หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 153 ฟ้องร้อง
153 ฟ้องร้อง
เมื่อกลับถึง เรือนเยี่ยอวี ครึ่งหนึ่งของใบหน้า จ้าวเย่อเหริน ก็แดง บวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยฝ่ามือสีแดงสดประทับเด่นอยู่บนแก้มขาว
เนียน ราวกับตราประทับอันโหดร้ายที่ใครบางคนจงใจฝากไว้ นางเดินเข้า มาในเรือนด้วยสีหน้ามืดครื้ม ราวกับพายุที่กําลังก่อตัว เงียบงันและกดดัน
บรรตาบ่าวรับใช้ในเรือน เมื่อเห็นสภาพของนายหญิง ต่างพากัน หน้าซ๊ตด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง คนในเรือนเชื่ ยอวี่ต่างรู้สึกว่าชะตาชีวิตของตนช่างอาภัพนัก ถึงได้ถูกส่งมารับใช้ที่นี่ ภาย นอกผู้คนต่างพูดกันว่า คุณหนูรอง อ่อนโยน สุภาพ งดงามสูงศักดิ์ แต่ใน สายตาของบ่าวเหล่านี้ นางกลับเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ยามดีเหมือน
นางฟ้า ยามร้ายกลับราวปีศาจ
ก่อนหน้านี้ ผิงเอ๋อ ก็เคยเคราะห์ร้ายเช่นนี้ นางไม่ได้ทําอะไรผิด เลย แต่กลับถูกจ้าวเย่อเหรินขว้างถ้วยชาใส่จนใบหน้าถูกลวกเสียโฉม หลัง จากงาน คัดเลือกพระชายา จบลง แม้จ้าวเย่อเหรินจะได้รับเลือก แต่ไม่รู้ เพราะเหตุใด ตั้งแต่กลับมานางก็อารมณ์เสียตลอดเวลา บรรยากาศทั้ง เรือนจึงหนักอึ้ง ราวกับมีเมม าปกคลุม
บ่าวทุกคนต้องทํางานอย่างระมัดระวังยิ่งนัก กลัวเพียงว่าเผลอท้า พลาดแม้แต่น้อย ก็จะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของนาง ก่อนหน้านี้ยังมี ข่าวลือแพร่สะพัดว่า เมื่อ คุณหนูใหญ่ กลับมาถึงเรือน ชุนฮุยหยวน ก็แจก ซองแตงให้บ่าวทุกคน เมื่อได้ยินข่าวนั้น บ่าวในเรือนเ ยอ ต่างอิจฉาจน แทบกับผ้าเช็ดหน้า ทั้งที่ต่างก็เป็นบ่าวเหมือนกัน เหตุใดชะตาชีวิตถึงต่าง
กันราวฟ้ากับดิน
ตอนนี้พวกนางไม่กล้าหวังซองแดงแล้ว ขอเพียงคุณหนูรอง อารมณ์ดีขึ้นบ้าง อย่าพิโรธทุกวันเช่นนี้ก็พอแล้ว เพราะบรรยากาศเช่นนี้
ช่างทําให้คนอยู่ด้วยหายใจแทบไม่ออก
ทันทีที่กลับถึงห้องของตน จ้าวเย่อเหริน ก็เริ่มขว้างปาข้าวของ เสียงเครื่องลายครามแตกกระจายตังต่อเนื่อง เห็นนางเดือดดาลเช่นนั้น เสียนอวิ๋น กับ เสียนรั่ว ก็ไม่กล้าห้าม ได้แต่ยืนก้มหน้าให้นางระบายโทสะ เวลาผ่านไปครูใหญ่ อารมณ์ของจ้าวเย่อเหรินจึงค่อย ๆ สงบลง เสียนถั่วเห็นว่านายหญิงเริ่มสงบ จึงรีบเดินเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว รินน้ํา
ชาแล้วยื่นให้
คะ”
“คุณหนู อย่าโกรธอีกเลยเจ้าค่ะ การโกรธมากไม่ดีต่อสุขภาพนะเจ้า
จ้าวเย่อเหรินรับถ้วยชา ตั่มเข้าไปอีกใหญ่ แล้วก็ เพล้ง! ถ้วยชาถูก นางขว้างลงพื้นแตกกระจาย
ไม่ให้โกรธหรือ?”
นํ้าเสียงของนางเต็มไปด้วยไฟโทสะ
เจ้าบอกข้าสิ ว่าข้าจะไม่โกรธใด้อย่างไร! จ้าวเย่อหรันนั่น นางมิ สิทธิ์อะไรถึงกล้าตบย้า! นางคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!”
ดวงตานางแดงก่ําา
ตั้งแต่เล็กจนโต ยังไม่เคยมีใครกล้าตบ า แ แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ ไม่เคยแตะต้องย้าสักครั้ง แล้วนางจ้าวเข่อหรันเป็นตัวอะไร ถึงกล้าทําเช่นนี้
กับย้า!”
เห็นเสียนลั่วเข้าไปปลอบก่อน เรียนอวิ๋นก็แอบเสียดายในใจ แต่ไม่
นาน นางก็รีบก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“คุณหนูเจ้าคะ แท้จริงแล้วเรื่องนี้… อาจเป็นโอกาสดีของท่านก็ได้”
‘โอกาสดี?”
จ้าวเย่อเหรินขมวดคิ้ว
เจ้าหมายความว่าอย่างไร พูดให้ชัด
เสียนอวินยิ้มบาง ๆ
ก่อนหน้านี้พวกเราไม่ได้ยินข่าวลือหรือเจ้าคะ ว่าคุณหนูใหญ่
กับฮูหยินเคยทะเลาะกัน”
“เรื่องนั้นย้ารู้”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้า
“แต่จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ข้าจะไปถามท่านแม่ตรง ๆ ว่า ท่านทะเลาะกับ จ้าวเย่อหรันหรือไม่’ ได้อย่างไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโอกาสที่เจ้าพูดถึง?” เสียน วั่นหัวเราะเบา ๆ
“แม้เราไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ท่าทีของฮูหยินต่อคุณหนูใหญ่ช่วงนี้ พวกเราก็เห็นกันอยู่นะเจ้าคะ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ครั้งนี้คุณหนูใหญ่ถูกเลือก เป็น พระชายาแห่งอ๋องซวี่ ฮูหยินก็ไม่ได้ดูยินดีนัก ถ้าตอนนี้คุณหนูไป บอกฮูหยินว่า คุณหนูใหญ่ตบท่าน…
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยรอยยิ้มเย็น
ท่านคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”
ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินสว่างวาบ
“ถูกต้อง!” นางยิ้มอย่างพอใจ
“ไม่ว่าตอนนี้ท่านแม่จะทะเลาะกับจ้าวเย่อหรนจริงหรือไม่ แต่ถ้าย้า
เอาเรื่องนี้ไปบอก…ท่านแม่ต้องยิ่งเกลียดนางแน่! บางที… อาจลงโทษ นาง
ด้วยซ้ํา!”
เสียนอวิ๋นหัวเราะ
“ถูกต้องเจ้าค่ะ ถึงตอนนั้นคุณหนูเพียงเติมเชื้อไฟเล็กน้อย…ต่อให้ สองแม่ลูกยังไม่แตกหัก เราก็จะทําให้ระหว่างพวกนางมีรอยร้าวขึ้นมาได้
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้าอย่างพอใจ แววตาที่มองเสียนอวิ๋นเต็มไป
ด้วยความชื่นชม
“เสียนอวิ๋น เจ้านี่ฉลาดจริง ๆ คือวิธีนี้ได้ทันที
เมื่อได้ยินค่าชม เสียนอวีนก็เหลือบมองเสียนลิ่วอย่างเยาะเย้ย เสียนลั่วก้าหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ เพราะครั้งนี้..
นางคิดช้ากว่าอีกฝ่ายจริง ๆ เสียน วจึงถามขึ้นอีก
“คุณหนู แล้วเรื่องนี้จะบอกนายท่านหรือไม่เจ้าคะ?”
ในความคิดของนาง หากบอก ท่านพ่อ ผู้เป็นเจ้าบ้าน อาจได้ผลยิ่ง
กว่า แต่จ้าวเย่อเหรินกลับส่ายหน้า
“ไม่ต้อง”
นํ้าเสียงของนางเย็นเยียบ
“ถ้าบอกท่านพ่อ เรื่องนี้อาจไม่ลงโทษ จ้าวเย่อหรันด้วยซ้ําา
“ย้ารู้ดีว่าท่านพ่อเป็นคนเช่นไร เขาอาจรักข้า… แต่ในสายตาเขา ไม่มี สิ่งใดสําคัญไปกว่าอําานาจ ตอนนี้จ้าวเข่อหรันเป็นว่าที่พระชายาอ๋องชวี่แล้ว
ท่านพ่อไม่มีทางลงโทษนางแน่นอน”
เสียนลั่วจึงไม่พูดอะไรอีก จ้าวเข่อเหรินลุกขึ้นทันที
เอาล่ะ ในเมื่อคิดได้แล้ว ก็ไป เรือนชิงเหอเก้อ เดี๋ยวนี้!”
นางต้องรีบไป เพราะรอยฝ่ามือบนหน้าของนาง คือหลักฐานที่ดีที่ สุด หากรอจนแผลจาง คําพูดของนางก็จะไม่มีน้ําหนักอีก
ในเวลาเดียวกัน ที่ เรือนชิงเหอเก๋อ ฉินเสียงเหอ ก็กําลังกระวนกระ วายใจ ตอนที่เห็นสีหน้าของเย่อเหรินเมื่อครู่ นางก็รู้สึกไม่สบายใจนัก เดิม ที ในความคิดของนาง การไปงานคัดเลือกพระชายาครั้งนี้ จ้าวเข่อหรัน ไม่
น่าจะได้รับเลือก ส่วน จ้าวเย่อเหริน ควรได้เป็น พระชายาเอกขององค์รัช
ทายาท แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง จ้าวเข่อหรันถูกเลือกเป็น พระชายาอ๋องช
ส่วนเย่อเหริน…ได้เพียงตาแหน่ง ชายารองขององค์รัชทายาท ความ แตกต่างนี้ ทําให้นางกังวลว่า ลูกสาวคนโปรดอาจรับไม่ไหว แม่นมฉิน ที่ยืน
อยู่ข้าง ๆ อดพูดขึ้นไม่ได้
“ฮูหยิน ตอนนี้คุณหนูใหญ่ถูกเลือกเป็นพระชายาอ๋องชวี่แล้ว ท่านไม่ ควรหาโอกาสคืนดีกับนางหรือเจ้าคะ?”
ตั้งแต่รู้ข่าว แม่นมฉิน ก็พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ตลอด ในความคิด นาง แม่ลูกจะโกรธกันเพียงใด ก็ไม่มีทางกลายเป็นศัตรู ยิ่งไปกว่านั้น การ คืนดีกับจ้าวเข่อหรัน ย่อมเป็นผลดีต่อฐานะของฮูหยิน แต่จีนเซียงเหอกลับ หัวเราะเย็น
“คืนดีกับนาง? เพราะอะไร? เจ้าก็เห็นนิสัยนางวันนั้นแล้ว ยังเอา ฐานะมากดข้าอีก! ตอนนี้นางเป็นทั้ง จวิ้นเหวิน แล้วยังเป็นว่าที่พระชายา อ๋องซวี่อีก สูงส่งเพียงนั้น ข้าจะกล้าไปผูกมิตรกับนางได้อย่างไร!
แม่นมฉินถอนหายใจ
“ฮูหยิน คุณหนูใหญ่ยังเด็ก จึงล่วงเกินท่าน ท่านอย่าถือสาเลย อย่างไรเสีย นางก็เป็นว่าที่พระชายาอ๋องซวี่ หากคืนดีกัน จะมีแต่ประโยชน์ “แม่ลูกจะมีความแค้นอะไรลึกซึ้งนัก ขอเพียงท่านเปิดปากก่อน คุณหนูใหญ่ ต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน”
แต่ฉันเชียงเหอสายหน้า
ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีทางเปิดปากก่อน ถ้านางอยากคืนดี ก็ให้มา
หาข้าเอง ข้าเคยบอกแล้ว… ข้าจะถือว่าไม่มีลูกสาวคนนี้อีก แม่นมจีนยังอยากพูดต่อ แต่ในเวลานั้นเอง สาวใช้หย่าเอ๋อร์ ก็เดิน
เข้ามา
“ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูรองมาขอพบท่าน ตอนนี้อยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ”
“เย่อเหริน?”
จีนเชียงเหอประหลาดใจ เมื่อครู่สีหน้าลูกสาวก็ไม่ดีอยู่แล้ว นางตั้ง ใจจะปล่อยให้พักผ่อนก่อน แต่เหตุใดจึงมาหาในเวลานี้? หย่าเอ๋อร์ลังเล
เล็กน้อย
แล้วก็… คุณหนูรองเหมือนถูกใครตบเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ!”
จีนเชียงเหอตบโต๊ะด้ง
‘ใครกล้าตบลูกสาวช้า! รีบพานางเข้ามา!”
ไม่นาน จ้าวเชอเหรินก็เดินเข้ามา ทันทีที่เข้าประตู นางก็พุ่งเข้ากอด
จีนเชียงเห แล้วร้องให้ รอยฝ่ามือแดง ตบนใบหน้า ทําให้หัวใจผู้เป็นแม่ เต๊อตตาล จีนเชียงเหอพยายามข่มอารมณ์ แล้วถามเสียงนุ่ม “เย่อเหริน บอกแม่มา โครตบเจ้า?”
จ้าวเย่อเหรินสะอื้น
“ท่านแม่… เป็นท่านพี่เจ้าค่ะ ตอนนี้นางเป็นพระชายาอ๋องซวี่แล้ว
ส่วนช้าเป็นแค่ชายารอง… นางจึงดูถูกย้า ตบย้า…ท่านแม่ต้องช่วยช้านะเจ้า
คะ”
ไฟโทสะของจีนเชียงเหอพลุ่งพล่าน
“จ้าวเข่อหรัน! นางกล้าตบเจ้า? ดีจริง ๆ ลูกสาวบ้าคนนี้! ไม่เพียง กลัาต่อต้านแม่ ยังกล้าตบพี่น้อง!”
ในดวงตาของจ้าวเย่อเหริน ประกายพอใจวาบผ่านอย่างรวดเร็ว ดู เหมือนข่าวลือจะเป็นจริง แม่กับจ้าวเข่อหรัน… แตกหักกันแล้วจริง ๆ วันนี้
นางมาถูกเวลานัก
ไม่นาน คําสั่งก็ถูกส่งไป ให้ไปเชิญจ้าวเข่อหรันมาที่เรือนชิงเหอเกือ และในตอนนั้นเอง ที่เรือน ชุนฮุยหยวน จ้าวเข่อหรันเพิ่งจะได้พัก เหตุ การณ์เมื่อครู่ทําให้นางหงุดหงิดไม่น้อย แต่เรื่องที่ตบจ้าวเข่อเหรินหนึ่ง ฉาด นาง ไม่เสียใจแม้แต่น้อย เพราะอีกฝ่ายรังควานนางช้าแล้วซ้ําเล่า หาก นางยังถอย อีกฝ่ายก็จะคิดว่านางรังแกได้
เพียงไม่นาน หย่าเอ๋อ ก็มาถึง พร้อมค้าเชิญจากมารดา จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มบาง นางรู้ดี เรื่องนี้ ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่ต่อให้ เป็นพายุ นางก็ไม่คิดหลบหนี ดังนั้น นางจึงพา ชื่อเสียง มุ่งหน้าไปยัง เรือนชิงเหอเก๋อ อย่างสง่างาม