หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 126 หลิวอี้เหนียงเกิดเหตุ
126 หลิวอี้เหนียงเกิดเหตุ
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงศาลาริมสระ ทันทีที่ก้าวเข้าไป จ้าวเข่อหรัน ก็เห็นว่าภายในศาลามีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว นางเงยหน้ามองเพียงแวบเดียวก็ ได้แต่ยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ ช่างเป็นศัตรูที่ฟ้าลิขิตให้มาพบพานกัน
เสียจริง!
วันนี้มันวันอะไรกันแน่ เหตุใดไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ล้วนพบแต่ผู้ที่ ไม่อยากพบหน้า เพิ่งหลบหลีกหลิวอี้เหนียงไม่พ้น ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับ จ้าวอิงที่เพิ่งปะทะคารมกันเมื่อวาน ความรู้สึกกระอักกระอ่วนแผ่ซ่านอยู่ใน
อก จ้าวเข่อหรันยังจําสายตาก่อนจากกันของอีกฝ่ายได้ชัดเจน สายตาที่แฝง ไว้ด้วยความอาฆาต ราวกับกําลังคิดวางแผนบางอย่าง
ไม้ผลิ
หลิวอี้เหนียงเป็นฝ่ายเอ่ยก่อน น้ําเสียงอ่อนหวานประหนึ่งลมฤดูใบ
“คุณหนูสามก็อยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ ดูท่าวันนี้จะเป็นวันดีจริง ๆ ทุกคน ต่างออกมาเดินเล่นในสวนกัน”
จ้าวอิงเมื่อคืนถูกจ้าวเข่อหรันปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จึงอัดอั้นคับข้องใจ
ออกมาเดินสงบจิตใจในสวน ครั้นเงยหน้าขึ้นก็พบคนที่ไม่อยากเห็นที่สุด
นางแค่นเสียงเย็น
“อ้าว…นี่มิใช่ท่านเหวินจวิ้นคู่หรือ เหตุใดวันนี้จึงมีอารมณ์ออกมาเดิน
เล่นเล่า? มิใช่ว่าควรเก็บตัวเตรียมงานคัดเลือกพระชายาหรือ? แม้จะได้
ตําแหน่งจวิ้นจู่ แต่ก็ใช่ว่าจะถูกเลือกแน่เสมอไป”
ถ้อยคําประชดประชันนั้นคมราวมีด ทว่าจ้าวเข่อหรันกลับไม่สะทก สะท้าน นางเดินไปนั่งลงอย่างสง่างาม เอ่ยด้วยน้ําเสียงเรียบเฉย
“ขอบใจในความห่วงใยของน้องสาม เรื่องของข้า ข้าย่อมจัดการเอง
ได้ น้องสามเองก็ดูจะมีเรื่องต้องกังวลมากอยู่แล้ว มิใช่หรือ?”
จ้าวอิงหน้าแตงด้วยโทสะ
“พี่ใหญ่ช่างวาจาเฉียบคมยิ่งนัก ก็ไม่รู้ว่าในงานคัดเลือก ท่านจะยัง
พูดจาฉะฉานเช่นนี้ได้หรือไม่”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ถึงข้าจะพูด ออกแม้คําเดียว อย่างน้อยก็ยังมีสิทธิ์เข้าร่วม มิใช่ เหมือนบางคนที่แม้แต่โอกาสยังไม่มี
คําพูดนั้นแทงใจดําเข้าเต็มเปา จ้าวถึงกําหมัดแน่น
“ใช่ ข้าไม่มีสิทธิ์ แต่ท่านจะได้เลือกหรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องไม่แน่นอน”
“ต่อให้ไม่ได้ ก็หาใช่เรื่องใหญ่อันใด ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการ แล้ว ว่าการสมรสของข้าต้องผ่านพระองค์ เพียงรอเวลาเท่านั้น”
ทุกค้าของจ้าวเข่อหรันราวกับโปรยเกลือลงบนบาดแผลในใจจ้าวอิง
เหตุใดทั้งที่เป็นบุตรของบิดาเดียวกัน ชะตาชีวิตกลับต่างกันราวฟ้ากับดิน คนหนึ่งเกิดมาพร้อมคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่กําหนดให้ ครั้นถูกยกเลิกก็ยังได้ เป็นจวิ้นจู่ ยังได้รับพระราชทานสมรสจากเบื้องบน ส่วนตนนั้น ต้องดิ้นรน เพื่ออนาคตทีละก้าว
ในศาลาเกิดความเงียบอึดอัด สามสตรีนั่งล้อมโต๊ะหินแต่ไร้ค้า สนทนา บรรยากาศหนาวเย็นราวลมเหมันต์ ท้ายที่สุด จ้าวเข่อหรันลุกขึ้น “ข้ามีธุระ ขอตัวก่อน”
หลิว เหนียงรีบลุกตามอย่างเคารพ
“ท่านจวิ้นจู่เชิญเถิดเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“หลิวอี้เหนียงมีครรภ์ อย่าได้ลุกยืนมาก
ทว่าในวินาทีนั้นเอง จ้าวเข่อหรันรู้สึกถึงแรงสะดุดจากด้านหลัง ร่าง
ทั้งร่างพุ่งไปข้างหน้า
เสียงร้อง “อ๊าย!” ดังลั่น ร่างของนางชนเข้ากับหลิว เหนียงที่กําลังจะ นั่งลง หญิงมีครรภ์เสียหลักหงายหลัง มือกุมท้องทันที
“เจ็บ…เจ็บเหลือเกิน…
เสียงคร่ําครวญสั่นสะท้าน เลือดสีแดงสดค่อย ๆ แผ่ชิมใต้ร่าง ราว กลีบดอกบัวถูกย้อมด้วยเลือด จ้าวเข่อหรันหน้าซีด ใจหายวาบ สั่งการอย่าง รวดเร็วให้ไปตามหมอ ให้คนมาช่วยอุ้มกลับเรือนเจียอวี่
ทว่าขณะที่ปลอบโยนผู้บาดเจ็บ นางเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับรอยยิ้ม แปลกประหลาดบนใบหน้าจ้าวอิง สายตานั้น….เต็มไปด้วยความสะใจ ในชั่ว พริบตา จ้าวเข่อหรันเข้าใจทุกอย่าง ชายกระโปรงนาง…ถูกเหยียบ เจตนา ร้ายซ่อนอยู่ใต้ท่าที่ไร้เดียงสา จ้าวเข่อหวั่นจ้องอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นเฉียบ
“จ้าวอิง เจ้าช่างอยู่สุขสบายเกินไปกระมัง ถึงกล้าคิดกล้าทําเพียงนิ้ หากเจ้าคิดเล่นกับไฟ ข้าก็จะให้ไฟนั้นลุกโชนจนเจ้าทนไม่ไหว”
จ้าวอิงฝืนยิ้มอ่อน
“พี่ใหญ่พูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ เพียงแต่ท่านเดินสะเพร่าเอง หากท่าน ไม่พุ่งชน หลิวอี้เหนียงจะล้มได้อย่างไรเล่า? เด็กในครรภ์คงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว กระมัง…ท่านจะอธิบายต่อท่านพ่อเช่นไรดี?”
ถ้อยคําอ่อนหวาน แต่พิษสงร้ายลึกถึงกระดูก จ้าวเข่อหรัน กล่าว อีก เพียงจดจําทุกสายตา ทุกสีหน้า ไม่นานนัก บิดา จ้าวชง พร้อมฮูหยิน
ฉินเชียงเหอ และจ้าวเข่อเหริน ต่างรีบรุดมา
“เด็กเป็นอย่างไร ยังรักษาไว้ได้หรือไม่!” จ้าวชงเสียงสั่น
จ้าวเข่อหรันตอบนิ่ง
“ท่านพ่อ…อี๋เหนียงคงปลอดภัย แต่เด็ก…คงยากแล้ว”
คําตอบนั้นราวสายฟ้าฟาดกลางใจ จ้าวชงหน้า ดแทบล้ม ฮูหยิน
ปลอบด้วยถ้อยคําอ่อนโยน ทว่าดวงตากลับฉายแววเย็นชา ราวผู้ที่ได้กําจัด เสี้ยนหนาม จ้าวเย่อเหรินก้าวออกมา น้ําเสียงเศร้าแต่แฝงคมมีด
“ท่านพ่อ โปรดสืบให้กระจ่าง ต้องคืนความยุติธรรมให้เด็กที่ยังไม่ทัน
ลืมตาดูโลก”
จ้าวชงหันมามองจ้าวเข่อหราน ดวงตาแดง า
“บอกมา เกิดอะไรขึ้น เหตุใดนางจึงล้ม
จ้าวอิงรีบเอ่ยก่อน
“เป็นอุบัติเหตุเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ไม่ทันระวัง…
ยังไม่ทันสิ้นเสียง จ้าวชงก็ค้าราม
“จ้าวเย่อหรัน! เป็นเจ้าหรือ!”
จ้าวเย่อเหรินเสริมอย่างแสร้งหวังดี
“พี่ใหญ่ มิใช่เจตนาใช่หรือ? รีบขอโทษท่านพ่อเถิด”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะในใจ ช่างเป็นน้องสาวที่ดีเหลือเกิน วาจาดู เหมือนช่วย แต่แท้จริงกําาลังผลักนางลงเหว หากยอมรับผิด นั่นเท่ากับยอม รับว่าเป็นผู้ทําให้เด็กตาย สายตาของจ้าวเข่อหรันค่อย ๆ เย็นลง ราวน้ําแข็ง
ปกคลุมผิวทะเลสาบ
วันนี้…เลือดที่ไหลมิใช่เพียงในเรือนเจียอวี่ แต่คือจุดเริ่มต้นของพายุ ในจวนไท่ อ และผู้ใดคิดเล่นกับนาง นางจะเชือดคืน…..ให้ลึกถึงกระดูก