หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 116 ไปถวายค้านับที่เรือนชิงเหอ
116 ไปถวายค้านับที่เรือนชิงเหอ
หากจะกล่าวว่า หลิวอี้เหนียง คิดร้ายต่อ ชุน เหนียง ก็ใช่ว่าจะเป็น ไปไม่ได้เลย ในจวนไท่ซือนี้ มีเพียงชุน เหนียงผู้เดียวที่ให้กําเนิดบุตรชายได้ หลิวอี้เหนียงทุ่มเททุกวิถีทางกว่าจะตั้งครรภ์ได้ ทว่าสุดท้ายกลับแทบจะสูญ
เสียลูกในท้อง ความริษยาจึงกัดกินหัวใจราวหนามพิษ นางคิดป้ายความผิด ให้ชุนอี๋เหนียง ก็ใช่ว่าจะเกินความคาดหมาย
เมื่อครุ่นคิดจนทะลุปรุโปร่ง จ้าวเข่อหรันแย้มยิ้มบาง
“ดูท่าหลิว เหนียงจะเลือกชุน เหนียงเป็นเป้าแล้ว”
ฉันเชียงเอ่ยถามอย่างระวัง
“คุณหนู เช่นนั้นพวกเราจะทําอย่างไรดีเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันนิ่งคิด ก่อนลุกขึ้น
“ฉันเชียง ชื่อเชียง ไปเถิด เราจะไปสวนสุยเฟิง ไปเยี่ยมชน
เหนียงเดี๋ยวนี้”
ชุน เหนียงปฏิบัติต่อนางด้วยใจจริง และยังมีเฟิงเอ๋อร์คอยผูก สัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง นางจะปล่อยให้คนบริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายได้อย่างไร ทว่า ชือเสียงกลับทักขึ้นเบา ๆ
“คุณหนู เพิ่งกลับจากวัด ว่านยัน ยังมิได้ไปคารวะยูหยิน หยกไป สวนสุยเฟิงก่อน เกรงว่าจะไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันตบหน้าผากตนเองเบา ๆ
“จริงสิ ข้าลืมเสียสนิท”
ในจวนหลังใหญ่ ทุกย่างก้าวล้วนต้องระวัง หากพลาดแม้แต่น้อย ก็ อาจถูกยกเป็นข้ออ้างให้ก่อคลื่นลมได้
“เช่นนั้นก็ไปเรีอนชิงเหอก่อน
“ฉันเชียง เจ้าล่วงหน้าไปแจ้งซุน เหนียง บอกว่ามื้อกลางวันข้าจะไป สนทนาด้วย หากนางสะดวก”
ทุกอย่างจัดการเรียบร้อย จ้าวเข่อหวั่นจึงมุ่งหน้าไปเรือนชิงเหอ ภาย
ในเรือน ฉันเชียงเหอเอนกายจิบชาอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าฉายแววปลื้มปีติ
แม่นมฉันข้างกายเอ่ยอย่างชื่นชม
“ฮูหยินช่วงนี้ดูเบิกบานนัก คงเพราะเรื่องที่คุณหนูใหญ่ได้รับแต่งตั้ง
เป็นจวิ้น กระมังเจ้าคะ”
ฉันเชียงเหอหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าทายถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น”
แท้จริงแล้ว ความสุขของนางมิได้มาจากเรื่องนั้นเพียงอย่างเดียว บุตรสาวคนโตได้เป็น “เหวินจวิ้นจี่” ขั้นหนึ่ง ฮ่องเต้ยังมีรับสั่งเป็นนัยว่าจะ พระราชทานสมรสในภายหน้า ส่วนบุตรสาวคนรอง…เรื่องคู่หมั้น กับหลินอีหร่านกําาลังสั่นคลอน ชื่อเสียงฝ่ายชายตกต่ําา ชาวเมืองพากันเวทนา เจ้าเชอเหริน หากยกเลิกการหมั้นสําเร็จ วันหนึ่งองค์รัชทายาทย่อมต้องมาสู่
ยอ
ลูกสาวคนหนึ่งเป็นจวิ้นจู่ อีกคนเป็นว่าที่ไท่จื่อเฟย… อนาคตเช่นนี้จะ ไม่ให้หัวใจผู้เป็นมารดาพองโตได้อย่างไร ขณะนั้น สาวใช้เข้ามารายงาน
งาม
“ฮูหยิน คุณหนูใหญ่มาขอเข้าพบเจ้าค่ะ”
ฉินเชียงเหอเพิ่งนึกได้ วันนี้บุตรสาวคนโตกลับจากวัดว่านอัน
“เชิญนางไปยังห้องข้าง เราจะตามไป
ก่อนสาวใช้จะออกไป นางยังสั่งเพิ่ม
“ําาซับห้องครัว เตรียมสํารับให้ดี วันนี้คุณหนูใหญ่จะร่วมโต๊ะ
ไม่นานนัก จ้าวเข่อหรันก็ก้าวเข้าสู่ห้องรับรอง นางค้อมกายอย่างงด
“บุตรเพิ่งกลับจากวัดว่านอ้น มาคารวะท่านแม่ ขอให้ท่านแม่สุขสงบ ฉินเชียงเรือมองบุตรสาวอย่างพอใจ
“นั่งเถิด”
นํ้าเสียงอบอุ่น ทว่าความอบอุ่นนั้นบางเบาราวหมอกยามรุ่งสาง นาง เอ่ยถามถึงการพานักที่วัดว่านอ้น ตําหนิอ้อม ๆ ว่าไม่ควรค้างคืนหลายวัน โดยเฉพาะยามนี้ที่ฐานะเปลี่ยนไปแล้ว ต้องระวังคําครหา จ้าวเข่อหรันยิ้ม ละมุน รับค้าอย่างคลุมเครือ ในใจกลับขมปร่า เมื่อก่อน นางค้างคืนกี่วันก็ไม่ มีผู้ใดใยดี วันนี้เพียงเพราะเป็นจวิ้นจี่ ความห่วงใยจึงปรากฏ นางเอ่ยอย่าง
สุภาพ
สุด
“ขอบคุณท่านแม่ที่เป็นห่วง”
ดวงตาเย็นเยียบดุจหยดน้ําแข็งใต้รอยยิ้ม ฉันเชียงเหอเอ่ยขึ้นในที่
“ใกล้มื้อกลางวันแล้ว วันนี้อยู่ทานกับแม่เถิด”
น้ําเสียงคล้ายเมตตา หากแฝงคําสั่งมีอาจปฏิเสธ จ้าวเข่อหร้นวาง
ถ้วยชาเบา ๆ
เจ้าคะ”
“บุตรนัดชุน เหนียงไว้แล้ว เกรงจะเสียมารยาท
สีหน้าฉันเชียงเหอพลันเคร่งขรึม
“เลื่อนเสีย”
นํ้าเสียงสั้น แข็ง เย็น
ท่านแม่”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยช้า ๆ
“คนเราควรรักษาคําาพูด มิใช่หรือเจ้าคะ”
ฉันเชียงเหอ กสีหน้า
“เจ้าจะเลือกคนนอก มากกว่ามารดาตนเองหรือ”
คําว่า “คนนอก” เสียดแทงเหมือนมีดคม จ้าวเข่อหรันยกยิ้มบาง
“ทุกคนล้วนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ไฉนต้องแบ่งในแบ่งนอกด้วยล่ะ
ความนิ่งสงบของนางยิ่งทําให้ไฟโทสะของอีกฝ่ายลุกโชน
“ข้าสั่งให้เจ้าอยู่!”
“ข้าตอบไปแล้ว”
เสียงนางไม่ด้ง ไม่กระแทก แต่หนักแน่นดุจศิลา ฉินเชียงเหอหัวเราะ
อย่างเย็นชา
“ดี…ดีเหลือเกิน นี่หรือบุตรสาวของข้า เห็นคนอื่นสําคัญกว่ามารดา”
จ้าวเข่อหรันเงยหน้าขึ้น ดวงตาสงบลิก
“ท่านแม่…ข้าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ข้าก็มีหัวใจ มีความต้องการจะ
ได้รับความรัก”
คําพูดแต่ละค้าเหมือนหยาดเลือดหยดลงบนพื้นหิน
“ข้ารู้ดีว่าท่านรักน้องสาวยิ่งกว่า นางงดงาม เก่งกาจ เป็นที่ชื่นชม ข้า เข้าใจทุกอย่าง… แต่ในวันที่ท่านอุ้มชมนาง ท่านเคยหันมามองข้าบ้างหรือไม่ ข้าไม่ต้องการมาก เพียงรอยยิ้มหนึ่งคําชื่นชมหนึ่งคํา ข้าก็พอใจแล้ว ทว่าข้า เติบโตมาโดยรู้ดีว่า ข้าไม่มีวันได้รับสิ่งนั้น”
เสียงยังเรียบ แต่สะท้อนความเจ็บปวดที่สั่งสมยาวนาน “วันนี้ท่านเมตตา ก็เพราะข้ามีฐานะที่ทําให้ท่านภูมิใจใช่หรือไม่ หาก ย้ายังเป็นเด็กหญิงเงียบงันไร้แสงในสายตาผู้คน ท่านจะคิดถึงข้าเช่นนี้
หรือ”
คําถามนั้นเฉือนลิกยิ่งกว่าดาบ ห้องทั้งห้องเงียบงัน ฉันเชียงเหอสี
หน้าขุ่นมัว
“ดังนั้น….เจ้ากําลังสําหนีช้าหรือ
น้ําเสียงเย็นจัด ราวน้ําแข็งแรกฤดูหนาว จ้าวเข่อหรันหลุบตาลง
“ข้าเพียงพูดความจริงเจ้าค่ะ”
ลมในห้องเหมือนหยุดพัด ความสัมพันธ์แม่ลูกที่แตกร้าวมานาน วัน นี้ถูกฉีกเปิดจนเห็นเลือดเนื้อข้างใน และบาดแผลนั้น….มิใช่เพียงผู้หนึ่งผู้ใด
เจ็บปวด แต่เจ็บทั้งสองฝ่ายอย่างเงียบงันที่สุด