หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 118 เดือนชุนอี๋เหนียง
118 เดือนชุนอี๋เหนียง
ครั้นก้าวพ้นประตูเรือนชิงเหอ ใจของจ้าวเข่อหวั่นกลับมิได้ปลอด โปร่งแม้แต่น้อย แท้จริงแล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นวันนี้ นางไม่จําเป็นต้อง แตกหักกับมารดาถึงเพียงนั้น หากเพียงอ่อนข้อ เอ่ยวาจาประจบให้ถูกหู เรื่องราวคงไม่บานปลายจนบาดลึกเช่นนี้
แต่บางที…นางอาจเหนื่อยแล้วจริง ๆ ตั้งแต่ได้ชีวิตใหม่ นางพยายาม ลืมเลือนความโหดร้ายในอดีตชาติ พยายามโน้มน้าวตนเองว่า บิดามารดายัง มีเยื่อใยอยู่บ้าง ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป นางจึงตระหนักชัด นิสัยคนมิใช่สิ่ง ที่เปลี่ยนได้ง่าย คนที่พวกเขารัก คือบุตรที่นําเกียรติยศมาให้ ส่วนบุตรที่ไร้ ประโยชน์…ก็เป็นได้เพียงหมากตัวหนึ่งในกระดาน
เช่นครั้งถอนหมั้นที่ผ่านมา เพื่อปกป้องจ้าวเย่อเหริน พวกเขายอม สละนางโดยไม่แม้แต่ลังเล หากวันนี้นางมิได้เป็น เหวินจวิ้นจี่ เกรงว่าทั้งชีวิต คงไม่มีวันถูกเหลียวแล มุมปากจ้าวเข่อหวั่นยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน บาง เบาแต่คมกริบ อเชียงที่เดินตามหลังเห็นสีหน้านั้น ใจก็หดเกร็ง
“คุณหนู…ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”
จ้าวเข่อหรันหันกลับมายิ้มอ่อน
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าเตรียมใจไว้นานแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าวันนี้จะมา
ถึงเร็วเช่นนี้”
คําพูดนางสงบ แต่ความเหนื่อยล้ากลับซ่อนลึกในแววตา รอยร้าว ระหว่างแม่ลูกมีอยู่แต่แรก เพียงแต่ต่างฝ่ายต่างปิดบัง วันนี้….นางถูกต้อน
จนสุดทาง
เราอยู่”
มารดา!”
“ไปเถิต เสียเวลาอยู่ที่เรือนชิงเห่อมามากพอแล้ว ชุน เหนียงคงรอ
ภายในเรือนชิงเหอ ฉันเชียงเหอเดือดดาลดุจไฟสุมอก มือสั่นเทา “นี่หรือบุตรสาวของข้า! โตขึ้น พอได้เป็น จวิ้นจู่ แล้ว กล้ากดขี่
แม่นมฉันทอดถอนใจ
“ฮูหยิน บางทีท่านอาจเร่งรัดเกินไป…”
“ข้าเร่งรัดอะไร!”
ฉันเชียงเหอกัดฟัน
นางเป็นลูกข้า ข้าไม่ให้นางไปสนิทกับซุน เหนียง ข้าผิดตรงไหน!”
แม่นมฉินมองนายหญิงด้วยสายตาหนักอึ้ง
“ฮูหยิน….ท่านเคยถามตนเองหรือไม่ ว่าเหตุใดวันนี้คุณหนูใหญ่จึง
กล้าฉีกหน้าท่านเช่นนี้?”
คําถามนั้นดุจเข็มทิ่ม แต่ฉันเชียงเหอกลับปฏิเสธเสียงแข็ง “ก็เพราะชุน เหนียงยุยงไงล่ะ! เห็นนางได้เป็น จวิ้นจู่ จึงคิดถึงไป
เป็นพวก!”
แม่นมฉินส่ายหน้า
“มิใช่เพราะผู้อื่น แต่เพราะท่านละเลยนางมานาน พอวันนี้นางมี อ้านาจ ท่านจึงค่อยคิดเรียกหา ความจริงใจมิใช่สิ่งที่เรียกร้องเอาได้”
“ข้าไม่จริงใจหรือ!”
ฉันเชียงเหอโกรธจนหน้าแดง
“ข้าชวนกินข้าวด้วยกัน นางกลับเลือกไปกินกับอนุ ข้าเลี้ยงดูมาเช่น
ไร ถึงได้เลี้ยงหมาป่าขาวตาเช่นนี้!”
วาจานั้นแรงจัด แม้มีหยาบโลน แต่เชือดเฉือนลีก ท้ายที่สุด นาง
ประกาศกร้าว
“นับแต่นี้ ข้าจะไม่ยุ่งเรื่องนางอีก! ข้ามีเชื่อเหรินคนเดียวก็พอ!” แม่นมฉินได้แต่ทอดถอนใจยาว นางรู้ดี คําพูดวันนี้คือการตัดสายใย
โดยสมบูรณ์
อีกด้านหนึ่ง จ้าวเข่อหรันมาถึงสวนสุยเฟิง สีหน้าสดใสราวไม่เคยมี พายุผ่าน ชุนอี๋เหนียงจัดเตรียมอาหารกลางวันไว้เรียบร้อย และยังมี จ้าวเข่อเฟิงนั่งรออยู่ด้วย
“พี่ใหญ่…”
เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเข็น
“โอ้ เฟิงเอ๋อร์คิดถึงข้าถึงเพียงนี้หรือ
นางหยอกเบา ๆ เสียงหัวเราะของทั้งสามคนอ่อนโยน ราวครอบครัว แท้จริง ความอบอุ่นนี้…ทําให้ใจที่แตกสลายเมื่อครู่ได้รับการประคอง หลัง อาหาร จ้าวเย่อเฟิงกลับ นักศึกษา เหลือเพียงสองสตรีเดินเล่นในสวน ลม เย็นพัดผ่านศาลาเล็ก ชุน เหนียงยิ้มบาง
“คุณหนูใหญ่ วันนี้ท่านมีเรื่องจะบอกข้าใช่หรือไม่”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“ท่านยังจําได้หรือไม่ ครั้งก่อนที่ข้าพาคนมาตรวจชีพจรท่าน และเอ่ย
ถึงครรภ์ของหลิว เหนียง”
สีหน้าชุนอี๋เหนียงเคร่งขึ้น
“หรือท่านสืบได้แล้ว?”
จ้าวเข่อหรั่มลดเสียงต่ําา
“ครรภ์นั้นเกิดจากยาต้องห้าม ยานี้ทําให้สตรีตั้งครรภ์ได้แม้ร่างกาย
บกพร่อง แต่แลกด้วยการไร้บุตรตลอดชีวิต”
ชุน เหนียงนิ่งอิ้ง
“เพียงเท่านี้…ก็ยังพอเข้าใจได้มิใช่หรือ”
“ยังไม่หมด”
เสียงจ้าวเข่อหรันเอยเย็นเฉียบ
“ยานี้ต้องให้ชายหญิงกินพร้อมกัน ผู้ชายก็จะสูญเสียความสามารถใน
การให้กําาเนิดเช่นกัน”
“อะไรนะ!”
ชุนอี๋เหนียงหน้าชีต
“ท่านหมายความว่า…นายท่านก็…”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า ความตกตะลึงแล่นวาบในดวงตาอีกฝ่าย
“หลิว เหนียงกล้าเช่นนี้ นางไม่กลัวตายหรือ”
“คนจนตรอกย่อมเสี่ยง”
จ้าวเย่อหรันตอบเรียบ
“แต่น่าเสียดาย เด็กในครรภ์นั้นไม่มีวันอยู่จนครบกําหนด”
“หมายความว่า…”
“แท้งแน่นอน”
เย่อหวั่นกล่าวชัดถ้อยชัดคําา
“และเมื่อถึงวันนั้น นางจะไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ”
ชุน เหนียงขมวดคิ้ว
“ช่วงนี้นางยังเชิญข้าหลายครั้ง ดูแข็งแรงดี…”
จ้าวเข่อหรันถอนใจเบา ๆ
มิใช่แข็งแรง แต่ กําลังเร่งวางกับดัก นางต้องการแพะรับบาป และ
ในเรือนนี้ มีเพียงท่านที่เหมาะที่สุด”
“ข้า?”
ชุน เหนียงใจหาย
“ท่านมีบุตรชาย มีพื้นเพ กว่า นางย่อมอิจฉา เพียงกล่าวหาว่าท่าน กลัวเฟิงเอ๋อร์เสียผลประโยชน์ จึงคิดทําร้ายครรภ์นาง…ท่านก็จะล้างผิดมิได้”
คําพูดนั้นราวคมดาบบาง กรีดผ่านความไร้เดียงสา ซุ่นอี้เหนียงตัว เย็นวาบ เพิ่งตระหนักว่าตนกําลังถูกหมายหัวมาตลอด ความเมตตาที่เคยมี ให้หลิว เหนียง กลับกลายเป็นเรื่องน่าขัน ลมพัดผ่านศาลา เสียงใบไม้ไหว แผ่วเบา แต่ในใจของสองสตรี กลับปั่นป่วนดุจคลื่นใต้น้ํา เกมในเรือนหลัง…มิใช่เรื่องเล็ก และเมื่อเลือดเริ่มไหล ผู้ที่ไม่ทันระวัง ย่อมเป็นฝ่ายถูกเชือดก่อนเสมอ.