หมื่นวิถี... หนึ่งกระบี่ พิฆาตสวรรค์ ! - ตอนที่ 134
บทที่ 134
จางจื่อเฟิงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก รอจนปล่อยมือแล้วก็หันไปกล่าวกับเหล่าศิษย์เบื้องล่าง:
“ทุกท่าน นี่คืออาจารย์ในนามที่เพิ่งจะมาใหม่ในสำนักศึกษา คุณชายตระกูลเซียว เซียวเหยียน!”
ฮือฮา!
เมื่อคำว่า “เซียวเหยียน” สองคำดังออกมา เหล่าศิษย์ที่เดิมทีประหลาดใจ สงสัย และใคร่รู้ ก็พลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ทั่วทั้งเมืองต่างก็พูดคุยถึงเจ้าของชื่อนี้ ร้านน้ำชา ร้านอาหาร รวมถึงหอนางโลมและโรงเตี๊ยมก็ล้วนแต่เป็นเช่นนี้
หากโยนชื่อนี้ไปในใต้หล้าที่วีรบุรุษเรียงราย บางทีอาจจะเป็นเพียงการโยนหินก้อนเล็กๆ ลงไป ที่เพิ่งจะเกิดระลอกคลื่นยังไม่ทันจะแผ่ขยายไปไกล แต่ในเมืองมรกตแห่งนี้ กลับแทบจะเป็นที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว
14 ปี บรรลุขอบเขตสิบห้าลี้ อัจฉริยะอันดับหนึ่งในรอบพันปี!
ตำนานที่มีชีวิตเช่นนี้กลับอยู่ตรงหน้าพวกเขารึ?
ทุกคนเบิกตากว้าง ราวกับมองของล้ำค่าที่หาได้ยากในโลกพลางจ้องไปยังเซียวเหยียน
เซียวเหยียนค่อนข้างจนใจ แต่ก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ทำได้เพียงคุ้นชิน
“ต่อไป ก็จะให้คุณชายเซียวมาสอนพวกเจ้า โอกาสในการสอนของคุณชายเซียวหนึ่งปีก็มีแค่สามครั้ง พวกเจ้าจงตั้งใจฟังและทะนุถนอมให้ดี เด็ดขาดห้ามส่งเสียงดังวุ่นวาย!”
จางจื่อเฟิงกล่าวเสียงดังกับทุกคน
ทุกคนแววตาสว่างวาบ เด็กหนุ่มในตำนานเช่นนี้ จะมาสอนพวกเขา? เขาจะสอนอะไรออกมาได้ ประสบการณ์การฝึกฝนของตนเองรึ?
คนไม่น้อยหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง ถึงแม้จะไม่หวังว่าเซียวเหยียนจะสามารถสอนอะไรพวกเขาได้จริงๆ แต่ก็อยากจะดูว่าคำพูดคำจาของเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างไร
“คุณชายเซียว ที่นี่ก็มอบให้ท่านแล้ว” จางจื่อเฟิงหันไปกล่าวกับเซียวเหยียนอย่างยิ้มแย้ม
เซียวเหยียนยิ้มพยักหน้า รอจนอีกฝ่ายยิ้มพลางโบกมือจากไป เขาถึงได้หันไปมองห้องเรียนที่ค่อยๆ เงียบลง
“ในเมื่อทุกท่านรู้จักข้าแล้ว งั้นข้าก็ไม่ขอแนะนำตัวเองมากแล้ว”
เซียวเหยียนยิ้มเล็กน้อย “พวกท่านอยากจะเรียนอะไร เพลงกระบี่ เพลงหมัด หรือวิชาตัวเบา?”
“ท่านจะสอนเพลงกระบี่รึ?”
หลิวเมิ่งฉีเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเหยียนนี้ แววตาก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนแต่ฝึกกระบี่
เซียวเหยียนรู้ดีว่า นักกระบี่กับนักดาบก็เหมือนกับวิชาภากับคณิตศาสตร์ที่เป็นวิชาหลัก นักสู้สิบคนแปดเก้าคนล้วนแต่เรียนสองประเภทนี้ คัมภีร์กระบี่และเพลงดาบที่สืบทอดกันมาแต่โบราณก็เป็นเคล็ดวิชาที่มีจำนวนมากที่สุด
“อยากจะเรียนข้าก็สอน” เซียวเหยียนยิ้ม
“คือสอนของหอฟังเสียงฝนของพวกท่านรึขอรับ?” มีชายหนุ่มใจกล้าคนหนึ่งถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
พวกเขาล้วนแต่เป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่ ฐานะทางบ้านไม่เลว มาที่นี่สำเร็จการศึกษาแล้ว ไม่ก็ไปท่องยุทธภพสร้างชื่อเสียง หรือไม่ก็กลับไปสืบทอดกิจการตระกูล ด้วยระดับบำเพ็ญขอบเขตวิญญาณสัญจร ก็เพียงพอที่จะข่มขวัญภัยคุกคามได้ไม่น้อย ในขอบเขตเดียวกันจัดเป็นตัวตนที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง
“ขออภัย เคล็ดวิชาลับของตระกูลเซียวไม่ถ่ายทอดสู่ภายนอก”
เซียวเหยียนยิ้มเล็กน้อย “ตำหนักขาวของพวกท่านส่วนใหญ่ฝึกฝนเพลงกระบี่อะไร ข้าพอจะสอนได้”
“ท่านก็ไม่ได้เรียนมา จะสอนได้อย่างไร?”
มีคนกล่าวอย่างประหลาดใจ รู้สึกว่าคำพูดของเซียวเหยียนนี้สบายเกินไปแล้ว สำหรับความประทับใจที่มีต่อเขาก็พลันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
“ตอนนี้เรียนก็ยังทัน”
เซียวเหยียนยิ้มๆ ถาม “ใครมีคัมภีร์กระบี่ ขอยืมหน่อย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็งุนงง จากนั้นก็ค่อนข้างไม่พอใจขึ้นมา คำพูดของเซียวเหยียนนี้หยิ่งผยองเกินไป ไม่ได้ใส่ใจการสอนครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย ความคาดหวังเดิมทีของพวกเขาก็พลันมีความรู้สึกที่ว่างเปล่า
หลิวเมิ่งฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเซียวเหยียนเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกว่าเขาหยิ่งผยองเกินไป
“คุณชายเซียว พวกเราตั้งใจอยากจะเรียนจริงๆ” มีคนหวังดีเอ่ยเตือน
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นก็รีบเริ่มกันเถอะ คัมภีร์กระบี่มีหรือไม่?” เซียวเหยียนกล่าว
เมื่อเห็นเซียวเหยียนยังคงทำตามใจตนเองเช่นนี้ คนที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่งก็ผิดหวังแล้ว ขมวดคิ้ว
อ่านคัมภีร์กระบี่แล้วชี้แนะสองสามที ก็ถือว่าสอนแล้วรึ? สอนดีไม่ดีเป็นเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญคือท่าทีแบบนี้มันแย่มาก
ในแววตาของหลิวเมิ่งฉีก็ยากที่จะซ่อนความผิดหวังไว้ได้ อัจฉริยะชั้นเลิศก็จริง แต่ความหยิ่งผยองนี้ก็จริงเช่นกัน
ทุกคนต่างก็มีสีหน้าไม่พอใจ แต่ไม่มีใครส่งเสียง
ไม่สอนก็แล้วไป จะวางท่าอะไร! คุณชายน้อยของจวนขุนพลเทวะแล้วจะยิ่งใหญ่รึ?
แน่นอนว่า คำพูดเหล่านี้เพียงแค่พูดในใจ ไม่มีใครพูดออกมาจริงๆ ท้ายที่สุดแล้วสถานะของเซียวเหยียนก็ค่อนข้างจะมีอำนาจข่มขวัญอยู่ ไม่มีใครกล้าล่วงเกินต่อหน้า ไม่ได้โง่
เซียวเหยียนกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้าพวกนี้ ก็รู้ได้ทันทีถึงความคิดของพวกเขา ค่อนข้างจนใจ เขากวาดตามองไปรอบๆ สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหลิวเมิ่งฉี:
“คนนั้น นักเรียนหลิว ท่านมีคัมภีร์กระบี่กระมัง ให้ข้าดูหน่อย”
หลิวเมิ่งฉีเมื่อถูกเซียวเหยียนเรียกชื่อ สีหน้าก็ค่อนข้างไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาจากรอบๆ นางขมวดคิ้ว:
“ข้าไม่ได้นำคัมภีร์กระบี่มา เพลงกระบี่นี้ข้าฝึกจนใกล้จะบรรลุแล้ว”
“งั้นท่านก็หาคัมภีร์กระบี่มาให้ข้าเล่มหนึ่ง” เซียวเหยียนกล่าว
หลิวเมิ่งฉีอ้าปากค้าง ขมุบขมิบปากเล็กน้อย ในใจไม่เต็มใจอย่างยิ่ง กำลังจะเอ่ยปากขอยืมจากซูซินอี๋เพื่อนสนิท ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มกล่าว:
“คุณชายเซียว ข้ามี”
พูดจบ ก็รีบวิ่งขึ้นไป นำคัมภีร์กระบี่มอบให้เซียวเหยียน พร้อมกันนั้นก็ยิ้มแห้งๆ ให้เซียวเหยียน:
“คุณชายเซียว ข้าชื่อหลี่เฉิง”
บนใบหน้าปรากฏสีหน้าที่ประจบประแจงอยู่หลายส่วน
เซียวเหยียนพยักหน้า
รอจนคนผู้นี้กลับไป เบื้องล่างก็พลันมีเสียงโห่เบาๆ เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างดูถูกการประจบประแจงของหลี่เฉิง
หลี่เฉิงกลับไม่ใส่ใจ ไม่ว่าเซียวเหยียนจะดูถูกพวกเขาหรือไม่ นี่คือโอกาสที่จะเกาะขาใหญ่ คนโง่ถึงจะพลาด
“รอข้าสักครู่” เซียวเหยียนหยิบคัมภีร์กระบี่ขึ้นมา กล่าวกับทุกคนเบื้องล่าง จากนั้นก็ก้มหน้าลงเปิดอ่าน
ทีละหน้าๆ ตัวอักษรและรูปภาพบนคัมภีร์กระบี่ ด้วยความเข้าใจในวิถีกระบี่ของเขา ก็สามารถอ่านเข้าใจได้อย่างง่ายดาย เปิดอ่านไปได้ครึ่งหนึ่ง ในสมองของเขาก็ถึงกับสามารถอนุมานกระบวนท่าข้างหลังออกมาได้
นี่คือคัมภีร์กระบี่ชั้นสูง ชื่อว่า 《เพลงกระบี่แยกเงาหยินหยาง》
[ได้เชี่ยวชาญเพียงผิวเผินแล้ว ต้องการบันทึกหรือไม่?]
บันทึก…
เซียวเหยียนท่องในใจ
ในไม่ช้า ข้อมูลอันไพศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง แต่ด้วยระดับบำเพ็ญของเขาในตอนนี้ ก็สามารถรับและย่อยได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่หลับตาครู่หนึ่ง ก็ดูดซับจนหมดสิ้น แล้วก็มองดูหน้าต่างสถานะอีกแวบหนึ่ง:
เพลงกระบี่แยกเงาหยินหยาง (แก่นแท้)·หยินหยางผันกลับ
หยินหยางผันกลับคือเคล็ดวิชาลับสุดยอดของเพลงกระบี่ เคล็ดวิชาส่วนใหญ่ ด้วยความเข้าใจในวิถีของเขา ก็สามารถเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาลับสุดยอดออกมาได้ อย่างเช่นเคล็ดวิชาลับสุดยอดของเพลงกระบี่หิมะโปรย หิมะถล่ม!
“นักเรียนที่อยู่ข้างนอกนั่น ท่านก็เข้ามาเรียนด้วยกันเถอะ”
ก่อนจะสอน เซียวเหยียนก็ไม่ลืมที่จะเรียกชายหนุ่มที่ถูกลงโทษให้ยืนอยู่หน้าประตูเข้ามา
ชายหนุ่มฟังคำแนะนำของจางจื่อเฟิง ก็ทราบถึงสถานะของเซียวเหยียนแล้ว และคอยเงี่ยหูฟังอยู่หน้าประตูพลางแอบมองมาโดยตลอด ณ เวลานี้เมื่อเห็นเซียวเหยียนเรียกหา ก็ค่อนข้างประหลาดใจ ไม่คิดว่าเซียวเหยียนจะจำตนเองได้ ในใจก็พลันยินดีและอบอุ่นขึ้นมา
ส่วนเรื่องที่เซียวเหยียนสอนเพลงกระบี่ อย่าว่าแต่เซียวเหยียนไม่ได้ตั้งใจจะสอนอย่างจริงจังเลย ถึงแม้จะจริงจัง เขาก็ไม่มีความสนใจ เขาไม่ชอบฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เล็ก เพียงแต่อยู่ในตระกูลขุนศึกจึงถูกบีบบังคับเท่านั้น
“ขอบคุณคุณชายเซียว ข้าชื่อจ้าวหยาง” ชายหนุ่มกล่าว
เซียวเหยียนพยักหน้า กล่าว “กลับไปนั่งเถอะ”
รอจนจ้าวหยางกลับไปนั่งที่แล้ว เซียวเหยียนถึงได้กล่าว “ข้าจะร่ายรำ《เพลงกระบี่แยกเงาหยินหยาง》ระดับสมบูรณ์แบบให้พวกท่านดูหนึ่งรอบ พวกท่านพยายามสัมผัสให้ดี”
หา?
ทุกคนที่หมดความสนใจจนอยากจะลุกออกจากที่นั่งแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเหยียนนี้ก็ล้วนแต่ชะงักไป จากนั้นก็มีคนปิดปากแอบขำ