หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 121 จงอี้โหวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
121 จงอี้โหวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“หึ ๆ อย่างนั้นหรือ?”
ทันทีที่ได้ฟังคําพูดของซีอ ชวี่ จ้าวเข่อหรันก็หัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มที่ ผุดขึ้นบนริมฝีปากงดงามนั้นเจือแววร้ายกาจนิด ๆ คล้ายแมวตัวน้อยที่เพิ่ง
คิดแผนกลั่นแกล้งใครสักคนได้
เรื่องการแต่งงานของจ้าวเย่อเหรินตอนนี้คือ
กันทั้งเมืองหลวง เสียงชุบชิบกระเพื่อมเป็นคลื่น ไม่มีทางแล้วที่จะยังคงเดิน
หน้าตามสัญญาหมั้นหมายเดิมได้อย่างราบรื่น
ในใจจ้าวเข่อหรันนึกภาพอนาคตอย่างสนุกสนาน ตอนนี้จ้าวเข่อเห รีนทั้งหัวใจทุ่มให้รัชทายาท ฝันจะขึ้นเป็นชายารัชทายาทให้ได้ แต่ถ้าวันหนึ่ง นางรู้ว่า….บัลลังก์นั้นมีเจ้าของแล้ว และไม่ใช่นาง สีหน้าของจ้าวเข่อเหรินคง “ งดงาม” จนผู้คนมีอาจละสายตา เพียงคิดก็อดยิ้มเย็นไม่ได้ ฮือ ชวี่เห็นรอย ยิ้มประหลาดนั้นก็อดแปลกใจไม่ได้ แทนที่จะรู้สึกไม่สบายใจ เขากลับรู้สึกว่า นางน่ารักอย่างประหลาด
“เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่? เล่าให้ข้าฟังบ้างไม่ได้หรือ?”
นํ้าเสียงเขาแฝงความงอนเล็ก ๆ จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
ๆ
“ก็แค่คิดถึงจ้าวเย่อเหรินน่ะสิ ท่านก็รู้ ข่าวเรื่องนางกับรัชทายาท ตอนนี้ดังไปทั่ว หากถอนหมั้นสําเร็จ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เป็นชายารัช ทายาท…ท่านว่า นางจะรับไหวหรือไม่?”
ฮือกูชวี่ส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ย้าเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟัง ก็เพื่อให้เจ้าทําใจเรื่องของเรา ไม่ใช่ให้เจ้าวาง
หมากไกลถึงเพียงนั้น
“ท่านไม่เข้าใจ”
นางยิ้มหวาน พลางคล้องแขนโอบคอเขาแน่น ใบศีรษะถอกเขา เบา ๆ อย่างแมวน้อยออดอ้อน
“ที่ข้ามีเวลาคิดเรื่องของคนอื่น ก็เพราะข้ามั่นใจในท่านต่างหาก เชื่อ ว่าท่านจะสร้างอนาคตของเราได้แน่นอน”
เอ็นดู
หัวใจชายหนุ่มแข็งดั่งเหล็กยังอ่อนยวบเป็นน้ํา เขาลูบศีรษะนางอย่าง
“ยังจะบอกว่าไม่ใช่แมวอีกหรือ ดูสภาพเจ้า
จ้าวเข่อหรันหัวเราะพลางซุกหน้าแนบอกเขา
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะเป็นแมวของท่านคนเดียว”
คําพูดนั้นหวานล้ําา ราวหยดน้ําผึ้งหยดลงกลางหัวใจ ค่ําคืนเงียบสงบ เต็มไปด้วยความสุขที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย แต่ในอีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง ความสงบนั้นไม่มีอยู่จริง ข่าวลือเรื่องหลินซีหร่านกับจ้าวเข่อเหรินลุกลามยิ่ง กว่าไฟป่า คราวนี้หนักหนากว่าครั้งก่อนเสียอีก จนแม้แต่จวนจงอี้โหวก็สั่น
คลอน
ในห้องโถงใหญ่ของจวน ท่านโหวหลินจื้อ ยืนหน้าดําทะมึน เบื้อง หน้าคือบุตรชาย หลิน หร่าน คุกเข่าเงียบงัน ข้าง ๆ คือหลินโจวชื่อ สีหน้า
กังวลแต่ไม่กล้าเอ่ยค้า
“เพียะ!”
เสียงตบดังสนั่น ฝ่ามือหนักหน่วงฟาดลงบนใบหน้าบุตรชายจนร่าง เชเกือบล้ม หลิน หร่านกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยแม้เสียงครวญ ท่าน โหวหลินจื้อยกมือขึ้นอีกครั้ง
“ท่านโหว หยุดเถิด!
หลินโจว อรีบเข้าขวาง
“ไม่ แล้วมันจะสํานึกหรือ?”
เสียงท่านโหวหลินจื้อดังก้อง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าลูกชายเจ้าทําเรื่องดีงามเพียงใด!
หลินซีหร่านเงยหน้าขึ้น
“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เรื่องมันบานปลายเอง ข้าไม่ได้คิดทําร้าย กับเย่อเหรินนะขอรับ”
“ไม่ได้ตั้งใจ?”
ท่านโหวหลินจื้อหัวเราะเย็น
“แค่ไม่ได้ตั้งใจยังทําเรื่องเละเทะถึงเพียงนี้ หากตั้งใจ เจ้าไม่เผาจวน
ให้วอดหรือไร!”
หลินโจวชื่อรีบอธิบายแทน
“เด็กยังหนุ่ม ยังคิดไม่รอบคอบ เขาไม่ใช่คนเลวเจ้าค่ะ เป็นเพียง
ความผิดพลาดโดยไม่เจตนา”
“คําว่าไม่เจตนา ช่วยล้างความอัปยศได้หรือ ?”
ท่านโหวหลินจื้อสะบัดแขน ภายในใจเดือดพล่าน
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่คือศักดิ์ศรีระหว่างจวน
จงอี้โหวกับจวนเจิ้นเป่ยโหว!”
หลิน หร่านใจสะดุ้ง
“ท่านพ่อ หมายความว่าอย่างไร? หรือการหมั้นของข้ากับเย่อเหรินจะ
มีปัญหา?”
“ปัญหา?” เสียงโหวเย็นยะเยือก
“หลังจากเจ้าท้าตัวเป็นวีรบุรุษพิทักษ์ นางโลม ต่อหน้าคนทั้ง
โรงเตี๊ยม คําหนิว่าที่ภรรยา แล้วยังผลักจนบาดเจ็บ เจ้าคึดว่าฝ่ายนั้นยังจะ
ยิ้มหวานส่งลูกสาวมาให้เจ้าหรือ?”
หลิน หร่านหน้าต
“ข้าไม่ยกเลิกการหมั้น ข้าจะไม่ยอม!”
ท่านโหวหลินจื้อมองบุตรชายด้วยแววผิดหวัง
“เจ้ามีสิทธิ์เลือกหรือ? ตอนนี้ต่อให้เจ้ายังอยากแต่ง ฝ่ายนั้นอาจไม่
อยากได้เจ้าแล้ว!”
หลินโจว อกลับเอ่ยเสียงเรียบ
“ยกเลิกก็ยกเลิกเถิด ข้าก็มิได้โปรดจ้าวเย่อเหรินนัก วันนั้นยังเอา
ภาพปลอมมามอบเป็นของขวัญวันเกิด ทําให้ข้าเสียหน้าต่อหน้าฮูหยินทั้ง เมือง หลุดพ้นก็ดี ข้าจะหาสะใภ้ที่ดีกว่านี้ให้ลูกเอง”
คําพูดนั้นราว มันสาดใส่กองไฟ
“ข้าไม่ยอม!”
หลิน หร่านเสียงแข็ง
“ข้ารักเย่อเหริน ข้าจะไม่ถอนหมั้นกับนาง!”
หลินโจว อถอนหายใจ
“เด็กโง่เอ๋ย นางดีตรงไหน? ปากหวานเหมือนนํ้าผึ้ง แต่ข้างในกลวง
โบ๋ แม่จะหาคนที่ดีกว่านางสิบเท่าให้เจ้า”
ท่านโหวหลินจื้อคาราม “พอได้แล้ว!”
เขามองภรรยากับบุตรชายด้วยสายตาเย็นชา
“พวกเจ้ายังคิดว่ามีสิทธิ์ต่อรองในเรื่องนี้หรือ? การหมั้นนี้คือสัญญา ที่บิดาข้าหาไว้ เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล ไม่ใช่ของเล่นให้เด็กหนุ่ม
เอาอารมณ์มาปั่น!”
ห้องโถงเงียบกริบ
“หากฝ่ายนั้นถอนหมั้น ความผิดย่อมตกที่ลูกเรา เมืองหลวงจะพูด อย่างไร? บุรุษที่เห็นนางโลมสําคัญกว่าคู่หมั้น ใครจะกล้ายกลูกสาวให้?”
คําพูดนั้นแทงใจดําา หลินโจวชื่อหน้าซีดลงทันที นางเพิ่งตระหนักถึง ผลลัพธ์ที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน หลินชีหร่านหัวใจห้อยวูบ
“ท่านพ่อ…แล้วเราจะทําอย่างไร?”
ท่านโหวหลินจื้อถอนหายใจหนัก
“ตอนนี้ เราทําได้เพียงรอ หากฝ่ายนั้นไม่เอาเรื่อง การหมั้นอาจยัง
อยู่ แต่หากเขาต้องการถอน…เราก็ไร้สิทธิ์คัดค้าน”
คําตอบนั้นคล้ายมีดบางเฉือนกลางอก ท่านโหวหลินจื้อปรายตามอง
ภรรยาอย่างรู้ทัน
“อย่าคิดเพ้อฝันว่าถอนหมั้นแล้วจะได้สะใภ้ดี ๆ หากข่าวนี้ติดตัวลูก
เรา ต่อให้ทองคําก็ชี้อชื่อเสียงคืนไม่ได้
คําพูดเชือดเฉือนแต่จริงแท้ สุดท้าย เขาสะบัดชายแขนเสื้อ เดินจาก ไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบหนักอึ้งในห้องโถง หลินซีหร่านยังคงคุกเข่า หัวใจ ปั่นป่วน รักก็รัก เสียใจก็เสียใจ แต่ความจริงกลับโหดร้ายยิ่งกว่าดาบ
ส่วนหลินโจวชื่อ ยืนนิ่งงัน ความหวังที่จะหลุดพ้นจากสะใภ้ที่ไม่ชอบ กลับ กลายเป็นความหวาดหวั่นว่าบุตรชายอาจไร้อนาคต
ค่าคืนนั้น หนึ่งฝ่ายเปี่ยมสุข อีกฝ่ายจมอยู่ในพายุ และละครฉาก ใหญ่…เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น