หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 130 จุดจบของจ้าวอิง (ตอนต้น)
130 จุดจบของจ้าวอิง (ตอนต้น)
ทันทีที่ก้าวล่วงเข้าสู่เรือนของหลิวอี้เหนียง จ้าวเข่อหรันก็สัมผัสได้ถึง บรรยากาศอันอิมคริม ผู้คนในห้องมีอยู่ไม่น้อย บิดาและมารดามาถึงก่อน แล้ว จ้าวอิงกับจางอี้เหนียงก็ยืนอยู่ปลายเตียง ส่วนจ้าวเย่อเหริน ผู้ที่เมื่อครู่ เพิ่งสะบัดชายเสื้อจากไปก่อนหน้า ก็มายืนอยู่เคียงข้างมารดา
หลิว เหนียงเอนกายพิงหมอน สีหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้อง ลมหนาว แม้ยังอ่อนแรง ทว่าแววตากลับมีประกายชีวิตกว่าคืนก่อน
จ้าววงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคร่ําเคร่ง ส่วนฉันเชียงเหอและจ้าวเข่อเหริน ยืนเคียงข้างเขา ขณะที่จางอี้เหนียงกับจ้าวจึงยืนสงบอยู่ปลายเตียง
เมื่อเห็นจ้าวเข่อหรันก้าวเข้ามา จ้าวอิงปรายตามองด้วยสายตาท้า
ทาย ราวกับจะประกาศชัยชนะล่วงหน้า หากจ้าวเข่อหรันเพียงเหลือบมอง
ผ่าน ๆ ไม่คิดแม้จะเก็บคํายั่วยุไว้ในใจ สําหรับนางแล้ว จ้าวอิงในยามนี้มิใช่ อะไรไปกว่าตัวตลกในโรงงิ้ว ดิ้นรนเพียงใดก็ยังน่าขัน
นางกวาดสายตามองหลิวอี้เหนียงแวบหนึ่งอย่างแนบเนียน อีกฝ่าย
สบตาแล้วพยักหน้าเบา ๆ อย่างลับ ๆ คล้ายสัญญาณบางอย่างที่มีเพียงสอง คนเข้าใจ จ้าวเย่อหรันก้าวไปข้างหน้า ค้อมกายคารวะจ้าวชงและฉินเชียง
เหอ
เจ้าค่ะ”
“บุตรสาวคารวะท่านพ่อท่านแม่ มาช้าไป ทําให้ต้องคอย ขออภัยด้วย
ตามฐานันดรศักดิ์แล้ว นางในฐานะเหวินจวิ้นจู่แห่งราชวงศ์ต้าลี่ ย่อม ไม่จําต้องคารวะบิดามารดาเช่นนี้ แต่ธรรมเนียมย่อมมิอาจละเลย อีกทั้งหาก ทําสิ่งใดบกพร่อง ก็อาจกลายเป็นข้อตําหนิให้ผู้คนจับผิดได้ นางจึงเลือกทํา ทุกอย่างให้ไร้ที่ติ
จ้าว งเห็นท่าทีอ่อนน้อมของบุตรสาวก็รู้สึกพอใจ แม้บุตรสาวจะได้ รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ หากกลับมิได้หยิ่งผยอง ยังเคารพบิดาเช่นเดิม นี่คือสิ่งที่เขายอมรับได้
“มาแล้วก็ดีแล้ว”
เขากล่าวเสียงเรียบแต่ไม่เย็นชา ต่างจากฉินเสียงเหอ ตอบเพียง สั้น ๆ “มาก็ดี” น้ําเสียงราบเรียบไร้ไออุ่น หลังความบาดหมางครั้งก่อน ความ สัมพันธ์แม่ลูกก็เย็นชาลงดั่งผิวน้ําจับน้ําแข็ง ในใจฉันเชียงเรือมีเพียง จ้าวเย่อเหรินเป็นบุตรสาวที่ดี ส่วนจ้าวเข่อหรัน ในสายตานาง คือผู้เลือกห่าง เห็นจากสายเลือดตนเอง เมื่อทุกคนพร้อมหน้า จ้าวชงกระแอมเบา ๆ ก่อน
กล่าว
“เหตุการณ์เมื่อวาน ทุกคนคงทราบดีแล้ว วันนี้ให้เข่อหรันกับ อิงเอ๋อ ออกมาพูดให้ชัด ว่าแท้จริงเกิดอะไรขึ้น
สองพี่น้องก้าวออกมา คนหนึ่งสงบนิ่งดุจสายลมอ่อน อีกคนมั่นใจ ราวถือไพ่เหนือกว่า จ้าวอิงเชื่อมั่นว่าตนไม่มีวันถูกจับได้ เพราะตอนเหยียบ ชายกระโปรงนั้น หลิว เหนียงไม่น่าเห็น นางแอบยิ้มเยาะในใจ คิดว่าชัยชนะ อยู่ในมือ หากจ้าวเข่อหรินไม่ยอมช่วยนางในงานคัดเลือกชายา นางก็จะ
ทําลายโอกาสของอีกฝ่ายเสียเอง
จ้าวเข่อหรันเห็นแววตานั้นก็เพียงหัวเราะในใจ ความคิดของจ้าวอิง ตื้นเข็นนัก ถึงแม้เรื่องนี้จะปักความผิดลงที่นาง บิดาก็ไม่มีวันปล่อยให้เรื่อง ลุกลามจนกระทบงานคัดเลือก เพราะในสายตาบิดา ผลประโยชน์ย่อมมา
ก่อนเสมอ
“เข่อหรัน เจ้าพูดก่อน
จ้าวชงเอ่ย จ้าวเข่อหรันค้อมกายอย่างเรียบร้อย
“เมื่อวานบุตรเดินเล่นในสวน บังเอิญพบหลิวอี้เหนียงจึงชวนไปนั่ง พักที่ศาลา ต่อมาสามน้องสาวก็อยู่ที่นั่น ครั้นบุตรจะลาจาก สามน้องสาว เหยียบชายกระโปรง บุตรจึงล้มโดยไม่ทันระวัง ทําให้หลิว เหนียงพลอยลัน ไปด้วย ทั้งหมดเป็นความสะเพร่าของบุตร ขอท่านพ่อโปรดอภัย”
ลูก!”
“เจ้าพูดเหลวไหล!”
จ้าวอิงร้องสวนทันควัน จ้าวชงขมวดคิ้ว ความไม่พอใจฉายชัด
“อิงเอ๋อร์ สํารวม!”
จาง เหนียงรีบเอ่ยห้าม “เงียบเดี๋ยวนี้!”
จ้าวอิงแม้คับแค้นก็จ้าต้องกลั้ากลืน
“อิงเอ๋อร์ เจ้าจะว่าอย่างไร?” จ้าวชงถาม
“ลูกไม่ได้เหยียบชายกระโปรงนาง! นางล้มเอง แล้วโยนความผิดให้
จ้าวเข่อหวั่นกล่าวเรียบ ๆ
“หากมิไค้ า ท่านพ่อย่อมไม่ตัดสินผิด”
ถ้อยคําสุภาพแต่แฝงคมมีด จ้าวชิงพยักหน้าเล็กน้อย ท้ายที่สุด เขา
หันไปถามหลิว เหนียง
“เจ้าว่าอย่างไร?”
หลิว เหนียงหลั่งนํ้าตา
“ทุกอย่างเป็นดังคํานางกล่าวเจ้าค่ะ สามคุณหนูเหยียบชายกระโปรง
จริง… ลูกของข้า….ช่างน่าสงสาร…
เสียงสะอื้นอ่อนแรงนั้นบีบคั้นหัวใจผู้เป็นบิดา
“โกหก!” จ้าวอิงตะโกน
“เจ้าร่วมมือกับจ้าวเข่อหรันใส่ร้ายข้า!”
จ้าวชงตวาด “พอ! ดูท่าทางเจ้าสิ ยังเหมือนกุลสตรีอยู่หรือไม่!”
จ้าวถึงหน้าซีด แต่ยังดื้อดึง “ลูกบริสุทธิ์!”
หลิวอีเหนียงเช็ดนํ้าตา
“ข้าจะเอาชีวิตลูกในครรภ์มาเสี่ยงเพื่อใส่ร้ายเจ้าหรือ?”
คําถามนั้นราวหอกทิ่มอก จ้าวอิงพูดไม่ออก ทันใดนั้น จ้าวเข่อหรัน
ก้าวออกมา สีหน้าสลด
“ท่านพ่อ ความจริงแล้ว สามน้องสาวตั้งใจจะทําร้ายบุตร หลิวอี้ เหนียงเพียงถูกลูกหลง…น่าสงสารเด็กที่ยังไม่ทันลืมตาดูโลก…
แน่?”
จ้าวอิงหน้าถอดสี “เจ้าอย่าใสร้ายข้า!”
จ้าวชงหรี่ตา
“เข่อหรัน เจ้าพูดให้ชัด ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเจ้ากับอิงเอ๋อร์กัน