หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 110 จ้าวเย่อเหรินสารภาพ
110 จ้าวเย่อเหรินสารภาพ
เมื่อกลับถึง เรือนชิงเหอ ฉันเชียงเหอก็รู้สึกอ่อนล้าไม่น้อย ทั้งวันเต็ม ไปด้วยพิธีรีตองและรอยยิ้มที่ต้องประคองไว้ไม่ให้หลุด ภายใต้การปรนนิบัติ ของแม่นมฉิน นางล้างหน้าเปลี่ยนอาภรณ์อย่างเรียบง่าย ตั้งใจจะเอนกาย พักสักครู่ ค่ําคืนนี้ทั้งจวนจะร่วมโต๊ะอาหาร อีกทั้งยังมีเรื่องสําคัญ ของเข่อหรันที่ต้องประกาศต่อหน้าทุกคน
ทว่านางเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ
“ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูรองมาขอพบเจ้าค่ะ รออยู่ที่ห้องรับแขกด้าน
ข้าง บอกว่ามีเรื่องสําคัญจะหารือ”
ฉินเชียงเหอชะงักเล็กน้อย
“เรื่องสําคัญหรือ”
เพิ่งกลับถึงจวนแท้ ๆ ยังไม่ทันได้พัก เข่อเหรินก็รีบร้อนมาหา ดูท่า
จะมีเรื่องหนักอกจริง ๆ
“เชิญนางดื่มชาก่อน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ไม่นาน ฉันเชียงเหอก็เดินไปยังห้องรับแขก ภายในห้อง จ้าวเย่อเห รินนั่งหลังตรง มือกําาชายกระโปรงแน่น สีหน้าร้อนรนยากจะปิดบัง นางรู้ดี ว่าการมาหาท่านแม่ในเวลานี้ไม่เหมาะนัก แต่เรื่องนี้…นางไม่อาจรอได้อีก
บัดนี้ จ้าวเข่อหรันได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ “เหวินจวิ้นจี่” แล้ว ตําาแหน่งนั้นราวคมมีดบาง ๆ กรีดอยู่กลางอกของนางทุกลมหายใจ หากคิด จะก้าวข้ามพี่สาวให้ใด้ นางมีเพียงหนทางเดียว ต้องคว้า “เขา” มาไว้ข้างกาย แต่บัดนี้นางยังมีคู่หมั้นอยู่ จะปีนขึ้นไปแตะต้องบุรุษผู้นั้นได้อย่างไร ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องท้า คือ ถอนหมั้น
ทว่าการถอนหมั้นเช่นนี้ นางไม่อาจทําได้ด้วยตนเอง ก่อนหน้านี้ที่ จวนเจิ้นเป่ยโหว นางก็อยากเอ่ยกับมารดา แต่คนมาก หูมาก กําาแพงยังมีหู นางจึงต้องอดทนจนกลับถึงจวนใทีชือ เย่อเหรีนสูดลมหายใจลึก พยายาม ทบทวนคําพูดในใจช้ําแล้วซ้ําเล่า เพราะครั้งหนึ่ง…นางเคยบอกมารดาว่า นาง ชื่นชอบ หลินชื่อจื่อ วันนี้กลับต้องมาบอกว่า นางไม่ต้องการเขาแล้ว มารดา…จะยังยอมช่วยนางหรือไม่
“เย่อเหริน เหม่ออะไรอยู่”
เสียงของฉินเชียงเหอทําให้นางสะดุ้ง
“เจ้าคะ? อ๋อ…ท่านแม่มาแล้ว”
ฉินเสียงเหอขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เป็นอะไร สีหน้าเช่นนี้ มีเรื่องใดก็พูดมาเถิด”
เย่อเหรินยิ้มกลบเกลื่อน
“ลูกมีเรื่องอยากขอท่านแม่เจ้าค่ะ….เรื่องสําคัญมาก”
“สําคัญเพียงใด ถึงรีบร้อนมาถึงขั้นนี้
“สําคัญต่อชีวิตของลูกเจ้าค่ะ”
ฉันเชียงเหอเห็นลูกสาวเคร่งเครียดเช่นนั้น ใจก็เริ่มหนักอึ้ง
“พูดมาเถิด หากแม่ช่วยได้ แม่ย่อมช่วย
เย่อเหรินกวาดตามองรอบห้อง ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“ลูกอยากคุยกับท่านแม่เพียงสองคนได้หรือไม่เจ้าคะ”
ไม่นาน คนรับใช้ทั้งหมดก็ถูกสั่งให้ออกไป เหลือเพียงแม่ลูกสองคน ท่ามกลางความเงียบงัน เย่อเหรินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหลับตาแล้ว กล่าวออกมา
“ท่านแม่…ลูกอยากถอนหมั้นกับจวนจงอี้โหวเจ้าค่ะ”
คําพูดนั้นราวสายฟ้าฟาดกลางห้อง
“ว่าอย่างไรนะ!”
ฉันเชียงเหอหน้าต
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนกําลังพูดอะไรอยู่”
แท้จริงแล้ว นางกับสามีก็คิดจะหาทางยกเลิกการหมั้นหมายอยู่ก่อน
แล้ว แต่การที่ลูกสาวเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเอง….มันย่อมต่างออกไป ครั้งก่อนเขือ
เหรินยังบอกว่าชื่นชอบหลินชื่อจื่อ วันนี้กลับจะถอนหมั้นเสียแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น บอกแม่มาตามตรง
เย่อเหรินหลบสายตา
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ แค่…คิดได้แล้ว ลูกไม่ได้รักเขา เพียงแค่ชื่นชมเท่า
นั้น”
ฉันเชียงเหอสายหน้า
“นิสัยลูกเป็นอย่างไร แม่ย่อมรู้ดี เหตุผลนี้อาจหลอกคนอื่นได้ แต่
หลอกแม่ไม่ได้”
คําพูดนั้นทําให้เย่อเหรินอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สุดท้าย นางก็
จ่าต้องเปิดไพ่
“ลูก…ไม่อยากแต่งเข้าจวนโหวเจ้าค่ะ ลูกอยากแต่งเข้าวัง”
ฉันเชียงเหอชะงัก
“เจ้าไปได้ยินอะไรมา
“ท่านแม่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”
“ไม่มีอะไร”
นางยกถ้วยชาขึ้นจิบกลบความตื่นตระหนก
“แล้วเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น”
เย่อเหรินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายแน่วแน่
“เพราะบุรุษที่ลูกชื่นชอบ….คือ องค์รัชทายาท เจ้าค่ะ”
ความเงียบงันแผ่านไปทั่วห้อง ฉันเชียงเหออึ้งไปชั่วครู่ แท้จริงนาง กับสามีก็หวังให้บุตรสาวแต่งเข้าสู่ราชวงศ์ แต่ไม่เคยกล้าฝันถึงตําแหน่งสูง สุดเช่นนั้น ยิ่งไปกว่านั้น หลานสาวของนาง ฉินอี้เหมี่ยว ก็หมายตาตําแหน่ง ชายาไท่จื่ออยู่เช่นกัน บ้านนั้นมีฐานะสูงกว่า สกุลฉินหนุนหลังเต็มกําลัง เข่อ
เหรินจะไปรู้ได้อย่างไร
“แม่อาจช่วยเจ้าถอนหมั้นได้ และอาจหาทางปูทางสู่ราชวงศ์ให้เจ้า…
แต่ตําาแหน่งชายาไท่จื่อ เลิกคิดเสียเถิด”
คะ”
คําพูดนั้นเหมือนน้ําเย็นราดลงกลางใจ
“เหตุใดหรือเจ้าคะ ท่านแม่คิดว่าลูกไม่คู่ควรหรือ
“ไม่ใช่เช่นนั้น ลูกงามและมีความสามารถ แต่…บ้านเราเป็นรอง
เย่อเหรินยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นแฝงความมั่นใจจนแทบจะหยิ่งยโส “ต่อให้พี่อี๊เหมี่ยวชอบเขา ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบพี่อี๊เหมียวนี่เจ้า
“เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น
นางกล่าวช้า ๆ ทีละค่า
“เพราะ….เขาชอบลูกเจ้าค่ะ”
คําตอบนั้นเหมือนหินก้อนใหญ่ทุ่มลงในผืนน้ําสงบ
“จริงหรือ!”
“เขาบอกลูกด้วยตนเองเจ้าค่ะ”
เย่อเหรินยิ้มหวาน
“แต่ลูกมีคู่หมั้นอยู่ จึงยังตอบรับไม่ได้ หากท่านแม่ช่วยลูกถอนหมั้น
ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเจ้าค่ะ”
ในใจฉันเชียงเหอทั้งตะลึงทั้งยินดี พี่สะใภ้กับหลานสาววางหมากมา นาน สุดท้ายบุรุษที่องค์รัชทายาทเลือก กลับเป็นบุตรสาวของนาง หากเป็น เช่นนั้นจริง…ตําแหน่งเคียงบัลลังก์ก็มิใช่เพียงความฝันอีกต่อไป นาง
พยายามเก็บสีหน้า ก่อนเอ่ยว่า
“เรื่องนี้ แม่จะไปหารือกับพ่อของเจ้า ดูว่ามีทางช่วยได้หรือไม่”
คําตอบคลุมเครือ แต่ก็ทําให้เย่อเหรินโล่งใจ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านแม่ เข่อเหรินยิ้มอย่างผู้คว้าชัย ทั้งที่ศึกยังไม่เริ่มต้น ดวงตาของนางวาว
โรจน์ ทะเยอทะยานราวเปลวไฟ ฉินเชียงเหอมองบุตรสาวด้วยความเอ็นดู
ปนความหวัง
“แม่มิได้หวังสิ่งใดมาก ขอเพียงลูกกับพี่สาวได้แต่งงานดี ๆ ก็พอ
เมื่อได้ยินชื่อ เย่อหรัน สีหน้าเย่อเหรินแข็งไปเพียงชั่วพริบตา แต่ไม่
นานนางก็ยิ้มอีกครั้ง
ท่านแม่วางใจเถิดเจ้าค่ะ พวกเราจะมีอนาคตที่งดงามแน่นอน”
คําพูดนั้นฟังดูอ่อนหวาน ทว่าภายใต้รอยยิ้มงดงามนั้น กลับซ่อน
กระแสน้ําลึกที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น บางคนยิ้มเพื่อซ่อนความเจ็บปวด บางคน ยื้มเพื่อซ่อนคมมีด และเกมนี้…. เพิ่งเริ่มเดินหมากเท่านั้น