หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 12 ความรู้สึกอันซับซ้อน
“คุณหนู… คุณหนูเจ้าคะ…”
เมื่อเห็นจ้าวเข่อหรันนิ่งเงียบไปนาน แม่นมเยว่จึงเรียกนางช้ําหลาย
ครั้ง
AI “หม…
มีอะไรหรือ แม่นมเยว่?”
จ้าวเย่อหรันสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับเพิ่งตึงสติกลับจากห้วงความคิด
อันไกลลิบ
“คุณหนูไม่เป็นไรแน่นะเจ้าคะ?”
แม่นมเยว่เอื้อมมือแตะหน้าผากนางอย่างห่วงใย
“บ่าวรู้ลึกว่าตั้งแต่คุณหนูฟันขึ้นมา ท่านดูเหม่อลอยราวกับวิญญาณ
ยังไม่กลับคืนกาย”
“ข้าไม่เป็นไร”
จ้าวเย่อหรันยิ้มบาง ๆ ก่อนจะถามเสียงเรียบ
ส
“ช่วงที่ข้าสลบไป มีใครมาเยี่ยมบ้างหรือไม่?”
“ฮูหยินกับคุณหนูรองมาเยี่ยมหลายครั้งเจ้าค่ะ” แม่นมเยว่นึกขึ้นได้ฉับพลัน ๑
“อ้อ จริงสิ! ยังไม่ได้แจ้งฮูหยินเลยว่าท่านฟื้นแล้ว นางกําชับไว้ว่าพอ คุณหนูลืมตา ต้องรีบไปบอกทันที บ่าวดีใจจนลืมคําสั่งเสียของนางเสียสนิท”
กล่าวจบ นางหันไปสั่งทันที
“หลงเอ๋อร์ รีบไปบอกฮูหยินกับคุณหนูรองว่าคุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว”
“เจ้าค่ะ!” (…)
หลงเอ๋อร์รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จ้าวเย่อหรันมองเงาร่างที่ลับสาย
ตา พลางยกยิ้มบางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เจ้าคะ”
“เช่นนั้นหรือ… ดูท่านแม่กับน้องหญิงจะห่วงใยข้ามากทีเดียว”
“แน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ!” แม่นมเยว่หัวเราะเบา ๆ
“ฮูหยินคือมารดาแท้ ๆ และน้องสาวสายเลือดเดียวกันของคุณหนูนะ
มารดาแท้ ๆ … น้องสาวสายเลือดเดียวกัน….มุมปากของจ้าวเย่อหรัน กระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เย็นเฉียบ ชาติที่แล้ว นางก็เคยเชื่อเช่นนั้น ผล ลัพธ์เล่า? น้องสาวแท้ ๆ ผู้อ่อนหวานต่อหน้า ลอบวางแผนทําลายนาง เพียง เพื่อแย่งชิงสัญญาหมั้นกับจวนโหว ทําให้นางต้องสิ้นชีวิตอย่างอัปยศ
* ได กระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เย็นเฉียบ ชาติที่แล้ว นางก็เคยเชื่อเช่นนั้น ผล ลัพธ์เล่า? น้องสาวแท้ ๆ ผู้อ่อนหวานต่อหน้า ลอบวางแผนทําลายนาง เพียง เพื่อแย่งชิงสัญญาหมั้นกับจวนโหว ทําให้นางต้องสิ้นชีวิตอย่างอัปยศ
แล้วมารดาเล่า? หาได้ปกป้องแม้สักคําไม่ ซ้ํายังเติมฟืนลงกองไฟ ขณะที่นางหายใจรวยรินใกล้ลิ้นใจ บิดามารดาผู้ให้กําเนิดกลับนั่งคํานวณผล ประโยชน์จากการยกเลิกคู่หมั้นของนางอย่างเยือกเย็น ช่างเป็น “ครอบครัว อันอบอุ่น” เสียจริง… รอยเย้ยหยันนั้นเพียงวูบผ่าน ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็น แววประชดประชันที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตา (1) “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ คุณหนู…”
แม่นมเยว่ลังเล สีหน้ากระอักกระอ่วน
“มีอะไรก็พูดมาเถิด” ()
“ตอนที่ท่านสลบ ชุนอี้เหนียงก็มาเยี่ยมหลายครั้งเจ้าค่ะ” (1)
แม่นมเยว่เหลือบมองเจ้านายอย่างระมัดระวัง นางรู้ดีว่าโดยปกติ
แล้ว จ้าวเข่อหรันไม่ชอบข้องเกี่ยวกับอนุของนายท่าน ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด ชุนอี๋เหนียงกับคุณชายเฟิงกลับคอยห่วงใยคุณหนูใหญ่มาโดยตลอด แม้เจ้า ตัวจะไม่เคยใส่ใจตอบรับ แต่ทั้งสองก็เฝ้าดูแลเงียบ ๆ ไม่เคยห่าง โดยเฉพาะ ช่วงที่คุณหนูสลบ ชุนอี๋เหนียงมาเยี่ยมบ่อยยิ่งกว่าฮูหยินเสียอีก แม่นม เยว่ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยความจริงใจ
“คุณหนู บ่าวคิดว่าชุนอี้เหนียงเป็นคนดี นางห่วงใยท่านจริง ๆ บ่าวรู้ ว่าฮูหยินไม่ชอบให้ท่านไปมาหาสู่กับนางหรือคุณชายเฟิง แต่บ่าวคิดว่าพวก
เยามิใช่คนเลว” …
“ซุนอี๋เหนียงหรือ…”
หัวใจของจ้าวเข่อหรันพลันปั่นป่วน ชาติที่แล้ว ในวันที่ผู้คนทั้งจวน รุมประณามนาง มีเพียงชุนอี้เหนียงกับเฟิงเอ๋อร์เท่านั้นที่ยืนหยัดแก้ต่าง แทน แม้ท้ายที่สุดนางจะไม่อาจรอดพ้นความตาย แต่ในห้วงวินาทีสุดท้าย นางยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางเบาจากสองคนนั้น แต่เหตุใด… เหตุใด พวกเขาจึงดีกับนางถึงเพียงนี้? คําถามนั้นติดค้างอยู่ในใจเสมอ (
“แม่นมเยว่ เช่นนั้นก็ส่งคนไปแจ้งซุนอี้เหนียงเถิด”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“บอกนางด้วยว่า หากข้าหายดีขึ้นอีกสักหน่อย จะเชิญมาพูดคุยกัน
“คุณหนู!”
แม่นมเยว่เบิกตากว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูใหญ่ยินดีจะพบอนุ
ยองนายท่านโดยสมัครใจ
“ทําตามที่ข้าสั่งก็พอ”
“เจ้าค่ะ…. ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ คุณหนูพักผ่อนก่อนเถิด”
หลังจัดแจงให้นางเอนกาย แม่นมเยว่จึงออกไปสั่งการ เมื่อห้องเงียบ สงัด จ้าวเข่อหรันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในดวงตาฉายแววลึกซึ้งและซับซ้อน จ้าวเข่อหรันผู้โง่เขลาในชาติที่แล้ว… ตายไปแล้ว ผู้ที่มีชีวิตอยู่ในตอนนี้ จะไม่ มีวันเดินซ้ํารอยเดิมอีก นางให้คํามั่นกับตนเองอย่างแน่วแน่
ในเมื่อจ้าวเย่อเหรินไม่ต้องการให้นางไปงานเลี้ยงอายุยืน เช่นนั้นนาง
ก็จะ “สนองใจ” เสียหน่อย งานเลี้ยงใกล้เข้ามาเต็มที่…หากคํานวณเวลาแล้ว น้องสาวผู้แสนอ่อนโยนก็คงใกล้ลงมือแล้วกระมัง ชาติที่แล้ว จ้าวเย่อเหรินมา ขอยืมของสิ่งหนึ่งจากนาง เพื่อนําไปเป็นของขวัญในงานเลี้ยง จนได้รับความ
โปรดปรานจากท่านหลินเหล่าฟูเหรินอย่างล้นหลาม
ทว่าครานี้…โชคชะตาคงไม่เข้าข้างนางเช่นเดิมอีกแล้ว