หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 934 แผดเผาดอกไม้
บทที่ 934 แผดเผาดอกไม้
เม็ดฝนโปรยปราย
สายฝนที่โปรยปรายราวกับไอหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ
โจวอี้หลบหนีไปตามป่าหิน ในใจยิ่งกระวนกระวาย เนื่องจากเส้นทางที่หลบหนีมาดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด เขาอาจตกอยู่ในสถานการณ์เข้าตาจนได้ทุกเมื่อ
ทันใดนั้น เขาก็เห็นประกายระยิบระยับอยู่ตรงหน้า
“นั่นทะเลสาบเหรอ?”
“มีทะเลสาบในป่าหินแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?”
แววตาชายหนุ่มเป็นประกาย สิ่งที่ทำให้แววตายิ่งสดใสคือคลื่นสีครามในทะเลสาบนั้นมีบางอย่างสีขาวกำลังแหวกว่ายท่ามกลางคลื่นนั้น
เป็นกลุ่มหญิงสาว!
หญิงสาวต่างดาวกำลังเปลื้องผ้าอาบน้ำกันในทะเลสาบ
พวกเธอมีผมยาวสีสันสดใส อีกทั้งยังไร้ที่ติ ผิวขาวเนียน รูปร่างสมบูรณ์แบบ
ฟิ้ว!
โจวอี้มาปรากฏตัวริมทะเลสาบ เมื่อกลุ่มสาว ๆ ต่างดาวเห็นเข้าเขาก็ยกมือขึ้น ก่อนที่เปลวไฟจะแผดเผาเสื้อผ้าของพวกเธอที่วางไว้ริมน้ำ
“กรี๊ด…!”
“ไอ้หัวขโมยหน้าไม่อาย!”
“เสื้อผ้าเรา…!”
เมื่อพบว่าเสื้อผ้าของตนเองถูกเผาทิ้งไปก็แตกตื่น ไม่เพียงแต่ไม่กล้าขึ้นมาจากน้ำเท่านั้น แต่ยังว่ายลึกลงไปในทะเลสาบด้วย
โจวอี้อยู่โลกตงเทียนมาได้ครึ่งปีแล้ว ฆ่ามนุษย์ต่างดาวมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่กลับเจอผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวที่เป็นผู้หญิงไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี
เขายังเคยแทงเข้าที่ปอดของหญิงสาวต่างดาวคนหนึ่ง
ดังนั้นเมื่อเห็นพวกเธอ เขาจึงไม่นึกใจอ่อน
พวกมนุษย์ต่างดาว!
สมควรตายให้หมด!
พวกที่บุกเข้ามาในโลกตงเทียนก็หมายความว่าทั้งหมดถือเป็นศัตรู
โจวอี้หยิบขวดกระเบื้องจากเรือเงาออกมาสองขวด หลังจากเปิดฝาเขาก็โยนมันลงไปในน้ำ
มันคือยาพิษวูดูที่เขายังมีติดตัว
ยาพิษนี้ไม่ได้เพียงแต่แพร่ไปตามอากาศได้เท่านั้น แต่ยังละลายน้ำได้อีกด้วย เมื่อสัมผัสโดนผิวจะทำให้ผิวเน่าเปื่อยและทำลายไปถึงอวัยวะภายใน
หลังจากนั้นเขาก็เหาะขึ้นกลางอากาศ
หลังจากจัดการกลุ่มสาวต่างดาวแล้ว เขาก็ยังไม่หยุด แต่ยกยิ้มเหี้ยมพลางหยิบปืนจากเรือเงาออกมาเล็งไปยังพวกเธอ ก่อนจะลั่นไกโดยไม่ลังเล
เปลวไฟลุกโชนพร้อมกระสุนที่ถูกส่งออกไป
เห็นได้ชัดว่าพวกเธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ความแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชาย ดังนั้นแม้กระสุนปืนจะทรงพลังแต่พวกเธอก็เรียกสายน้ำขึ้นมาเป็นเกราะกำบังได้
“พวกผู้หญิงต่างดาวก็แค่ไก่ถูกถอนขนตัวซีด”
โจวอี้หัวเราะลั่น หลังจากที่สาดกระสุนหมดรังเพลิง เขาจึงเก็บปืนกลับเข้าไปในเรือเงา ก่อนจะหนีไปทางตรงกันข้ามกับทะเลสาบ
ด้านหลังชายหนุ่มมีมนุษย์ต่างดาวนับสิบตามไล่ล่าอยู่
ทว่า!
ดูท่ากลุ่มหญิงสาวในทะเลสาบจะรบกวนจิตใจของพวกเขา
สาวต่างดาวในสภาพเปลือยกายกรีดร้องโวยวายด้วยความโกรธและอับอายขายหน้า พวกเธอทำได้เพียงหันไปขอความช่วยเหลือจากหนุ่มต่างดาว โดยหวังว่าพวกเขาจะถอดเสื้อผ้าตัวนอกมาให้
ในขณะนี้เอง มนุษย์ต่างดาวที่ไล่ล่าโจวอี้อยู่ก็หยุดตามล่าเขา
พวกเขาเคยเสี่ยงอันตรายมานับครั้งไม่ถ้วน แม้จะมีผู้หญิงมากมายเป็นของตัวเอง แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้พวกเขาไม่อาจไปไหนได้
ส่วนผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกแค่คนเดียว พวกเขากลับไม่คิดจะสนใจ
พวกเขาคิดว่าผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกไม่มีทางเอาชีวิตรอดในป่าหินแห่งนี้ได้นานนัก ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ‘อาหารตา’ ตรงหน้าไม่ใช่หรือ? ถ้ายอมให้เสื้อผ้ากับพวกเธอ ก็อาจทำให้สามารถสานสัมพันธ์กันก็เป็นได้
โจวอี้นึกไม่ถึงว่าตนเองจะสลัดมนุษย์ต่างดาวที่ไล่ตามมาจนหลุดเพราะเรื่องแบบนี้
เขารีบหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อห่างมาไกลได้ราวสิบกิโลเมตรก็เห็นเขาเฮยฉืออยู่ราง ๆ ตรงหน้า
กองหินยักษ์จำนวนมากบนเขาดูคล้ายรังผึ้งขนาดใหญ่ที่มีโพรงมากมายให้หลบซ่อนตัวได้
โจวอี้ไม่รอช้า รีบเข้าไปในถ้ำมืดแห่งหนึ่ง
เขาเฮยฉือมีช่องว่างในหินมากมาย ซึ่งมันเพียงพอให้โจวอี้เข้าไปด้านใน
เพียงสิบนาที เขาก็ยึดครองถ้ำมืดสลัวแห่งนี้ไว้ได้ และหลังจากใช้จิตเทวะก็เผยท่าทีแปลกใจออกมา
มีแม่น้ำใต้ดิน!
เขาพบทางเดินไปยังชั้นใต้ดินที่มืดมิด ซึ่งอยู่ด้านในของเขาเฮยฉือที่เต็มไปด้วยกองหิน
ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็พุ่งตัวไปยังบริเวณใต้ดินอย่างรวดเร็ว
มันเป็นเพียงถ้ำโล่งที่ไม่ทราบได้ว่าแสงส่องถึงมาจากทางไหน ทำให้ด้านในพอจะสว่างอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีลำธารที่มีน้ำสีดำไหลผ่านทอดยาวออกไป
โจวอี้ไม่รอช้า เดินเลียบลำธารไปไม่นานก็มาถึงสุดปลายน้ำที่ห่างออกมาจากตำแหน่งเดิมราวสิบกิโลเมตร
ลำธารนี้อยู่ติดผนังถ้ำ และน่าจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ใต้ดินอื่น ๆ การจะผ่านไปได้มีทางเดียวคือต้องดำน้ำลอดไปตามกระแสน้ำ
ทว่ามันเสี่ยงเกินไป
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจรักษาตัวและฝึกยุทธ์ที่นี่สักพัก
ซ่า!
สองร่างพลันโผล่พรวดมาจากลำธาร คมดาบและมีดพุ่งเข้ามาจู่โจมตรงหน้าโจวอี้
“ให้ตายเถอะ!”
โจวอี้สบถขณะเหวี่ยงดาบป้องกันการโจมตี
เขานึกไม่ถึงว่าจะมีศัตรูซ่อนตัวอยู่ในลำธาร ทว่าในจังหวะที่จะโจมตีกลับก็เห็นหน้าคนที่เล่นงานตนเองได้ชัด ๆ
อีกฝ่ายเองก็เห็นหน้าเขาแล้วเช่นกัน
ทันใดนั้น ทั้งสามคนก็ชะงักการกระทำ
“ผมดีใจที่ได้เจอพวกคุณ แต่ดูเหมือนพวกคุณจะไม่ได้ดีใจที่เจอผมเลย! เจอกันคราวนี้ก็เอาดาบมาชี้หน้ากันอีก” โจวอี้พูดจบก็ยิ้มและดีดนิ้ว เก้าอี้ตัวหนึ่งปรากฏขึ้นให้เขาได้ทิ้งตัวนั่งลง
“เราคิดว่าเป็นพวกต่างดาวที่ตามไล่ล่าเราน่ะสิ” จีอู๋หลางพ่นเลือดในปากทิ้ง ก่อนจะกุมอกพลางหัวเราะด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ฉันเองดีใจที่เห็นนายยังมีชีวิตอยู่นะ”
“ดีใจเหรอ ดีใจจนยกดาบจะฟันผมเนี่ยนะ ผู้อาวุโสจี” โจวอี้กลอกตาบอกอย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อกี้ผมโชคดีที่หลบทัน ไม่อย่างนั้นคงได้กลายเป็นศพด้วยดาบของคุณแล้ว”
“แหม อุบัติเหตุน่ะ แค่อุบัติเหตุเอง” อีกฝ่ายยิ้มเจื่อน
จากนั้นเจ้าตัวก็ไม่สนใจเสื้อผ้าที่เปียกโชก แต่กลับกินโอสถฟื้นฟูร่างกายก่อนจะนั่งลงและเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง
“โจวอี้ อาการนายเป็นยังไงบ้าง?” หลี่ชิงเฉิงถาม
“ผมไม่เป็นไรครับ”
โจวอี้โบกมือขณะตอบ จากนั้นก็หันไปมองแผลบนใบหน้าที่เคยงดงามของเธอและถามว่า “คุณล่ะ?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ!”
เมื่อเห็นแววตาแปลก ๆ ของเขา เธอก็ยิ้มออกมา “ฉันแค่ทำอาวุธหายไปอย่างหนึ่ง”
“อาวุธเหรอ? อาวุธอะไร?”
“ความสวยไง! ผู้ชายอย่างนายก็ชอบสาวสวยทั้งนั้น! ถึงยังไงตอนนี้ฉันก็เสียโฉมแล้ว ต่อไปผู้ชายพวกนั้นก็คงไม่ทำตัวหื่นเวลาเห็นฉันแล้วล่ะ” หลี่ชิงเฉิงหัวเราะ
“พวกเขาจะกลัวคุณจนหนีไปแทนน่ะสิครับ” โจวอี้ขำตาม
“นายจะไม่กลัวฉันใช่ไหม?” เธอถามหยอกล้อ
“ไม่หรอก ผมชอบขาสวย ๆ มากกว่า”
“…”