หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 923 ต้านทานการไล่ล่า
หลังจากที่ว่านหลงเสวี่ยจากไปได้ห้าวัน อาการบาดเจ็บของโจวอี้ก็หายเป็นปกติ
เขาไม่รู้ว่าว่านหลงเสวี่ยเจออะไรข้างนอก ทำให้เธอไม่ได้กลับมาเป็นเวลาห้าวันแล้ว
ทว่าเมื่อเขาหายดีแล้ว เขาก็ไม่อยากซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใต้ดินนี้อีกต่อไป
เขาต้องการทราบข่าวเกี่ยวกับจ้านหลิงอวิ๋นอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกับเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ย เขาต้องการรู้ว่าคนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และปลอดภัยดีหรือไม่
ดังนั้นเขาจึงออกจากถ้ำไปอย่างเงียบ ๆ และไปปรากฏตัวอยู่ในป่าด้านนอก
ทั้งป่าเงียบมาก
เขาไม่ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ป่าอย่างที่เคย และไม่มีแม้กระทั่งนกสักตัว
ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เขาเคยอาศัยและต่อสู้ในสนามรบจองจำวิญญาณ และได้เรียนรู้มาหลายอย่าง ดังนั้นเมื่อเขาเผชิญกับปัญหานี้ จึงตระหนักได้ว่าจะต้องมีมนุษย์ต่างดาว สัตว์ล่าสังหาร และสัตว์คู่หูอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนี้
ขณะที่เขาซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ห่างจากทางเข้าถ้ำหนึ่งกิโลเมตร และเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ เขาก็สังเกตเห็นมนุษย์ต่างดาวสองตนและสัตว์คู่หูสองตัวที่อยู่ไม่ไกลนัก
ทว่าเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร แม้ว่าเขาจะสังเกตเห็นว่ามนุษย์ต่างดาวทั้งสองอยู่ในระดับพลศึกทั้งคู่ก็ตาม
สิบนาทีต่อมา
โจวอี้เดินตามหลังมนุษย์ต่างดาวทั้งสองไปอย่างเงียบ ๆ เขาปรากฏตัวบนยอดเขาโดยมีต้นไม้เป็นที่กำบัง ใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังสูงส่องดูหุบเขาเบื้องล่าง และพบว่าริมน้ำในหุบเขานั้นเป็นค่ายของมนุษย์ต่างดาวกลุ่มหนึ่ง
กองร้อยที่สิบ?
โจวอี้หรี่ตาลง ภายในขอบเขตการมองเห็นของเขา เขามองเห็นมนุษย์ต่างดาวเพียงเจ็ดตน และสัตว์ล่าสังหารกับสัตว์คู่หูอีกสิบกว่าตัว
จะฆ่าหรือไม่ฆ่าดีนะ?
ถ้ามนุษย์ต่างดาวทั้งสิบนี้อยู่ในระดับพลศึก ถึงแม้ว่าฉันจะฆ่าพวกมันทั้งหมดไม่ได้ แต่ฉันก็สามารถฆ่าพวกมันส่วนใหญ่ได้
แต่ถ้าในกลุ่มพวกมันมีระดับจอมพลอยู่ด้วย เกรงว่าฉันจะต้องเจอกับความยากลำบากแน่ จากนั้นก็คงต้องหนีอีกครั้ง
ควรเลือกยังไงดีนะ?
ขณะที่โจวอี้กำลังครุ่นคิด เขาก็เห็นมนุษย์ต่างดาวอีกสองตนกลับมาพร้อมสัตว์ล่าสังหารกับสัตว์คู่หูอีกหลายตัว
สุดท้ายเขาก็ไม่เสี่ยง แม้ว่าเขาปรารถนาที่จะฆ่ามนุษย์ต่างดาว แต่ก็ไม่คิดจะเสี่ยงง่าย ๆ
รอ!
เขาต้องอดทนรอ
ถ้ามนุษย์ต่างดาวทั้งสิบตนนี้อยู่ที่นี่ พวกเขาจะออกไปลาดตระเวนเป็นครั้งคราว ตราบใดที่ยังมีมนุษย์ต่างดาวทยอยออกไป เขาก็สามารถแอบติดตามพวกมัน และตามล่าพวกมันที่อื่นได้
‘นักล่าที่แท้จริงมักมีความอดทนมากพอ’
‘หวังว่าพวกมันจะให้โอกาสฉันจัดการพวกมันทีละนิดอย่างที่คิดไว้นะ’
เวลาผ่านไป
เพียงชั่วพริบตาก็เป็นเวลาเช้าตรู่ของวันที่สอง
เมื่อโจวอี้สังเกตเห็นว่ามนุษย์ต่างดาวสองตนกำลังออกไปพร้อมกับสัตว์คู่หูอีกสี่ตัว เขาก็เดินไปอีกด้านของภูเขาทันที
เขาค่อย ๆ ตามไปโดยที่รักษาระยะห่างไว้
เมื่อมนุษย์ต่างดาวทั้งสองอยู่ห่างจากค่ายของพวกมันมากกว่า 20 กิโลเมตร โจวอี้ก็ตัดสินใจที่จะไม่รออีกต่อไป
จากการคาดการณ์ทิศทางของมนุษย์ต่างดาวทั้งสอง เขามุ่งไปข้างหน้าและซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้เพื่อรอให้มนุษย์ต่างดาวทั้งสองเข้ามาใกล้
ไม่กี่นาทีต่อมา มนุษย์ต่างดาวสองตนกับสัตว์คู่หูสี่ตัวก็ปรากฏตัวขึ้นห่างจากจุดที่โจวอี้ซ่อนตัวอยู่หนึ่งร้อยเมตร
“กูย่า พวกผู้ฝึกยุทธ์พวกนี้เหมือนตัวตุ่นเลย ให้ตายสิ ถ้าฉันเจอมัน ฉันต้องทุบหัวพวกมันทิ้งให้ได้” มนุษย์ต่างดาวร่างกำยำที่มีเกล็ดบนหน้าผากกล่าวขึ้น
“การฆ่าพวกมันตรง ๆ น่ะน่าเบื่อเกินไป ทรมานพวกมันดีกว่า ทำลายความตั้งใจของพวกมัน นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด จำผู้ฝึกยุทธ์ที่ฉันทรมานไปเมื่อสามวันก่อนที่เขาจะตายได้ไหม? เขาแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายก็ตายอย่างอนาถ ฮ่าฮ่า…” มนุษย์ต่างดาวอีกตนหัวเราะอย่างมีชัย
“ฉันก็อยากจะทรมานผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส! หัวหน้ามอบภารกิจสอบสวนให้นายตลอดเลย”
“ไม่ต้องกังวลน่า เดี๋ยวก็จะมีโอกาสอีกมากมาย”
“ฮ่า ๆๆ…”
ขณะที่ทั้งสองอยู่ห่างจากโจวอี้ประมาณยี่สิบเมตร เข็มเงินสองสามเล่มก็พุ่งเข้าใส่พวกเขา
“ระวัง!”
“ฆ่ามัน!”
โจวอี้เหมือนเสือชีตาร์ เขากระโจนเข้าใส่มนุษย์ต่างดาวทั้งสองทันทีและเหวี่ยงไม้เท้าหัวมังกร เขาใช้พลังจากอักขระแห่งสวรรค์ ‘เพิ่ม’ และ ‘กำจัด’ ทันที
หลังจากนั้นไม่นานนัก มนุษย์ต่างดาวทั้งสองที่ถูกเข็มเงินไปสองสามเล่มก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับกระแสลมรอบตัว ก่อนที่พวกเขาจะมีเวลาป้องกัน พวกเขาก็ถูกโจมตีด้วยไม้เท้าหัวมังกรของโจวอี้แล้ว
“อ๊าก…!”
“อ๊าก…!”
เมื่อสัตว์ทั้งสี่ตัวเห็นโจวอี้ พวกมันก็กระโจนเข้าใส่ทันที
“แกมันหาที่ตาย!”
ร่างเงามังกรปรากฏขึ้นเมื่อโจวอี้กระโจนใส่มนุษย์ต่างดาวอีกครั้ง จากนั้นร่างเงามังกรก็กลายเป็นร่างจริง กรงเล็บของมันยื่นออกไปยังสัตว์คู่หูที่มีลักษณะคล้ายเสือ และหางของมันก็กวาดเอาสัตว์คู่หูที่มีลักษณะคล้ายตัวลิ่นออกไป
“บัดซบ!”
มนุษย์ต่างดาวที่มีเกล็ดบนหน้าผากถึงกับโกรธจัด เพื่อนของเขาถูกฆ่าตาย และเขายังได้รับบาดเจ็บจากการถูกซุ่มโจมตี ซึ่งทำให้เขาเสียใจมาก
เมื่อโจวอี้กำลังเตรียมที่จะพุ่งใส่อีกฝ่าย ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวก็เหวี่ยงดาบไปที่โจวอี้อย่างดุเดือด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขางุนงงก็คือ เขาดูเหมือนจะตกลงไปในโคลนตม ความเร็วของเขาลดลงเหลือเพียงหกหรือเจ็ดในสิบเท่านั้น
ตูม!
ไม้เท้าหัวมังกรปะทะกับดาบ เข็มเงินสองเล่มพุ่งเข้าที่ดวงตาของมนุษย์ต่างดาวที่กำลังกรีดร้อง
การโจมตีของโจวอี้ราวกับสายฟ้าฟาดอย่างต่อเนื่อง และในเวลาเพียงหกถึงเจ็ดวินาที เขาก็สังหารฝ่ายตรงข้ามได้
“ต้านทานการไล่ล่าได้ สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ย”
โจวอี้ยิ้มเยาะ เขาควบคุมมังกรให้โจมตีสัตว์คู่หูเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง และภายในครึ่งนาที เขาก็ฆ่าสัตว์คู่หูทั้งสี่ได้สำเร็จ
จากนั้นเขาก็ดูดซับเลือดจากหัวใจของมนุษย์ต่างดาวและสัตว์คู่หู เพื่อเพิ่มแต้มคุณูปการของเขาเอง
“จับมัน! ฆ่ามัน!”
เสียงคำรามดังมาจากระยะไกล มนุษย์ต่างดาวแปดตนและสัตว์คู่หูหลายสิบตัวพลันพุ่งเข้ามา
“แน่จริงก็ตามให้ทัน!”
โจวอี้หัวเราะออกมาดัง ๆ และหันหลังวิ่งหนีไปในทิศทางตรงกันข้าม
ทว่าเสียงหัวเราะของเขาก็หายไปในไม่กี่วินาทีต่อมา
เนื่องจากสัตว์ล่าสังหารสองตัวที่มีรูปร่างเหมือนนกอินทรีได้ร่อนลงมาจากท้องฟ้า ขัดขวางทางหนีของเขา
และบนสัตว์ล่าสังหารนกอินทรี ยังมีมนุษย์ต่างดาวสองตนที่ถือดาบและปืนอยู่ในมือ
“ฆ่า!” โจวอี้คำรามและล้มเลิกความคิดที่จะวิ่งหนีทันที
ภายในถ้ำที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยกิโลเมตร จ้านหลิงอวิ๋นซึ่งกำลังทำสมาธิค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเขาเห็นว่าเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยหยุดการรักษาตัวและนั่งอยู่ใกล้ ๆ ด้วยความงุนงง เขาก็ถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ
พวกเขาฝ่าวงล้อมมาได้เมื่อสองสามวันก่อน แต่ก็พลัดหลงกับโจวอี้
จนถึงตอนนี้ พวกเขาต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวมาหลายกลุ่ม แต่พวกเขาก็ยังไม่พบโจวอี้
“อาการบาดเจ็บของผู้อาวุโสหายดีแล้วหรือยังครับ?” จ้านหลิงอวิ๋นยืนขึ้นขณะถาม
“ยัง!”
เหลียงเหล่ยหันไปมองแขนเสื้อด้านซ้ายที่ว่างเปล่าของจ้านหลิงอวิ๋น และรู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบฟื้นฟูเถอะครับ ยิ่งเราฟื้นตัวเร็วเท่าไหร่ เราก็สามารถออกไปตามหาเขาได้เร็วเท่านั้น ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ เราจะพลิกสนามรบจองจำวิญญาณทั้งหมดเพื่อตามหาเขา!” จ้านหลิงอวิ๋นกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ข้าต้องการโอสถรักษา”
“นี่ครับ!” จ้านหลิงอวิ๋นขว้างขวดหยกออกไป
เวิงหลิวกุ้ยลอยขึ้นไปกลางอากาศ และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าไม่รักษาต่อแล้ว ข้าจะไปหาเขาตอนนี้เลย”
“หยุดเลยครับ!” จ้านหลิงอวิ๋นคำราม
“เจ้ากล้าหยุดข้างั้นเหรอ? ตามอาวุโสแล้ว เจ้าควรเรียกข้าว่าอาจารย์ลุงนะ” เวิงหลิวกุ้ยพูดอย่างโกรธเคือง
“ผมไม่ได้จะห้าม แต่ผมหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองได้ดีพอ ไม่อย่างนั้นจะต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายล่ะ?” จ้านหลิงอวิ๋นกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ข้า…”
“เวิงหลิวกุ้ย จ้านหลิงอวิ๋นพูดถูก เราต้องหายดีแล้วเท่านั้น ถึงจะทำให้เรามีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น การมีชีวิตอยู่เท่านั้นถึงจะตามหาเขาพบ” เหลียงเหล่ยพูดอย่างเย็นชา “ยิ่งไปกว่านั้น เด็กคนนั้นมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เขาไม่ตายหรอก”
“ข้าจะรออย่างช้าที่สุดอีกสองวัน” เวิงหลิวกุ้ยหายใจเข้าลึก ก่อนจะกินโอสถแล้วนั่งลงอีกครั้ง เพื่อรักษาตัวเองต่อไป
“คนดีไม่ชดใช้ด้วยชีวิตของตน หายนะจะคงอยู่นับพันปี เด็กคนนั้นเป็นคนฉลาด…ไม่ลำบากหรอก” จ้านหลิงอวิ๋นพึมพำ