หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 127 ยากแยกถูกผิด
127 ยากแยกถูกผิด
จ้าวเข่อหรันย่อมไม่ยอมให้จ้าวเย่อเหรินใส่ร้ายตนง่าย ๆ นางรีบทําสี หน้าเจ็บช้ํา ราวกับถูกหักหลังจากคนใกล้ชิด ก่อนเอ่ยเสียงสั่นว่า
“เย่อเหริน เจ้ากําาลังพูดสิ่งใดกันแน่? เจ้าเห็นเหตุการณ์กับตาตัวเอง หรือ? หากไม่เห็น เหตุใดจึงปักใจว่าเป็นความผิดของข้า? การตัดสินโดยไม่ แยกต่าขาวเช่นนี้ ทําให้ข้าเจ็บปวดยิ่งนัก”
ถ้อยคําของจ้าวเข่อหรันทําให้จ้าวเข่อเหรินชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่ได้
เห็นเหตุการณ์ เพียงได้ฟังคําบอกเล่า แต่ใช่ว่านางจะโง่เขลา
“ท่านพี่เข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงได้ยินจ้าวอิงกล่าวเช่นนั้น จึงออกปาก ปลอบใจเท่านั้น ด้วยเจตนาดีล้วน ๆ มิได้คิดร้าย ท่าน อย่าได้ถือสา”
เพียงประโยคสั้น ๆ กลับโยนความผิดทั้งหมดไปยังจ้าวถึงอย่างแนบ เนียน ตนเองยังคงสวมบทผู้บริสุทธิ์อย่างหมดจด แม้แต่จ้าวเข่อหรันก็ต้อง ยอมรับ บางคราวจ้าวเข่อเหรินก็เฉลียวฉลาดไม่น้อย นางยิ้มบาง คล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม สายตาเย็นเยียบพุ่งไปยังอีกฝ่าย
“ดูเหมือนเจ้ากับน้องสามจะสนิทสนมกันนัก ถึงขั้นเชื่อคําของนาง
มากกว่าพี่สาวร่วมสายเลือดอย่างข้า”
คําพูดนั้นเหมือนเข็มทิ่มแทงหัวใจ จ้าวเข่อเหรินหน้าเสียทันที ผู้ใดใน จวนจะไม่รู้ว่าหลังเหตุการณ์ครานั้น นางกับจ้าวอิงต่างฝ่ายต่างเป็นศัตรู ต่อ หน้าไม่ทัก หลังบ้านไม่มองกันด้วยช้า ค้ากล่าวของจ้าวเข่อหรันจึงเป็นการ เย้ยหยันตรง ๆ
แม้ในใจอยากช้าเติมเพียงใด นางก็ข่มไว้ เลือกยืนดูสถานการณ์ เงียบ ๆ ไม่ออกความเห็นอีก นางเชื่อมั่น ครานี้จ้าวเข่อหรันไม่มีทางรอด ง่าย ๆ และหากกลับตาลปัตร ผู้เคราะห์ร้ายก็คงเป็นจ้าวอิง ไม่ว่าผู้ใดพลาด พลั้ง นางล้วนไม่เสียผลประโยชน์ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ จ้าวเข่อหรันก้าว ออกมา กล่าวกับจ้าว งอย่างหนักแน่น
จริง แต่”
“ท่านพ่อ เรื่องวันนี้เป็นอุบัติเหตุ ข้าเป็นผู้ผลักหลิวอี้เหนียงจนล้ม
“อะไรนะ! เป็นเจ้าหรือ!”
จ้าวชงตวาดลั่น สีหน้าเดือดดาล
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนทําสิ่งใดลงไป
“ท่านพ่อ โปรดฟัง าให้จบก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
นํ้าเสียงของจ้าวเข่อหรันสงบนิ่ง เยือกเย็น มิได้สะทกสะท้านแม้ถูก กดดัน จ้าวชงแม้โกรธจัดก็ยังมีสติ นางเป็นถึงเหวินจวิ้นจี่ที่ฮ่องเต้ทรงแต่ง ตั้ง จะลงโทษส่งเดชย่อมมิได้
“ดี เจ้าพูดมา”
“ข้ายอมรับว่าผลักหลิว เหนียง แต่เพราะ”
“ท่านพี่ใหญ่! ผิดก็ยอมรับเสียเถิด อย่าแก้ตัวเลย!”
จ้าวอิงรีบตัดบท สีหน้าแฝงความร้อนรน จ้าวเข่อหรันเหลือบตา มอง พลางยิ้มเย็น
“น้องสาม ข้ายังมีทันพูด เหตุใดเจ้าจึงรีบร้อนนัก? หรือมีสิ่งใดอยู่ใน ใจจนทนฟังไม่ไหว?”
จ้าววงขมวดคิ้ว หันมองบุตรสาวคนเล็กด้วยแววตาสงสัย จ้าวถึงหน้า
ชีต แต่ยังฝันเสียงแข็ง
“ข้ามีอะไรต้องหวาดกลัวกัน!”
จ้าวเข่อหรันกล่าวต่ออย่างเรียบเฉย
“ที่ย้าลัม ก็เพราะน้องสาม ‘เผลอ’ เหยียบชายกระโปรงช้า ข้าจึงเสีย หลักและชนหลิวอี้เหนียง ข้าเชื่อว่านางมิได้ตั้งใจ
“ว่าอย่างไรนะ!”
จ้าวชงถลึงตาใส่จ้าวอิง
“เหลวไหล! ข้าไม่เคยเหยียบชายกระโปรงเจ้า อย่าเอาความผิดตนมา
ป้ายใส่ข้า!”
จ้าวเข่อหรันทําท่าเสียใจราวพี่สาวที่ผิดหวังในน้อง
“น้องสาม เหตุใดเจ้าดื้อดึงเช่นนี้ เพียงกล่าวขอโทษ ทุกอย่างก็จบ
“ท่านพี่ต่างหากที่ใส่ร้าย!
ทั้งสองโต้เถียงกันดุเดือด วาจาเชือดเฉือน ประหนึ่งคมดาบไร้เงา จนผู้ฟังยากแยกแยะความจริง
“พอได้แล้ว!” จ้าวชงกุมขมับ
“ตอนนั้นมีใครอยู่ด้วยอีกหรือไม่?”
จ้าวเข่อหรันทําท่าลําบากใจ
“มีเพียงข้ากับน้องสาม บ่าวรับใช้ล้วนอยู่ด้านนอก”
จ้าวชงหนักใจ เขาไม่รู้ควรเชื่อผู้ใด แม้สองคนล้วนเป็นบุตรสาว แต่ ฐานะของจ้าวเข่อหรันในเวลานี้สําคัญยิ่ง กําลังจะร่วมงานคัดเลือกพระชายา จะเกิดเรื่องมัวหมองมิได้ ขณะลังเล หมอหลวงก็ออกมาจากห้อง จ้าวชงรีบ
ถาม
อีก”
“เด็กเป็นอย่างไร ยังรักษาได้หรือไม่?”
หมอถอนหายใจยาว
“ใต้เท้าใหฮือ โปรดทําใจเถิด ท่านยังหนุ่มแน่น วันหน้าคงมีโอกาส
แม้คาดเดาไว้แล้ว คํายืนยันก็ยังทําให้จ้าว งมึนงง เขาสูญเสีย
ทายาท แต่ยังหาตัวคนผิดไม่ได้ จ้าวเข่อหรันก้าวออกมา
เรื่อง”
“ท่านพ่อ ในศาลายังมีอีกผู้หนึ่ง หลิวอี้เหนียงเองมิใช่หรือเจ้าคะ?”
จ้าวอิงหน้าถอดสี ใจสั่นวูบ จ้าวชงหงุดหงิด
“นางยังนอนอยู่ จะพูดได้อย่างไร!”
“พรุ่งนี้นางย่อมพื้น เมื่อถึงเวลานั้น ให้หลิวอี้เหนียงเป็นผู้ชี้ชัดก็สิ้น
หมอกล่าวเสริมว่าอย่างช้าที่สุดเช้าพรุ่งนี้นางจะรู้สึกตัว จ้าวชงจึงสั่ง กักบริเวณบุตรสาวทั้งสอง รอคําให้การในวันรุ่งขึ้น ยามกลับออกมา จ้าวอิง เหลือบมองจ้าวเข่อหรันอย่างได้ใจ นางมั่นใจว่าหลิวอี้เหนียงไม่มีทางเห็นเหตุ การณ์ แต่จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มบาง แววตาเย็นลึกดุจน้ําแข็ง เมื่อกลับถึง ชุนฮุยหยวน นางสั่งให้ฉินเสียงไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหว หากหลิว เหนียง ฟีนให้รีบมารายงาน
เฉียบคม
“คุณหนูจะทําอย่างไรต่อไปเจ้าคะ?”
ฉินเซียงถามด้วยความเป็นห่วง จ้าวเข่อหวั่นยิ้มละมุน ทว่าแฝงความ
“ไม่ต้องกังวล ข้าไม่มีวันพลาด
คั่าคืนนั้น นางนั่งนิ่งรอข่าว จิตใจสงบเย็น ทว่าภายในกลับเดือดดาล จ้าวอิงกล้าหักหลัง ทั้งยังคิดใส่ร้าย นางจะปล่อยผ่านได้อย่างไร เมื่อยามใกล้ เที่ยงคืน วินเชียงรีบกลับมารายงาน
“คุณหนู หลิว เหนียงฟื้นแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันจึงให้ “ ” พานางลอบไปยังเจียอวี่หยวน ภายในห้อง หลิว เหนียงเพิ่งตื่น ดวงตาเลื่อนลอย เมื่อรู้ว่าบุตรในครรภ์จากไป สีหน้า
ขีดเผือด
“ผู้ใดทําข้า?”
นางถามเสียงแหบ สาวใช้พานเอ๋อร์ตอบว่า สองคุณหนูต่างกล่าวโทษ กัน พรุ่งนี้ต้องให้หลิวอี้เหนียงเป็นผู้ชี้ขาด หญิงผู้นั้นนั่งคิด หวังเลือกแพะ รับบาป ทันใดนั้น เสียงหนึ่งลอยมาอย่างเย็นเยียบ
“กําาลังเลือกผู้รับเคราะห์แทนตนอยู่หรือ?”
เงาดาวูบไหว เมื่อหลิว เหนียงเงยหน้าขึ้น ก็เห็นจ้าวเข่อหรันยืนอยู่ ตรงหน้า รอยยิ้มบางละมุน ทว่าแววตาคมกริบดุจคมดาบ ค่ําคืนนี้ ชะตาผู้ใด จะถูกตัดสิน ยังยากแยกถูกผิด…