หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 154 สั่งสอนจ้าวเข่อเหริน
154 สั่งสอนจ้าวเข่อเหริน
“ถ้าอย่างนั้นท่านแม่ยังต้องการอะไรอีกเล่าเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ๆ คล้ายสายลมอ่อนพัดผ่าน
ๆ
“จ้าวเย่อเหรินถูกย้าตบ เรื่องนี้ย้ายอมรับ แล้วต่อจากนี้เล่า? ท่าน
แม่จะตบย้าคืน เพื่อแก้แค้นแทนนางหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งราวเมมลอยของจ้าวเข่อหรัน ฉินเซียง
เหอหัวเราะเย็นชา
“อย่างไรเล่า? เจ้าตบตีน้องสาวของตัวเองแล้วยังกล้าท้าท่าผยอง
เช่นนี้ หรือเจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าลงโทษเจ้าหรือ?”
อะไร!”
นางกล่าวเสียงเย็นเฉียบ
“ข้าบอกเจ้าไว้ วันนี้ต่อให้ข้าจะลงโทษเจ้าจริง ๆ ก็ไม่มีผู้ใดกล้าพูด
“อย่างนั้นหรือ?”
จ้าวเข่อหรันไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
ท่านแม่คงลืมไปแล้วกระมัง เช้าวันนี้ราชโองการเพิ่งมาถึง ย้าใน
เวลานี้ นับว่าเป็นคนของราชวงศ์แล้ว ท่านคิดจริงหรือ ว่ายังมีสิทธิ์ลงโทษ
ช้า?
คําพูดนั้นราวกับตบหน้าฉินเสียงเหออย่างแรง
“เจ้า!”
จีนเชียงเหอโกรธจนหน้าเขียว
ต่อให้เจ้าเป็นว่าที่พระชายาอ๋องซวี่ แต่ตราบใดที่เจ้ายังไม่ได้ออก เรือน เจ้าก็ยังเป็นลูกสาวของข้า ข้าย่อมมีสิทธิ์อบรมสั่งสอนเจ้า!”
นางตวาดเสียงแข็ง
“เรียกคนมา! จับตัวคุณหนูใหญ่ไว้!”
ทันทีที่คําสั่งหลุดออกมา เหล่าหญิงรับใช้วัยกลางคนหลายคนก็กรู กันเข้ามา แต่ทว่า แม้จะเข้ามาแล้ว กลับไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องจ้าวเข่อหรัน แม้แต่น้อย คําเตือน จ้าวเข่อหรันเคยพูดครั้งก่อน ยังติดอยู่ในใจพวกนาง จะฝ่าฝืนคําสั่งฮูหยินก็ไม่ได้ แต่จะไปแตะต้องคุณหนูใหญ่ก็ยิ่งไม่กล้า ดัง นั้นจึงได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ราวกับรูปสลักไม้ แม่นมจีน ที่อยู่ด้านข้าง เห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจยิ่งนัก
ครั้งก่อนก็เพราะเรื่องทํานองนี้ ฮูหยินถึงกับแตกหักกับคุณหนูใหญ่ นางจึงพยายามเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมจีนเชียงเหอ แต่จีนเชียงเหอกลับไม่สน ใจแม้แต่น้อย เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ จ้าวเข่อหรันกลับรู้สึกขบขันเล็กน้อย ดูท่า แม่จะลืมบทเรียนครั้งก่อนเสียแล้ว นางยิ้มบาง เอ่ยอย่างสงบ
ท่านแม่คงลืมไปแล้วจริง ๆ กระมัง ย้ายังไม่ได้ออกเรือนก็จริง จึง ยังไม่ใช่พระชายาอ๋องชวี่อย่างเป็นทางการ แต่”
ย้า”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยช้า ๆ
ถึงอย่างไร ข้าก็ยังเป็น เหวินจวิ้นจี่ อยู่ดี ท่านแม่ไม่มีสิทธิ์ลงโทษ
“เจ้า!”
ฉินเสียงเหอโกรธจนพูดไม่ออก แต่จ้าวเข่อหรันไม่ได้สนใจนางอีก นางย่อตัวทําความเคารพอย่างเรียบร้อย ก่อนกล่าวอย่างสุภาพ
“ดูเหมือนท่านแม่จะไม่มีเรื่องอื่นจะพูดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน
กล่าวจบ นางก็หันหลังจากไปทันที แผ่นหลังของนางตรงสง่า ตั่ง ต้นไผ่กลางลม ฉินเสียงเหอยืนมองแผ่นหลังนั้น แววตาเต็มไปด้วยเพลิง โทสะ แต่สุดท้ายกลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่ค่าเดียว
อีกด้านหนึ่ง จ้าวเย่อเหรีนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กลับรู้สึกยินดี อยู่ลึก ๆ แม้จะไม่ได้เห็นจ้าวเข่อหรันถูกลงโทษ ทําให้นางรู้สึกเสียดายนิต หน่อย แต่สิ่งที่ทําให้นางพอใจที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับพี่สาว แตกหักแล้วจริง ๆ
หลังจากวันนี้ ความรู้สึกของแม่ที่มีต่อจ้าวเย่อหรัน คงจะมอดดับ จนแทบไม่เหลือแล้วกระมัง เช่นนั้น ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ย่อมต้อง ยืนอยู่ข้างนางแน่นอน แม้ในใจจะดีใจจนแทบลอย แต่จ้าวเย่อเหรินกลับทํา สีหน้าเศร้าสร้อย น่าสงสารยิ่งนัก นางมองจีนเชียงเหอ นํ้าเสียงสั่นเล็กน้อย
ท่านแม่… ล้วนเป็นความผิดของย้า ถ้าไม่ใช่เพราะย้า ท่านก็คงไม่
ต้องทะเลาะกับพี่หญิง”
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของนางยังแดงบวม ประกอบกับท่าทางสะเทือนใจ
ยิ่งทําให้ดูน่าสงสารอย่างยิ่ง จีนเชียงเห มองแล้วก็ปวดใจ นางยกมือขึ้น
ลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ
“เหรินเอ๋อร์ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”
นางถอนหายใจยาว
“เจ้าคงไม่รู้ ตั้งแต่เย่อหวั่นถูกฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นจวิ้นจี่ นิสัยของนาง ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว นางรู้อยู่แก่ใจว่าข้าไม่ชอบพวกอนุของพ่อเจ้า แต่ยัง จงใจไปสนิทสนมกับนังหญิงต่ําาช้าในสวนสุยเฟิงนั่น ครั้งก่อนข้าเตือนนาง ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ใครจะคิด นางไม่เพียงไม่สํานึก กลับยังเอายศจวิ้น มา
ข่มา!”
“สวรรค์!” จ้าวเย่อเหริน าท่าตกใจ
“พี่หญิงทําเช่นนี้กับท่านแม่ได้อย่างไร ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นลูกสาว
ของท่าน นา”
ฉินเสียงเหอมองลูกสาวที่อ่อนโยนเช่นนี้ ก็ยิ่งรู้สึกปลอบใจ
“ตอนนี้ตําาแหน่งของนางสูงส่งเพียงนั้น จะเห็นย้าอยู่ในสายตาได้
อย่างไร
นางจับมือจ้าวเย่อเหรินแน่น
‘เหรินเอ๋อร์ ตอนนี้แม่มีเจ้าเพียงคนเดียวแล้ว เจ้าต้องขยัน ต้อง
พยายามหาให้ดีให้
จ้าวเย่อเหรินรีบพยักหน้า นํ้าตาไหลอาบแก้ม
ท่านแม่วางใจเถิด ไม่ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านก็ยังเป็น
แม่ของข้าเสมอ ข้าจะไม่อกตัญญูเหมือนพี่หญิงแน่นอน”
ได้ยินเช่นนั้น ฉินเสียงเหอก็ยิ้มอย่างพอใจ
“แม่รู้อยู่แล้วว่าเหรินเอ๋อร์ของแม่ไม่เป็นเช่นนั้น”
นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า
“จริงสิ แม่ยังมีเรื่องหนึ่งอยากคุยกับเจ้า
แม้เวลานี้จะไม่เหมาะแก่การสนทนา แต่เมื่อสบโอกาส ฉินเชียง เหอก็อยากพูดให้ชัดเจน นางโบกมือไล่บ่าวไพร่ออกไปทั้งหมด ก่อนสั่งแม่
นมฉัน
ไปเฝ้าประตูไว้ ใครมาก็ต้องรายงานก่อน”
เมื่อทุกคนออกไปจากห้องโถงใหญ่ จ้าวเย่อเหรินจึงถามอย่างสงสัย
‘ท่านแม่ มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ทําไมต้องลึกลับเช่นนี้
ฉินเสียงเหอมองลูกสาว ก่อนถามตรง ๆ
“เหรินเอ๋อ ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าไท่จื่อชอบเจ้า? เช่นนั้น เหตุใดในงานคัดเลือกพระชายาครั้งนี้ เขาถึงไม่ได้เลือกเจ้าเป็นพระชายา
เอก?”
คําถาม ท่าให้นางข้องใจมาตลอด ตอนแรกนางคิดว่าจ้าวเย่อเหริน มีโอกาสเป็นถึงไท่จื่อเฟย นางจึงพยายามทุกวิถีทางยกเลิกสัญญาหมั้นกับ ตระกูลจงอี้โหว แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเพียง ไท่จื่อเช่อเฟย เท่านั้น แม้ ตําาแหน่งชายารองของไท่จื่อจะสูงกว่าภรรยาของชื่อจื่อแห่งจงอี้โหว แต่ไม่ ว่าอย่างไร ก็ยังเป็นเพียงอนุ ยังต้องอยู่ใต้ไท่จื่อเฟย
ในยุคนี้ ต่อให้ฐานะดีเพียงใด การเป็นภรรยาเอก ย่อมดีกว่าการ เป็นอนุเสมอ โดยเฉพาะหากจ้าวเย่อเหรินแต่งกับหลินซีหร่าน ด้วยมิตร ภาพระหว่างสองตระกูล นางย่อมไม่มีทางถูกกลั่นแกล้ง แต่ตอนนี้ เมื่อ นึกถึงตรงนี้ ฉินเสียงเหอก็อดเป็นห่วงไม่ได้
เมื่อได้ยินคําถามนั้น จ้าวเย่อเหรินก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที นางเคย คิดว่าตนจะได้เป็นไท่จื่อเฟยเช่นกัน แต่สุดท้ายกลับได้เพียงตําแหน่งชายา
รอง ยิ่งคิดถึงตอนที่หลี่ฝูเฉวียนมาประกาศราชโองการวันนี้ นางยังไม่ได้รับ
แม้แต่พระราชโองการแยกต่างหาก ยิ่งทําให้นางอับอาย
“ท่านแม่… จริง ๆ แล้วไท่จื่อชอบช้า”
นางพูดเสียงเบา สีหน้าหม่นหมอง แต่ถ้าเขาอยากขึ้นครองราชย์ ก็ต้องพึ่งกําลังของท่านลุง… ดังนั้น เขาจึงเลือกท่านพี่อี๋เหมี่ยวเป็นไท่จื่อเฟย”
ความจริงนี้ แม้ไม่อยากยอมรับเพียงใด นางก็ต้องยอมรับ นาง
แพ้… เพราะชาติกําาเนิด เพียงเพราะพื้นเพ นางจึงทําได้แค่เป็นชายารอง ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินค่อย ๆ เย็นลง ความแค้นลุกโชนเงียบ ๆ ในใจ จ้าวเข่อหรัน… เจ้ากล้าตบย้าในวันนี้ วันหน้า ข้าจะทวงคืนให้หมด ทั้งต้นทั้ง ตอก ไม่เหลือแม้แต่น้อย