หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 108 กลับจวนใท่ชื่อ
108 กลับจวนใท่ชื่อ
ในหมู่หลาน ๆ ทั้งหมด คนที่ท่านโหวจ้าวหลินรักและภาคภูมิใจที่สุดก็ คือจ้าวเข่อเฟิง แม้จะเป็นเพียงบุตรชายที่เกิดจากอนุของจ้าวชง แต่เด็ก หนุ่มผู้นี้กลับฉลาดเกินวัย
ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยทําให้ผู้ใหญ่ผิดหวัง ได้ ฉายา “อัจฉริยะน้อย” และยังเป็นเจียหยวนที่อายุน้อยที่สุดใน ประวัติศาสตร์ตาลีอีกด้วย เพราะเหตุนี้ ทุกครั้งที่มีงานรวมญาติ ท่านโหวมัก กําชับให้จ้าว งพาลูกชายคนนี้มาด้วยเสมอ เมื่อจ้าวเข่อเพิ่งเอ่ยถาม ท่านโหว
จึงตอบด้วยความอดทน
“แล้วของดีที่ท่านปู่พูดถึงคืออะไรหรือขอรับ?”
ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มที่อยากรู้ แม้แต่จ้าวชงกับฉันเชียงเหอก็ใจเต้นรัว ส่วนจ้าวเย่อเหรีนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม้ในใจจะริษยา ก็อดอยากรู้ไม่ได้ ท่านโหว หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่ตอบหลานชาย กลับหันไปหาลูกชายกับ
สะใภ้แทน
“ชงเอ๋อร์ เชียงเหอ ต่อไปพวกเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องแต่งงาน ของเย่อหรันแล้ว เรื่องนี้พวกเจ้าตัดสินใจเองไม่ได้อีกต่อไป”
ประโยคนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางอก จ้าวเย่อเพิ่งยังไม่เข้าใจ แต่
จ้าวชงกับฉินเขียงเหอเข้าใจทันที
จ้าว งพยายามข่มความดีใจ ถามอย่างระมัดระวัง
“ท่านพ่อหมายความว่า…. ต่อไปจะมีคนอื่นเป็นผู้ตัดสินเรื่องคู่ครอง ของเย่อหรันหรือขอรับ?”
ท่านโหว มไม่ตอบ ทว่าข้าง ๆ เขา เสี่ยวหลิงอดพูดไม่ได้
“ใช่แล้ว ใครจะคิดว่าเข่อหรันจะมีวาสนาถึงเพียงนี้ ถึงแม้การหมั้นกับ จวนจงอี้โหวจะยกเลิกไป แต่ฮ่องเต้มีพระดํารัสแล้วว่า ต่อไปเรื่องแต่งงาน ยองเข่อหรัน พระองค์จะทรงจัดการเอง หากเป็นพระราชทานสมรสจริง ๆ ละก็ อย่างน้อยก็ต้องเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพใหญ่แน่นอน”
ท่านโหวยังเสริมด้วยน้ําเสียงปลื้มใจ
“แค่บทกวีบทเดียว ก็ได้ทั้งตําแหน่ง ทั้งพระเมตตา แล้วยังได้คํา สัญญาเรื่องพระราชทานสมรสอีก อนาคตของเด็กคนนี้ เกรงว่าจะไกลเกิน
คาด”
จ้าวชงกับฉินเซียงเหอหน้าบานทันที ในใจพวกเขาคือเพียงว่า ลูกสาว คนนี้จะนําผลประโยชน์มาให้มากเพียงใด มีเพียงจ้าวเข่อเหรินที่หัวใจเหมือน ถูกบีบ ตลอดมา นางเชื่อว่าตนเหนือกว่าพี่สาว สวยกว่า เก่งกว่า เป็นที่โปรด ปรานมากกว่า แต่เพียงชั่วข้ามคืน ทุกอย่างกลับพลิกผัน
จ้าวเข่อหรันโดดเด่นในงานวันเกิดท่านยาย ได้รับแต่งตั้งเป็นจวิ้นจู่ และตอนนี้ยังได้รับพระเมตตาจากฮ่องเต้อีก “นางมีสิทธิ์อะไร…” คําถามนั้น ก้องอยู่ในอก ไฟริษยาลุกโชนจนแทบเผาผลาญสติ ยิ่งคิด ยิ่งแค้น และยิ่ง แน่วแน่ว่าจะต้องถอนหมั้นให้ได้ เพื่อก้าวขึ้นเป็นชายารัชทายาทให้จงได้
หลังนั่งคุยกันอีกพักหนึ่ง ท่านโหวกลับห้องหนังสือ ฉินเชียงเหอพา ลูก ๆ กลับสวนชง ป่ ส่วนจ้าวชงกลับเรือนหลิงอวี่กับเซียวหลิง ทันทีที่นั่งลง เขียวหลิงเอ่ยด้วยสีหน้ายินดี
“ชงเอ๋อร์ ใครจะคิดว่าเข่อหรันจะมีวันนี้ เจ้าช่างมีลูกสาวดีจริง ๆ” จ้าวชงยิ้มกว้าง
” ยอรับท่านแม่ นางเงียบมาตลอด แต่พอถึงเวลา กลับโดดเด่นจน ทุกคนต้องมอง”
เขียวหลิงพยักหน้า
“ต่อไปเจ้าต้องวางตัวให้เป็นธรรมกับลูกทั้งสองคน เข่อหรันมีอนาคต
สดใส ส่วนเย่อเหรินก็ยังมีโอกาส อย่าลําเอียงอีก”
จ้าวชงรีบรับคํา เขียวหลังพูดต่อด้วยน้ําเสียงจริงจัง
“จําไว้นะ ตอนนี้ตําแหน่งจวิ้นจี่ของเข่อหรัน กับคําสัญญาเรื่องแต่ง งานจากฮ่องเต้ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อเจ้า ท่านโหวเองก็พอใจเจ้าไม่น้อย
โอกาสรับตําาแหน่งสืบทอดมีสูงมาก”
จ้าวชงตาเป็นประกาย
“จริงหรือท่านแม่?”
“ท่านโหวอายุมากแล้ว คงเลือกผู้สืบทอดในไม่ช้า เข่อหรันได้ ตําแหน่งสูง เฟิงเอ๋อร์ก็ฉลาดมีอนาคต เจ้ายังมีแรงหนุนจากจวนจงอี้โหว โอกาสของเจ้ามากกว่าจ้าวหย่งหลายเท่า แต่จ๋าไว้อย่าให้ใครจับพิรุธได้
จ้าว งพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น แต่เขียวหลิงกลับถอนหายใจ
“เสียดายก็แต่เรื่องเย่อเหริน หากตอนนั้นไม่รีบร้อนหมั้น นางอาจมี
โอกาสเข้าวัง…”
จ้าวชงชะงัก ก่อนถามเสียงต่ําา
“ถ้า…. ตอนนี้นางไม่มีคู่หมั้นแล้วล่ะ?”
เขียวหลิงตกใจ
“เจ้าคิดจะถอนหมั้นหรือ? เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่ามันหมายถึงอะไร ท่านโหว
ไม่มีวันยอม”
จ้าวชงรีบปฏิเสธ
“ข้าแค่ถามเล่น ๆ”
เขียวหลิงมองลูกชายอย่างรู้ น
“หากถอนหมั้นจริง ต้องไม่ให้ความผิดตกอยู่ที่เย่อเหริน จําคําแม่ไว้
จ้าวชงเงียบไป สีหน้าครุ่นคิด หลังผ่านเทศกาลไหว้พระจันทร์ไป หลายวัน ในที่สุดจ้าวเข่อหรันก็ขึ้นรถม้ากลับจวนไท่ชื่อ ในรถม้า หลงเอ๋อร์ตื่นเต้นจนชะเง้อมองนอกหน้าต่างตลอดทาง
“ดีใจอะไรนักหนา?”
จ้าวเย่อหวั่นหัวเราะ
“คิดถึงบ้านเจ้าค่ะคุณหนู!”
คําตอบนั้นทําให้จ้าวเข่อหรันยิ้มอ่อน แต่ในใจนึกถึงเรื่องที่ฝากฉินเซี
ยงไปสับเกี่ยวกับหลิวอี้เหนียง เด็กในท้องหลิวอี้เหนียง…นางสนใจนัก เพราะ
คนที่หมอเคยวินิจฉัยว่าแทบไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ กลับท้องโตอย่างรวดเร็ว
คิดถึงตรงนี้ มุมปากนางยกขึ้นเล็กน้อย
จ้าวชง
รถม้าหยุดหน้าจวน ทุกคนออกมาต้อนรับ หลิวอี้เหนียงรีบปรี่เข้าหา
“นายท่าน ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ทั้งข้าและลูกในท้องก็คิดถึง”
นางพูดพลางออดอ้อนอย่างหวานเลี่ยน จ้าวชงรีบประคอง
เจ้าท้องอยู่ ทําไมไม่พักดี ๆ”
ภาพนั้นทําให้ฉันเชียงเหอหน้าหมองทันที หากไม่ติดว่าอยู่หน้า
ประตู คงระเบิดคาค่าออกมาแล้ว ส่วนจ้าวเข่อหรัน…สายตานางจ้องไปที่ ท้องของหลิวอี้เหนียง สี่เดือนจริงหรือ? เหตุใดจึงดูใหญ่เกินไป…นางเผลอ
มองนานเกินไป จนหลิว เหนียงเริ่มใจหวิว
“คุณหนูใหญ่ มองอะไรหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“แค่สงสัยเท่านั้น”
หลิว เหนียงไม่วางใจ กลับพูดเสียงแข็ง
“แค่ท้อง จะน่าสงสัยอะไร หรือคุณหนูมีความคิดอื่น?” คําพูดนั้นแฝงพิษ จ้าวชงกลับ เสียงเข้ม
“เจ้ารู้ไหมว่ากําลังพูดกับใคร? คุณหนูใหญ่ก็แค่สนใจลูกในท้อง เจ้า ยังจะคิดเล็กคิดน้อยอะไรอีก!”
คําตําหนินีนั้นทําให้หลิวอี้เหนียงหน้าซีด จ้าวชงเองก็เริ่มตระหนัก ท่านแม่พูดไม่ผิด ผู้หญิงเช่นนี้ ต่อให้คลอดลูกชาย ก็คงไม่อาจเป็นเสาหลัก ใหญ่ จ้าวเข่อหรันมองทุกอย่างด้วยสายตาเรียบเฉย นางรู้ดี บิดาของตนรัก ผลประโยชน์ยิ่งกว่าสายเลือด หากวันนี้นางไม่ได้เป็นจวิ้นจี่ คนที่ถูกตําหนิคง
เป็นนางแทน
ความเคารพในใจจึงเหลือเพียงบางเบา ส่วนฉันเชียงเหอ…เมื่อเห็น สามีดอน ใจพลันเบิกบาน นางยิ้มบางอย่างเย็นชา ในเรือนหลังมีสตรีมาก มาย หลิวอี้เหนียงอยากคลอดลูกให้ปลอดภัยนักหรือ?…คงไม่ง่ายนักหรอก.