวกเราที่ยังรอดชีวิตหนีจากการต่อสู้นี้ซะ!”
บรรดามนุษย์ต่างดาวได้ยินดังนั้นก็เลิกสู้ และรีบไปหาพรรคพวกที่ล้มลงไปแต่ยังไม่ตาย คว้าตัวพรรคพวกเหล่านั้นมาและวิ่งหนีไป
“หม่านเทียนหลงกับหลินเยียนจื่ออยู่ที่นี่ ผู้อาวุโสเหลียงกับผู้อาวุโสเวิงตามผมไปจัดการพวกมัน” จ้านหลิงอวิ๋นไม่พลาดโอกาสทองนี้ เขาฉวยโอกาสตอนที่คู่ต่อสู้ไม่สามารถใช้พลังโจมตีได้เต็มที่เพื่อไล่ล่าตามไปราวกับเงาตามตัว
“ได้!”
เวิงหลิวกุ้ยและเหลียงเหล่ยเหลือบมองโจวอี้ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้รับอันตรายจนถึงชีวิต ก็รีบตามไปฆ่าพวกมนุษย์ต่างดาวที่หลบหนีไป
มนุษย์ต่างดาวระดับพลศึกตัดสินใจหลบหนี พวกเขาไม่มั่นใจว่าจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ แต่พวกเขาที่มีพลังเทียบเท่าระดับบรรพจารย์ยุทธ์ก็ไม่โชคดีขนาดนั้น
เพียงไม่นาน มนุษย์ต่างดาวราว ๆ เจ็ดแปดคนก็ตายด้วยน้ำมือคนทั้งสาม
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ผู้แข็งแกร่งต่างดาวระดับจอมพลซึ่งมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานเต๋าซึ่งอยู่เบื้องหลังมาตลอดย่อมโกรธจัด เขาเข้ามาสู้กับพวกของจ้านหลิงอวิ๋นเพื่อเปิดช่องให้พรรคพวกหลบหนี
“อั่ก…”
ท่ามกลางซากปรักหักพัง โจวอี้กระอักเลือดออกมา
เขารู้สึกเหมือนอวัยวะภายในถูกเผา ทั้งร้อนระอุและทรมาน แม้แต่ลมหายใจยังติดขัด ข้อนิ้วแตกระหว่างการต่อสู้ อีกทั้งยังมีเลือดไหลออกมา
ชิวจินหรงดูอาการบาดเจ็บให้เฉินป๋อและไป่เหลียนหรง แม้ว่าทั้งสองจะเจ็บหนักแต่ก็ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต เขาจึงรีบมาหาโจวอี้และถามด้วยความเป็นห่วง
“โจวอี้ เป็นยังไงบ้าง?”
โจวอี้กินโอสถฟื้นฟู และบอกขณะที่ปล่อยให้บาดแผลค่อย ๆ ได้รับการรักษา “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ แต่ผมไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว การต่อสู้นี้สั้นแต่ว่าก็อันตรายมาก” ชิวจินหรงส่ายหน้า เขาหันไปมองมนุษย์ต่างดาวกับสัตว์ล่าสังหารของพวกมันที่ตายไปแล้วก่อนจะฝืนยิ้ม “นายรักษาตัวเองไปก่อน ฉันจะไปดูอาการคนอื่น”
“ครับ!”
โจวอี้กวาดสายตามอง ในที่สุดก็หยุดสายตาลงที่หม่านเทียนหลงและหลินเยียนจื่อ ก่อนจะนั่งลงรักษาบาดแผลของตน ระหว่างนั้นก็สอดส่ายสายตามองรอบข้างอย่างระแวดระวัง
ตอนนี้ชิวจินหรงและคนอื่น ๆ เริ่มช่วยปลดผนึกและรักษาบาดแผลให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกจับไว้
สิบนาทีต่อมา
จ้านหลิงอวิ๋น เหลียงเหล่ย และเวิงหลิวกุ้ยก็เหาะกลับมา พลังดวงดาวที่พวกเขาปล่อยออกมานั้นพันรัดศพของพวกต่างดาวนับสิบ รวมถึงสัตว์ล่าสังหารอีกหลายตัว
“ฮ่า ๆๆ การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดมาก สู้กับพวกมันมานาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สะใจที่สุด” จ้านหลิงอวิ๋นที่ดูนิ่งเฉยหัวเราะออกมาดังลั่น
ใช่แล้ว!
นี่เป็นครั้งที่สะใจที่สุด
เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ สถานการณ์ที่เอาชนะพวกมันได้ขาดลอย
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังตกใจกับบาดแผลบนตัวและอาการบาดเจ็บภายใน ทว่าเขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก
“จ้านหลิงอวิ๋น เกิดอะไรขึ้น?” เหลียงเหล่ยถามพลางยิ้มเจื่อน
เขากับเวิงหลิวกุ้ยเองก็รู้สึกว่าเหตุการณ์ในวันนี้ผิดปกติ
ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นค่ายกองกำลังร้อยนายของพวกมนุษย์ต่างดาว
อีกทั้งยังมีสัตว์ล่าสังหารอีกนับร้อย
ทว่าภายใต้สถานการณ์นี้ จ้านหลิงอวิ๋นก็ยังนำคนเพียงห้าหกคนบุกค่ายแห่งนี้ ซึ่งถือว่าบ้าบิ่นไม่น้อย
“ผู้อาวุโสเหลียง ผู้อาวุโสเวิง การต่อสู้ครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้โจวอี้” จ้านหลิงอวิ๋นหัวเราะร่า
“หมายความว่ายังไง?” เหลียงเหล่ยถามด้วยความงุนงง
“พวกคุณดูศพพวกนี้แล้วก็จะเข้าใจเองครับ”
อีกฝ่ายจึงยกยิ้มและรีบไปตรวจดูศพของพวกมนุษย์ต่างดาว ก่อนจะพบว่าส่วนใหญ่หน้าดำและเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ด ทั้งยังตายแบบที่น่าจะทุรนทุรายไม่น้อย
ถูกวางยาพิษ!
พวกมันตายเพราะถูกวางยาพิษ
ทว่าจะเป็นไปได้อย่างไร?
สำนักโอสถของพวกเขาหลอมยาพิษมาสารพัดอย่าง แม้ว่าจะใช้ในการต่อสู้และฆ่ามนุษย์ต่างดาวไปมากมาย แต่ความรุนแรงของพิษและอานุภาพของมันก็ไม่มีทางร้ายแรงขนาดนี้แน่นอน