หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 13 จ้าวเข่อเหรินมาเยือน
ยามเที่ยงล่วงผ่าน หลังจ้าวเย่อหรันรับประทานอาหาร ดื่มโอสถ
เรียบร้อย กําลังจะเอนกายพักผ่อน หลงเอ๋อร์เดินเข้ามารายงานเสียงเบา
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูรองมาเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหริน….ในดวงตาของจ้าวเย่อหรัน วาบประกายบางอย่างแวบ
หนึ่ง เร็วดั่งสายฟ้า ก่อนจะกดมันลงลึกในใจ นางคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“เชิญคุณหนูรองเข้ามาเร็ว”
ไม่นาน ร่างบางในอาภรณ์อ่อนละมุนก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ราวผี
เสื้อแตะแต้มกลีบดอกไม้
“พี่สาว ตอนนี้ดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?”
เสื้อแตะแต้มกลีบดอกไม้
“พี่สาว ตอนนี้ดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินนั่งลงข้างเตียง กุมมือจ้าวเข่อหรันไว้แน่น เอ่ยถามด้วย น้ําเสียงอ่อนหวานไร้รอยพิรุธแม้แต่น้อย หากไม่ผ่านบทเรียนจากชาติภพ
ก่อน จ้าวเข่อหรันคงยังโง่งมเชื่อว่าน้องสาวผู้นี้ห่วงใยตนจริงใจ น่าเสียดาย…. นางมิใช่สตรีโง่งมคนนั้นอีกแล้ว หากห่วงใยจริง ไยต้องวางแผนให้นางตกลง
สระบัวเล่า?
“ข้าตีขึ้นมากแล้ว”
แม้ในใจเย็นชาราวเหมันต์ แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“เย่อเหริน เจ้าดีกับพี่เหลือเกิน ยังมาเยี่ยมถึงที่
“พวกเราเป็นพี่น้องกันมิใช่หรือเจ้าคะ”
จ้าวเย่อเหรินยิ้มหวาน จ้าวเย่อหรันเหลือบมองนางแวบหนึ่งก่อนเอ่ย
อย่างเหมือนไม่ตั้งใจ
“จริงสิ เย่อเหริน…. เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าตกน้ําได้อย่างไร?”
ร่างของจ้าวเย่อเหรินชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็คืนสู่ท่าทีปกติอย่างรวดเร็ว
“พี่สาวไยจึงถามเช่นนี้เล่า? ท่านก็เพียงลื่นตกสระบัวเท่านั้นเองเจ้า
ค่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ตอนนั้นในศาลามีแค่เราสองคน ข้าเลยนึกสงสัยขึ้นมาเท่านั้นเอง แต่ เจ้ามิต้องตื่นตระหนก ย้าย่อมเผลอตกเอง จะมีใครผลักข้าลงไปได้อย่างไร
เล่า”
เจ้ามิต้องตื่นตระหนก ข้าย่อมเผลอตกเอง จะมีใครผลักข้าลงไปได้อย่างไร
เล่า”
“ใช่…เจ้าค่ะ”
รอยยิ้มยองจ้าวเย่อเหรินแข็งเกร็งเพียงเสี้ยวลมหายใจ จ้าวเย่อหน มองเห็นทุกอย่างชัดเจน ทว่าเพียงยิ้มละมุนราวมิรู้สิ่งใด
“อ้อ เย่อเหริน พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของท่านป้าหลินแล้ว” จู่ ๆ นางก็ เปลี่ยนเรื่อง
“ปีนี้ข้าคงไปร่วมงานมิได้ คงต้องให้ท่านแม่กับเจ้าไปกันสองคน ช่วย
บอกท่านป้าหลินแทนข้าด้วยนะ”
“ได้เจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินตอบทันที ก่อนยิ้มบาง
E
“เสียดายแทนพี่สาวจริง ๆ หากไปพรุ่งนี้ คงได้พบชื่อจือด้วยแน่”
“ไม่เป็นไรหรอก”
ๆ
จ้าวเย่อหรัน ตอบอย่างอ่อนหวาน
“อย่างไรเสีย เราก็หมั้นหมายกันแล้ว โอกาสพบหน้ามีอีกมาก ครั้งนี้ ไม่ได้เจอ ก็ยังมีคราวหน้า”
ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินวาบแสงริษยาและความชิงชังวูบหนึ่ง
“ก็จริงเจ้าค่ะ พวกท่านเป็นคู่หมั้นกัน ย่อมมีโอกาสพบกันอีกมาก”
“เย่อเหริน อย่าพูดเช่นนั้นสิ”
จ้าวเย่อหรันก้มหน้าด้วยท่าทีเขินอาย ทว่าในเงาที่อีกฝ่ายมองไม่
เห็น สีหน้าของนางกลับเย็นชาดั่งน้ําแข็ง เมื่อเห็นท่าทางเป็นอายเช่นนั้น หัว ใจของจ้าวเย่อเหรินก็เหมือนถูกไฟริษยาแผดเผา ทว่าบนใบหน้ายังคงเปี่ยม จ้าวเย่อหรันก้มหน้าด้วยท่าทีเขินอาย ทว่าในเงาที่อีกฝ่ายมองไม่
เห็น สีหน้าของนางกลับเย็นชาดั่งน้ําแข็ง เมื่อเห็นท่าทางเขินอายเช่นนั้น หัว ใจของจ้าวเย่อเหรินก็เหมือนถูกไฟริษยาแผดเผา ทว่าบนใบหน้ายังคงเปี่ยม
ด้วยความอ่อนโยน
ด้วย”
“จริงสิพี่สาว นอกจากมาเยี่ยมแล้ว ข้ายังอยากขอยืมของบางอย่าง
“อ้อ ของสิ่งใดหรือ?”
ใบหน้าของจ้าวเย่อหรัน ยังคงอ่อนโยน แต่ในใจกลับหัวเราะเย็นชา
ในที่สุดก็อดใจไม่ใหวสินะ…
“ครั้งก่อน ข้าได้ขอยืมภาพ ภาพชุนเกอเหยียบหิมะ’ จากท่านพี่ไว้ มิ
ทราบว่าท่านยังจําได้หรือไม่เจ้าคะ”
จ้าวเย่อเหรินยิ้ม
จ้าวเย่อเหรินยิ้ม
“ข้าลองคัดลอกไว้หนึ่งภาพ บัดนี้อยากนําต้นฉบับมาเทียบดู ว่าคล้าย
เพียงใด จะได้แก้ไขให้เหมาะสม”
“ได้สิ”
จ้าวเย่อหรัน เอ่ยเรียบ ๆ
“หลงเอ๋อร์ ไปนําภาพ ภาพฮุนเกอเหยียบหิมะ’ มาให้คุณหนูรอง
หลงเอ๋อร์รับคําแล้วรีบไปยังคลังเก็บของ
“ว่าแต่ เหตุใดเล่าถึงคิดจะเทียบภาพกะทันหัน?”
จ้าวเข่อหรัน ถามด้วยท่าที่ใคร่รู้
“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดท่านป้าหลินมิใช่หรือเจ้าคะ” จ้าวเย่อเหรินอธิบาย
“ข้าคิดไปคิดมา ของขวัญใดก็ไม่สําคัญเท่าความตั้งใจ จึงอยากมอบ ภาพที่ข้าคัดลอกให้ท่านป้า แต่เกรงว่ามีจุดผิดพลาด จึงอยากเทียบดูสัก
หน่อย”
“อย่างนั้นเองหรือ”
จ้าวเข่อหรัน พยักหน้าเบา ๆ เอ่ยชมด้วยรอยยิ้มงดงาม
“น้องสาวช่างใส่ใจนัก”
คําชมอ่อนหวานดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ ทว่าใต้ความละมุนนั้น กลับ
ช้อนคลื่นลิกที่กําลังคุกรุ่นอย่างเงียบงัน เกมครั้งนี้… เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น