หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 122 ถอนหมั้นสําเร็จ
122 ถอนหมั้นสําเร็จ
หลินหีหร่านเฝ้ารอคอยด้วยความหวังอันริบหรี่ หวังเพียงว่ากระแส คําครหาที่โหมกระหน่ําอยู่ในเมืองหลวงจะค่อย ๆ ชาลงไปตามกาลเวลา เขา ปลอบใจตนเองว่าเรื่องทุกอย่างย่อมมีวันเลือนหาย ผู้คนย่อมลืมเลือนข่าว
ฉาวได้ในที่สุด
ทว่า ฟ้าดินกลับไม่เข้าข้างเขาเลยแม้แต่น้อย วันแล้ววันเล่า ข่าวลือมี
ได้จางหาย กลับยิ่งปะทุรุนแรง ราวกับมีผู้คอยสุมฟันใส่กองไฟไม่หยุด เปลว เพลิงแห่งถ้อยคําเสียดแทงลามไปทั่วตรอกซอกซอยของเมืองหลวง จาก
เรือนคหบดีไปจนถึงหอสุรา แม้แต่ในงานเลี้ยงของบรรดาขุนนางก็ยังมีคน กระชิบกระชาบถึงเรื่องนั้น
หลิน หร่านร้อนใจ งม ใ กระทะเหล็ก แต่กลับไร้หนทางแก้ไข เขา รู้ดี หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจ้าวเย่อเหริน คงพังทลายอย่างไม่อาจกอบกู้
ทว่า สําหรับอีกฝ่ายหนึ่ง จ้าวเย่อเหริน กลับเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจอย่าง ยิ่ง นางเป็นผู้วางหมากนี้ด้วยมือตนเอง จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียว ถอน หมั้น ยิ่งข่าวลือโหมแรงเท่าใด นางยิ่งยิ้มได้กว้างขึ้นเท่านั้น เพราะมันหมาย ความว่านางเข้าใกล้เสรีภาพไปอีกก้าว อีกทั้งเสียงเล่าลือยังเอนเอียงไปทาง
เดียว ผู้คนต่างเห็นใจนาง ว่านางคือหญิงสาวผู้ถูกทําร้าย ถูกหยามศักดิ์ศรี
ต่อหน้าธารก้านัล
นางจิงกลายเป็น “ผู้ถูกกระทํา” ที่งดงามในสายตาคนทั้งเมือง
เช้าวันหนึ่ง ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดอ่อนละมุนพาดผ่านต้นหลิวใน สวนเชี่ยอวี่หยวน ลมบางเบาพัดกลิ่นบุปผาโชยมาจาง ๆ จ้าวเข่อเหรินเดิน ทอดน่องอยู่ในสวน ใบหน้ายิ้มละไม ความสุขฉายชัดอยู่ในดวงตา เสียนถั่ว สาวใช้คนสนิท เห็นนายหญิงอารมณ์ดีเช่นนี้ ก็อดหยอกไม่ได้
“คุณหนู ช่วงนี้ท่านดูสดใสเป็นพิเศษจริง ๆ นะเจ้าคะ เห็นทีจะเป็นคํา ว่า ‘คนมีเรื่องน่ายินดี จิตใจก็ผ่องใส’ กระมัง
จ้าวเย่อเหรินเหลือบตามองนาง แสร้งทําเสียงดุเบา ๆ แต่แววตา
กลับไม่ซ่อนความพอใจ
“เจ้านี่ก็ช่างพูดนัก ระวังปากหน่อยเถอะ”
เสียนลั่วหัวเราะคิกคัก
“คุณหนูอารมณ์ดีเป็นเรื่องที่มิใช่หรือเจ้าคะ แปลว่าความปรารถนา
ใกล้จะเป็นจริงแล้ว”
รอยยิ้มของจ้าวเข่อเหรินยิ่งลึกขึ้น แม้ปากไม่เอ่ย แต่สีหน้ากลับเผย
ความปีติอย่างปิดไม่มิด เสียนอวินอีกคนรีบเสริม
“ตอนนี้ข่าวลือสะเทือนทั้งเมือง เพียงรอเวลาเท่านั้น งานหมั้นย่อม ต้องยกเลิก ถึงตอนนั้นคุณหนูก็จะได้อยู่เคียงข้างองค์รัชทายาทอย่างเปิด เผยเสียที”
คําว่า “องค์รัชทายาท” ทําให้แก้มของจ้าวเย่อเหรินระเรื่อ นางก้มหน้า ลงเล็กน้อย แสร้งอาย
“ทุกอย่างกําลังเป็นไปตามที่คาดไว้”
เสียนลั่วกล่าวอย่างภูมิใจ
“ต้องยกความดีให้นายท่านกับฮุนยืนด้วยนะเจ้าคะ หากมิใช่เพราะ ท่านทั้งสองช่วยหนุนหลัง เรื่องคงไม่ราบรื่นเพียงนี้”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้า
“หากข้าอยู่ลําพัง ย่อมทําไม่ได้ถึงเพียงนี้”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ลึกในดวงตานางกลับมีประกายแห่งความ ทะเยอทะยานแฝงอยู่ ทว่าความสุขของนางมิได้ไร้เงา
“แต่ตราบใดที่ยังมิได้ถอนหมั้นอย่างเป็นทางการ ข้าก็ยังไม่สบายใจ
นางขมวดคิ้วบาง ๆ
“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงสองตระกูลใหญ่ มิใช่เพียงเรื่องของเราสองคน”
เสียนลั่วปลอบ
“คุณหนูอย่ากังวลนัก เหตุการณ์ที่หอวิ่งเยวี่ยครั้งนั้น ใคร ๆ ก็เห็น กับตา ชื่อจื่อหลิน หร่านกล้าทําร้ายท่านต่อหน้าผู้คน เพียงเพราะหญิง คณิกาคนหนึ่ง เขามิได้ตบหน้าท่านคนเดียว หากแต่ตบหน้าจวนเจิ้นเป่ยโหว ทั้งจวน!”
คําพูดนั้นเฉียบคมราวคมมีด
“จริงด้วย…” จ้าวเข่อเหรินแววตาแข็งขึ้น
“เขามิได้หยามข้าเท่านั้น หากแต่หยามเกียรติของตระกูลเรา”
ขณะทั้งสามสนทนาอยู่ สาวใช้ชั้นล่างนามผิงเอ๋อร์ก็เดินเข้ามา ค้อม
กายทําความเคารพ
“คุณหนูรอง ฮูหยินเชิญไปพบที่เรือนชิงเหอ บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา
เจ้าค่ะ”
เย็น
จ้าวเย่อเหรินเลิกคิ้ว “เรื่องอะไร?”
“บ่าวมิทราบเจ้าค่ะ”
เมื่อสังเกตว่าผิงเอ๋อร์เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมเงย นางจึงกล่าวเสียง
“เงยหน้าขั้นมาพูด”
ผิงเอ๋อร์ลังเลครู่หนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นยาวที่
หน้าผาก ทําให้ใบหน้าที่เคยสะอาดสะอ้านดูบิดเบี้ยว จ้าวเย่อเหรินเหลือบ มองเพียงครู่ สีหน้าวูบหนึ่ง ก่อนโบกมือไล่
“ไปเถอะ ข้าจะไปเอง”
นางไม่เห็นแววความชิงชังที่พาดผ่านดวงตาของผิงเอ๋อ ในชั่วพริบ
ตานั้น เมื่อเดินมาถึงเรือนชิงเหอ จ้าวเย่อเหรินพบมารดา ฉินเซียงเหอ นั่ง รออยู่ สีหน้าท่านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางถอนหายใจเบา ๆ ความกังวลคลาย ลงในทันที หลังสั่งให้บ่าวไพร่ทั้งหมดออกไป ฉันเชียงเหอกล่าวอย่างมีเลศ
นัย
แล้ว”
“คะเนดูสิ เรื่องอะไรที่ทําให้แม่ยิ้มได้เช่นนี้?”
จ้าวเข่อเหรินครุ่นคิดชั่วครู่ พลันดวงตาเป็นประกาย
“หรือว่า…เรื่องงานหมั้น?”
ฉินเชียงเหอยิ้มกว้าง ลูบศีรษะบุตรสาวเบา ๆ
“เมื่อวานบิดาเจ้าไปพบปู่เจ้าแล้ว เรื่องถอนหมั้น….ปู่ของเจ้าตกลง
ราวฟ้าผ่าในวันที่แดดส่อง แต่มิใช่ฟ้าผ่าที่น่าหวาดหวั่น หากเป็น
เสียงสายฟ้าแห่งความปีติ
“จริงหรือเจ้าคะ!?” นางแทบลุกขึ้นยืน
“จริง วันนี้บิดาเจ้าไปจวนจงอี้โหวเพื่อเจรจาเรื่องนี้แล้ว”
จ้าวเข่อเหรินรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวลหลายวัน
พลันสลาย ฉินเชียงเทอมองบุตรสาวด้วยสายตาเอ็นดู แต่ก็ไม่ลืมเตือน “เมื่อเป็นอิสระแล้ว เจ้าก็ควรรีบคว้าโอกาส เรื่ององค์รัชทายาทนั้น…
อย่าปล่อยให้ชักช้า
ๆ
จ้าวเย่อเหรินหน้าแดง ก้มหน้ารับค่าเบา ๆ ไม่นานนัก ข่าวการถอน หมั้นก็แพร่สะพัดออกไป หลินซีหร่านพยายามคัดค้าน แต่ความผิดอยู่ที่เขา เต็มประตู ผู้เป็นบิดาจึงไม่ฟังเสียงใด ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด ความสัมพันธ์ ที่เคยถูกผูกไว้ด้วยผลประโยชน์และศักดิ์ศรี บัดนี้ถูกตัดขาดด้วยคมมีดแห่ง ข่าวฉาว บางคนถอนหายใจ บางคนสะใจ บางคนเย้ยหยัน
ส่วนจ้าวเย่อเหริน นางยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวแห่งคําครหา แต่หัว ใจกลับร้อนแรงด้วยความทะเยอทะยาน เกมนี้…นางเป็นฝ่ายชนะ ทว่าบน กระดานหมากแห่งอํานาจ ผู้ที่หัวเราะคนสุดท้าย….ต่างหากเล่าที่จะเป็นผู้
ชนะตัวจริง