หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 128 สยบหลิวอี้เหนียง
128 สยบหลิวอี้เหนียง
“หลิว เหนียงกําาลังเลือกแพะรับบาปอยู่…ใช่หรือไม่?”
ถ้อยคําเย็นเฉียบเพิ่งขาดจากริมฝีปาก เงา สายหนึ่งก็วูบผ่านดุจ สายลม หลิว เหนียงรู้สึกเพียงลมเย็นเฉียดแก้ม พอได้สติกลับคืน ร่างของ
จ้าวเข่อหรันก็ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
ราวกับนางยืนอยู่ตรงนั้นมาแต่แรก
“คะ…คุณหนูใหญ่! ท่าน….ท่านมาได้อย่างไร?”
เสียงหลิว เหนียงสั่นพร่า ใบหน้าซีดเผือด แม้แต่งานเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ข้างเตียงยังตะลึงราวเห็นผี นางไม่รู้เลยว่าคุณหนูใหญ่เข้ามาในเรือนได้ตั้ง แต่เมื่อใด จ้าวเข่อหรันกลับยิ้มละมุน ใบหน้าสงบไร้พิษสง
“หลิว เหนียงกล่าวคํานี้ดูแปลกนัก ท่านเป็นผู้อาวุโส เกิดเรื่องใหญ่ เช่นนี้ ข้ามาเยี่ยมมิใช่เรื่องปกติหรือ ไยต้องตื่นตกใจเพียงนั้น
วาจาอ่อนโยน หากความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านอย่างไม่รู้ตัว หลิวอี้ เหนียงใจหวิว นางมีรู้ว่าจ้าวเข่อหรันเข้ามาได้อย่างไร ทั้งตนและผานเอ๋อร์ไม่ ทันรู้สึกแม้แต่น้อย หากคุณหนูใหญ่คิดจะลงมือทําร้าย นางคงมิอาจต้าน ทานได้เลย ความหนาวจากก้นบึงหัวใจไหลบ่าขึ้นมา
จ้าวเข่อหรันมองแววหวาดหวั่นนั้นแล้วหัวเราะเบา ๆ
“หลิว เหนียงวางใจเถิด ข้าไม่ทําอันใดท่านหรอก เวลานี้ข้ายังเป็นผู้
ต้องสงสัยว่าทําให้ท่านแท้ง หากท่านเป็นอะไรไปอีก ข้าคงล้างมลทินมิได้
จริง ๆ”
หลิว เหนียงสูดลมหายใจลึก ความแตกตื่นค่อย ๆ สงบลง นางผ่าน โลกมายาวนาน ย่อมมิใช่คนไร้ชั้นเชิง
“ถ้าเช่นนั้น….คุณหนูใหญ่มาด้วยเหตุใด
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“หลิวอี้เหนียงฉลาดนัก เดาออกว่าข้ามีธุระ”
หลิว เหนียงแค่นหัวเราะ
“เพิ่งแท้งวันนี้ พรุ่งนี้นายท่านจะสอบถาม ข้าคิดว่าคุณหนูใหญ่มา
เพราะเรื่องนี้….ใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง”
ตา
จ้าวเข่อหรันนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้เตียง สายตาเหมือนยิ้มแต่ไม่ถึงดวง
“ข้าเพียงอยากรู้ว่า พรุ่งนี้ท่านจะกล่าวเช่นไร”
หลิว เหนียงเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ก็กล่าวความจริง”
“ความจริงแบบได”
เสียงจ้าวเข่อหรันนุ่มละมุน แต่แฝงคมดาบ
“ว่าข้าผลักท่าน….หรือว่าจ้าวอิงเหยียบชายกระโปรงช้า
แววตาหลิวอี้เหนียงวูบไหว ที่แท้คุณหนูใหญ่ต้องการให้โยนความผิด
ให้จ้าวอิง….ก็เท่านั้นเอง
“แล้วคุณหนูใหญ่ต้องการให้ข้าพูดว่าใครเล่า”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“หลิวอี้เหนียงรู้ดีว่าทางใดเป็นประโยชน์แก่ตนที่สุดมิใช่หรือ”
คําพูดนั้นเหมือนอ่อนโยน แต่แท้จริงคือแรงกดดันที่ไร้เสียง หลิวอี้
เหนียงกัดฟัน
“ถ้าย้ากล่าวว่าเป็นท่านเล่า นายท่านจะไม่เชื่อหรือ ท่านเป็นคนผลัก
ข้าจริง ๆ ส่วนเรื่องจ้าวอิงเหยียบชายกระโปรง…มีใครเห็นหรือ
ๆ
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
“หลิวอี้เหนียงต้องการผลประโยชน์จึงยอมกล่าวใช่หรือ”
หลิว เหนียงยืดหลังตรง
“หญิงที่สูญเสียบุตร ย่อมไร้ที่พึ่ง ข้าขอความมั่นคงบ้าง…ผิดหรือ”
จ้าวเข่อหรันไม่โกรธ กลับหัวเราะนุ่ม
“ถ้าท่านกล่าวว่าข้าหาจริง ท่านคิดว่าท่านพ่อจะลงโทษย้าหนักหรือ
ระหว่างบุตรในครรภ์ที่ไม่รู้เพศ กับบุตรสาวที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น
จวิ้นจี่ และกําลังจะเข้าสู่งานเลี้ยงเลือกชายา เพื่อสร้างเกียรติแก่ตระกูล ท่าน คิดว่าใครสําคัญกว่า” คําพูดนั้นเหมือนผ้าไหม แต่ห่อหุ้มคมเหล็ก
หลิว เหนียงหน้าเปลี่ยนสี นางรู้ดีว่าคือความจริง จ้าวเข่อหรันเอ่ย
ต่ออย่างแผ่วเบา
“อีกอย่าง…เรื่องผงบํารุงครรภ์ ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือ
ร่างหลิว เหนียงเย็นเฉียบ เลือดในกายเหมือนแข็งตัว
“ข้า…ไม่เข้าใจ ท่านกล่าว”
“ไม่เข้าใจ?”
จ้าวเข่อหรันลุกขึ้นช้า ๆ
“เช่นนั้นข้าคงต้องทูลขอพระราชทานหมอหลวงมาตรวจร่างกายนาย
ท่านสักครั้ง เพื่อแสดงความกตัญญู”
หลิว เหนียงหน้าถอดสี รีบพยายามลุกจากเตียงแต่แรงพอ เกือบ ล้มลง หากผานเอ๋อร์ไม่ประคองไว้คงฟาดพื้นแล้ว
“คุณหนูใหญ่…โปรดหยุด”
จ้าวเข่อหรันหันกลับ ดวงตาใสบริสุทธิ์ราวน้ําค้าง
“หลิว เหนียง ข้าเป็นคนทําท่านแท้งมิใช่หรือ ไยต้องรั้งข้าไว้”
หลิว เหนียงรู้ว่าตนไร้ทางถอยแล้ว
“ท่านต้องการสิ่งใด จงกล่าวตรง ๆ เถิด
จ้าวเข่อหรันกลับมานั่งอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ เพียงกล่าวว่าจ้าวอิงจงใจเหยียบชายกระโปรงข้า ทําให้ข้าล้ม
ไม่ว่าท่านเชื่อหรือไม่ นี่คือความจริง”
ตาคลอ
หลิว เหนียงหัวเราะยื่น
“ไม่ว่าข้าเชื่อหรือไม่ ก็ต้องทําเช่นนั้นอยู่ดีมิใช่หรือ”
จ้าวเย่อหวั่นถอนหายใจ
“ข้าไม่คิดเปิดโปงเรื่องท่าน หากท่านมีคิดใช้เรื่องนี้ต่อรอง”
น้ําเสียงนั้นมิใช่เยาะเย้ย หากแฝงความจริงใจจาง ๆ หลิว เหนียงน้ํา
“ข้าแก่แล้ว ความโปรดปรานของบุรุษยืนยาวเพียงใด หากไร้บุตร ข้า จะมีที่ยืนใดในจวนไท่ซือ ข้าเพียงอยากมีลูก แม้เป็นหญิงก็ยังดี แต่สวรรค์ยัง
พรากไป…”
เสียงสะอื้นดังแผ่ว นางร้องไห้อย่างหมดแรง เหมือนคนที่ต่อสู้จนสิ้น หนทาง จ้าวเข่อหรันมีพูด เพียงปล่อยให้นางระบาย เพราะบางครั้งน้ําตาคือ ยาขมที่ต้องกลืน ครู่ใหญ่ผ่านไป จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ยเย็นชา
“การร้องให้คือพฤติกรรมของผู้อ่อนแอ หลิวอี้เหนียงตกอยู่ในสภาพ
นี้ เพราะท่านไม่แข็งแกร่งพอ”
หลิว เหนียงนิ่งงัน
“ครั้งแรกที่ท่านได้รับความโปรดปราน ควรถ่อมตน มิใช่ท้า
ทายฮูหยิน ท่านรู้ดีว่าฐานะของนางสูงส่งเพียงใด หากวันนั้นท่านยอม ก้มศีรษะ บางทีท่านอาจมีบุตรแล้ว”
คําพูดนั้นเหมือนมีดบาง กรีดผ่านความหลงผิด หลิว เหนียง
หัวเราะเยาะตนเอง
เสมอไป”
“ที่แท้…ข้าโง่เอง”
จ้าวเข่อหรันมองนางเนิ่นนาน ก่อนกล่าวเบา ๆ
“ท่านไม่มีวันตั้งครรภ์ได้อีก แต่การมีที่พึ่ง มีจําเป็นต้องเป็นบุตร
หลิว เหนียงเงยหน้าทันที
“ข้าเป็น จวิ้นจี่ ฮ่องเต้รับสั่งว่าจะทรงจัดการเรื่องสมรสให้ ข้าย่อมมี อนาคต หากท่านยอมอยู่ข้างช้า ข้าย่อมคุ้มครองท่านได้”
แววตาหลิว เหนียงสว่างวาบ
“แต่ข้ากับฮูหยิน….”
“เรื่องของข้า มิใช่เรื่องของนาง”
จ้าวเข่อหรันตอบเรียบ หลังลังเลเพียงครู่ หลิวอี้เหนียงก้มศีรษะ
“ข้าขอพึ่งใบบุญคุณหนูใหญ่ ขอเพียงได้มีชีวิตอยู่ในจวนนี้อย่างสงบ
“สมดั่งปรารถนา” จ้าวเข่อหรันกล่าว
“ต่อไปจงอยู่ดีกับชุนอี๋เหนียง นางมิใช่คนร้าย และมีบุตรชายเพียงผู้ เดียวของจวน อย่าสร้างศัตรูกับนาง”
“ข้าน้อยรับคําสั่ง”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“เพียงทําตัวตามปกติ และหากได้ข่าวใดจากท่านพ่อ ก็แจ้งข้า
“เพคะ”
เมื่อออกจากเรือน ใบหน้าจ้าวเข่อหวั่นเผยรอยยิ้มพอใจ เดิมทีเพียง
คิดมาข่มขู่ แต่มิคาดว่าจะได้ผู้สนับสนุนเพิ่ม ส่วนจ้าวอิง…สตรีอกตัญญูผู้นั้นคิดจะวางกับดักนางก่อน เช่นนั้นก็
อย่าหาว่านางโหดเหี้ยม
รอต.
ในเรือน กแห่งนี้ ผู้ใดใจอ่อน ย่อมเป็นเหยื่อ ผู้ใดชักดาบก่อน จึงอยู่