หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 107 ยุแยงให้แตกคอกัน
107 ยุแยงให้แตกคอกัน
เมื่อเห็นฉินอี้เหมี่ยวเงียบไปคล้ายกําลังครุ่นคิด จ้าวเข่อหรันจึงยิ้ม
บาง ๆ แล้วพูดต่อด้วยน้ําเสียงอ่อนโยน
“พี่เหมี่ยว ข้าไม่เหมือนพี่นะ ถึงตอนนี้ข้าจะได้เป็นจวิ้นจู่แล้ว แต่ อนาคตก็ยังไม่แน่นอนเลย แต่พี่ต่างออกไป ความสุขของพี่เพิ่งจะเริ่มต่าง
หาก”
คําพูดนั้นฟังดูเหมือนปลอบโยน แต่จริง ๆ แล้วคือการประคองใจ อย่างแนบเนียน ฉินอี้เหมี่ยวปากบอกเฉย ๆ ว่า “จริงเหรอ” แต่ในใจกลับ พองโตเหมือนลมอัดเต็มอก ความขุ่นเคืองที่เมื่อครู่ยังกรุ่นอยู่ ค่อย ๆ จาง หายไปไม่น้อย จ้าวเข่อหรันพยักหน้าแน่นอน
“พี่ทั้งงดงาม มีความรู้ อีกทั้งตระกูลก็มีฐานะดี บุรุษดี ๆ วันหน้าคง
แย่งกันมาสู่ขอ”
นางยิ้มพลางกล่าวต่ออย่างนุ่มนวล
“วันหนึ่ง ต้องได้ออกเรือนอย่างสง่างาม กลายเป็นสตรีที่ผู้คนทั้ง
เมืองต่างพากันอิจฉาเป็นแน่”
เธอเลือกพูดแต่ค้าที่อีกฝ่ายอยากได้ยิน เพราะรู้ดีว่า ความไม่พอใจ ของฉินอี้เหมี่ยวมีต้นตอแค่เรื่องตําแหน่งจวิ้นจู่ ถ้าทําให้เธอรู้สึกว่าตําแหน่ง
นี้ก็ไม่ได้วิเศษอะไรนัก แล้ววาดภาพอนาคตที่งดงามกว่าให้ดู….ไฟริษยาก็คง ดับลงเอง และก็เป็นไปตามคาด ฉินอี้เหมี่ยวหัวเราะเบา ๆ แสร้งถ่อมตัว
“เจ้าก็พูดเกินไปนะ ข้าจะดีอะไรขนาดนั้น”
ๆ
ในใจกลับหวานชื่นจนแทบลืมเรื่องขุ่นข้องทั้งหมด จ้าวเข่อหวั่นมอง แววตาอีกฝ่ายก็รู้ว่าติดเบ็ดแล้ว จึงเสริมต่อทันที
“จริง ๆ นะพี่เหมี่ยว ผู้ชายในเมืองหลวงที่เหมาะกับพี่ที่สุด…ก็มีแค่
ๆ
องค์รัชทายาทเท่านั้น”
ชื่อหนึ่งถูกเอ่ยออกมาอย่างตั้งใจ ไท่จื่อซือ เทียน ดวงตา
ฉินอี้เหมี่ยวไหววูบ ก่อนจะรีบก้มหน้าแสร้งเป็น
“เจ้าพูดอะไรน่ะ อยู่ ๆ ไยจึงโยงไปถึงองค์รัชทายาทได้เล่า”
ฉินอี้เหมี่ยวเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเรียบร้อยอ่อนหวาน ทว่าในใจกลับ
เต้นระรัว ราวกับกวางน้อยแตกตื่น จนแทบทะลุออกมานอกอก จ้าวเข่อหรันเห็นดังนั้น ก็แอบยิ้มเย็นอยู่ในใจ เสแสร้งได้เก่งนัก…ทั้งที่ในใจ อยากใค้ าแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทจนแทบเป็นบ้า แต่ภายนอกกลับ ทําท่าราวกับไม่ใสใจ
ทว่าแบบนี้กลับยิ่งดี เพราะแผนของนาง ไม่ได้มีไว้เพียงเอ่ยคําหวาน ปลอบโยน วันนี้อาจดับไฟริษยาในใจฉินอี้เหมี่ยวลงได้ชั่วคราวก็จริง แต่ใคร จะรับประกันได้ว่า พรุ่งนี้นางจะไม่ย้อนคิด แล้วหันกลับมาเล่นงานตนอีก ทางที่ดีที่สุด… ก็คือทําให้นางมี ศัตรูคนใหม่ และศัตรูคนนั้น จะต้องทําให้ นางวุ่นวายจนไม่มีเวลาแม้แต่จะหันมามองตน จ้าวเข่อหรันจงใจทําสีหน้า ลําบากใจเล็กน้อย ราวกับกําลังชั่งใจ
โดยตรง”
“พี่เหมี่ยว….ความจริงเรื่องนี้ ข้าไม่ควรพูดออกมา
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“แต่หากไม่พูด ก็เหมือนข้าทรยศต่อพี่ เพราะเรื่องนี้…เกี่ยวข้องกับพี่
ฉินอี้เหมี่ยวขมวดคิ้วทันที สีหน้าจริงจังขึ้นหลายส่วน
“เรื่องอะไรกัน?”
“คือ…”
จ้าวเข่อหรันสูดลมหายใจ
“ข้าได้ยินมาว่า ช่วงนี้รัชทายาทดูจะเอาใจเชื่อเหรินเป็นพิเศษ คําพูดนั้นราวกับฟ้าผ่ากลางวัน ฉินอี้เหมี่ยวชะงัก
“อะไรนะ?!”
ในดวงตาของนาง ความตกตะลึงเมื่อครู่ เพียงพริบตาก็แปรเปลี่ยน เป็นประกายความแค้น จ้าวเข่อหรันเห็นเช่นนั้น มุมปากก็แทบจะยกขึ้น อย่างพึงพอใจ ใช่แล้ว….หมากที่นางวางไว้ ก็คือ จ้าวเย่อเหริน ศัตรูในที่แจ้ง
หากปล่อยให้ฉินอี้เหมี่ยวเก็บความริษยาไว้ในใจ แล้วหันมาจับจ้องตน เอง วันหนึ่งนางย่อมกลายเป็นศัตรูอีกคนอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากเปลี่ยน เป้าหมายของนางเสียใหม่ ให้ความริษยานั้นไปตกอยู่ที่ จ้าวเข่อเหริน ผล
ลัพธ์ก็ไม่ต่างจากปล่อยเรือสองตัวเข้าไปขย้ํากันเอง
ส่วนตัวนาง…ก็เพียงยืนดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น อันที่จริง นางก็ไม่ได้
โกหกเสียทีเดียว จ้าวเย่อเหรินกับองค์รัชทายาท มีการติดต่อกันจริง เพียง
แต่นาง…เลือกหยิบเรื่องนั้นมาขยายให้คลุมเครือและชวนให้ผู้คนครุ่นคิดมาก งั้นเท่านั้น สําหรับสตรีที่มีใจปรารถนาตําาแหน่งพระชายารัชทายาทอย่าง ฉินอี้เหมี่ยว แค่คําพูดเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอจะจุดไฟในใจให้ลุกโชนได้
แล้ว
ฉินอี้เหมี่ยวสูดหายใจลึก พยายามข่มอารมณ์ในอกให้สงบลง แล้ว ค่อย ๆ ตั้งสติขึ้นมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น แววตาที่เคยสงบเรียบร้อย ก็ไม่ อาจปกปีดประกายเย็นเยียบที่แฝงอยู่ได้อีกต่อไป
“แต่เย่อเหรินมีคู่หมั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
ฉินอี้เหมี่ยวเอ่ยขึ้นด้วยน้ําเสียงคล้ายสงสัย จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้ม
บาง ราวกับไม่ได้ใส่ใจนัก
“เรื่องนั้นข้าก็ไม่แน่ใจนักหรอก เพียงได้ยินคนอื่นพูดกันมาเท่านั้น เลยบอกพี่ไว้ เผื่อพี่จะได้ระวังตัวบ้าง”
มากขึ้น
คําตอบเช่นนี้ กลับทําให้ฉินอี้เหมียวมองนางด้วยสายตาเคลือบแคลง
“เจ้ากับเย่อเหรินก็เป็นพี่น้องกันมิใช่หรือ แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาบอก
เรื่องพวกนี้กับข้าเล่า?”
จ้าวเข่อหรันทาสีหน้าประหลาดใจ ราวกับไม่เข้าใจคําถามนั้น
“พี่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ข้ากับเข่อเหรินจะมีเรื่องบาดหมาง
อันใดกันได้เล่า พวกเราเป็นพี่น้องกันนะ”
คําพูดฟังดูชื่อบริสุทธิ์เหลือเกิน ทว่าในใจของนางกลับขมขื่นอยู่
ล็ก ๆ พี่น้องหรือ? บางที…ระหว่างนางกับจ้าวเย่อเหริน อาจเป็นศัตรูกันมา ตั้งแต่ก่อนจะลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ํา ฉินอี้เหมี่ยวยังคงไม่เชื่อสนิทนัก
“แล้วเรื่องคู่หมั้นกับจงอี้โหว เต็มที่ไม่ใช่ของเจ้าหรือ? เหตุใดจึงกลาย
เป็นเย่อเหรินไปได้
พอแล้ว”
เอง”
บุรุษที่ถูกกล่าวถึงก็คือ หลินซีหร่าน จ้าวเข่อหวั่นตอบอย่างเรียบเฉย “ผู้ใดแต่งก็ไม่ต่างกันหรอก ขอเพียงสองตระกูลยังเกี่ยวดองกันอยู่ก็
ฉินอี้เหมี่ยวแค่นหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าพูดได้ง่ายนัก….ไม่รู้สึกเสียดายเลยหรือ?”
จ้าวเข่อหรันยกมุมปาก
“เสียดายอะไรล่ะ ฮ่องเต้รับปากแล้วว่าจะจัดการเรื่องแต่งงานให้ข้า
ฉินอี้เหมี่ยวตกใจ
“จริงเหรอ?”
เมื่อความสงสัยสุดท้ายถูกลบล้าง ความเชื่อก็เข้ามาแทนที่ ถ้า ฮ่องเต้จะพระราชทานสมรสให้จริง จ้าวเข่อหรันก็ไม่มีเหตุผลต้องใส่ร้ายใคร
งั้นข่าวเรื่องรัชทายาทกับเย่อเหริน…อาจเป็นความจริง ฉินอี้เหมี่ยวกัดฟัน
แน่น
“แล้วยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่…ที่เจ้าได้ยินมา”
ฉินอี้เหมี่ยวถามขึ้นอีกครั้ง น้ําเสียงดูเรียบเฉย ทว่าแฝงความเร่ง ร้อนอยู่ลึก ๆ จ้าวเข่อหวั่นทําท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
“พี่จํางานวันเกิดของท่านยายเมื่อคราวก่อน ได้หรือไม่”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อ
“ตอนนั้นองค์รัชทายาททรงส่งภาพวาด หานเหมย ‘ มาให้ข้าเป็น ของขวัญ…แต่ข้าได้ยินมาว่า พระองค์ยังทรงส่งของอีกชิ้นหนึ่งไปให้เข่อเหริน
ด้วย”
คําพูดนั้นทําให้สีหน้าของฉินอี้เหมี่ยวมืดครึ้มลงทันที จ้าวเข่อหรันท้า
ราวกับไม่ทันสังเกต ก่อนจะกล่าวต่ออย่างสั่งเล
“ยิ่งกว่านั้น….ยังมีข่าวลืออีกว่า องค์รัชทายาททรงนัดพบเย่อเหริน
หลายครั้ง”
นางส่ายหน้าเบา ๆ
“แต่เข่อเหรินไปหรือไม่ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน
คําพูดครึ่งจริงครึ่งคลุมเครือเช่นนี้ กลับยิ่งทําให้ความสงสัยกัดกินหัว
ใจคนฟังมากขึ้น ฉินอี้เหมี่ยวฝืนยิ้มบาง ๆ
“เรื่องพวกนี้…อย่าไปเล่าต่อที่ไหนอีกล่ะ”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“ข้าบอกพี่ เพราะเป็นห่วงพี่เท่านั้น”
รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้าฉินอี้เหมี่ยว ทว่าในดวงตากลับไร้ความอบ
อุ่น เหมือนงูพิษที่เพิ่งพบเหยื่อ จ้าวเข่อหวั่นแสร้งถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะ
กล่าวอย่างกังวล
หวังว่าเรื่องจะไม่ลุกลามไปไกลนัก ก่อนหน้านี้เย่อเหรินก็อาศัยข่าว ลือทํานองนี้ เร่งหมั้นกับหลินชื่อจื่อ ถ้าครั้งนี้เกิดเรื่องอีกคงไม่ดีแน่
นางหยุดเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงเบส
“หากครั้งนี้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก…เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องดีนัก”
ประโยคนั้นเหมือนราดน้ํามันลงกองไฟ ใช่ เย่อเหรินเคยแย่งคู่หมั้นพี่
สาวได้ แล้วทําไมจะไม่คิดแย่งรัชทายาทอีก? สีหน้าฉินอี้เหมียวมืดครึ้ม ดวง ตาเต็มไปด้วยแค้น จ้าวเข่อหรันมองภาพนั้นอย่างพอใจ สองเสือกําลังจะกัด
กัน และเธอจะยืนดูอยู่ห่าง ๆ ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกลีบดอกไม้ปลิวว่อน กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายความ อ่อนหวานของผู้หญิง แต่ใต้ความหอม…คือพิษที่ซ่อนอยู่ลึกเกินหยั่ง เกม เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น