หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 156 อ่องซวี่มาเยือน
156 อ่องซวี่มาเยือน
หลังกลับมาถึงจวนใหชื้อได้หลายวัน นอกจากความวุ่นวายเล็กน้อย ในวันรุ่งขึ้นแล้ว ชีวิตของ จ้าวเข่อหรัน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานับว่าราบ รื่นสบายใจไม่น้อย ช่วงนี้ไม่รู้ว่า จ้าวเย่อเหริน กําลังวุ่นอยู่กับเรื่องอันใด นางจึงไม่ได้มารังควานอีกเลย
ทว่า…ถึงแม้จะสงบเช่นนี้ จ้าวเข่อหรันก็ไม่คิดปล่อยเรื่องราวที่ผ่าน มาให้เลือนหายไปง่าย ๆ ในสายตาของนาง “ผู้ใดทําสิ่งใดไว้…ย่อมต้องรับ ผลของสิ่งนั้น” ดังนั้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางจึงแอบวางหมาก เงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง ภายใต้การลงมือของ จีนเชียง และ ชื่อเสียง ความ จริงเกี่ยวกับเรื่องถอนหมั้นในอดีต…อีกไม่นาน จงอี้โหว ย่อมได้รับรู้ทุก
อย่าง
และในวันหนึ่ง จวนใหซื้อก็ได้ต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติยิ่ง หลัง อาหารเช้าไม่นาน คู่หมั้นของจ้าวเข่อหรัน องค์ชายสาม อ๋องซวี่ ซือกูชวี่ ได้ เสด็จมาถึงจวนไท่ซือด้วยพระองค์เอง เมื่อเห็นการมาเยือนของฮือดูช
จ้าวชง ถึงกับตกตะลึง
แม้เขาจะรู้มาก่อนแล้วว่า บุตรสาวคนโตของตนได้รับพระราชทาน สมรสให้เป็นพระชายาอ๋องซวี่ แต่เมื่อเห็นองค์ชายมาถึงจวนด้วยพระองค์ เอง…เขากลับรู้สึกไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง ฐานะของอ๋องซวี่คือผู้ใดเล่า ใครใน เมืองหลวงจะไม่รู้จัก แม้องค์ชายสามจะไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองราชสํานัก แต่พระองค์เป็นโอรสของ เซียวกุ้ยเฟย สนมเอกที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่ สุด น่าเสียดายที่เซียวกุ้ยเฟยสิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุยังน้อย
ถึงกระนั้น ฮ่องเต้กลับยิ่งทรงเอ็นดูโอรสที่นางทิ้งไว้มากกว่าเดิม แม้อ๋องชวี่จะไม่มีโอกาสแย่งชิงบัลลังก์ แต่หากผู้ใดได้แต่งงานกับพระองค์ ชีวิตย่อมมั่งคั่งสุขสบายตลอดไป ด้วยเหตุนี้ สตรีในเมืองหลวงนับไม่ถ้วน ต่างใฝ่ฝันจะได้แต่งเย้าจวนอ๋อง วี่
แต่ทว่า อ๋อง ที่เป็นคนเย็นชาโดยธรรมชาติ ต่อให้เป็นฮ่องเต้ พระ องค์ก็ยังทรงวางสีหน้าเรียบเฉย ดังนั้นแม้คุณหนูทั้งหลายจะมีใจให้ แต่ก็มี อาจเอาชนะใจบุรุษผู้นี้ได้
เมื่อเห็นซือ ชวี่มาถึง จ้าวชงจึงรู้สึกกระวนกระวายใจ แม้ในนามจะ เป็นว่าที่ลูกเขย แต่เขาก็ไม่กล้าปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเหมือนคนในครอบครัว ได้ เพียงคอยรับรองอย่างนอบน้อม ดังนั้นในห้องโถงใหญ่ ชื่อชวี่และ จ้าวชงจึงนั่งตั่มชาอยู่ตรงกัน องค์ชายสามมิใช่คนพูดมาก ส่วนจ้าวซงก็ไม่รู้ จะพูดอะไร ทั้งสองจึงนั่งเงียบงัน บรรยากาศอึดอัดค่อย ๆ แผ่ปกคลุมทั่ว ห้องโถง
จนกระทั่ง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น ไม่นานนัก ร่างของ
จ้าวเข่อหรันก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ทันทีที่เข้ามาในห้องโถง นางก็ เห็นซือถูซวี่นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ส่วนบิดาของนางนั่งยิ้มเอาใจอยู่ข้าง ๆ แต่ อ ชวี่กลับไม่ได้สนใจ เพียงดื่มชาเงียบ ๆ ภาพนั้นทําให้จ้าวเข่อหรันอด ทําในใจไม่ได้ ต่อหน้าผู้อื่น นางจึงต้องสํารวม เมื่อเดินเข้ามา นางรีบโค้ง
อ๋านับ
‘หม่อมฉัน จ้าวเย่อหรัน คารวะท่านอ๋องซวี่เพคะ”
ชือกูชวี่กล่าวเรียบ ๆ
“คุณหนูจ้าวไม่ต้องมากพิธี
ไม่นานจ้าวเย่อหรันก็นั่งลง
“ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านอ๋องเสด็จมาด้วยเรื่องอันใดหรือเพคะ”
ฮือกูชวี่ตอบเสียงราบเรียบ
“วันนี้ข้ามาเยี่ยมว่าที่พระชายาของข้า”
ก่อนจะเสริมเบา ๆ
“และมีเรื่องบางอย่างอยากหารือกับคุณหนูจ้าว”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง แม้บทสนทนาเช่นนี้จะดูฝัน ๆ แต่ในสถาน
การณ์เช่นนี้ พวกเขาก็ต้องรักษามารยาท
เช่นนั้นท่านอ๋องก็ตรัสมาได้เลยเพคะ
ช๊อกูช มองรอบ ๆ ห้องโถง ก่อนเอ่ย
“อ้าอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว ได้หรือไม่”
แท้จริงแล้วเขาทนการพูดจาเป็นทางการเช่นนี้ไม่ไหวแล้ว เขาอยาก อยู่กับนางสองต่อสองมากกว่า จ้าวเข่อหรันแสร้งท้า า าบากใจ ก่อนหัน
ไปมองจ้าวซง
เช่นนี้จะไม่ผิดธรรมเนียมหรือเพคะ”
จ้าวชงรีบพูดทันที
“ไม่เป็นไรหรอก เย่อหรัน เจ้าไปคุยกับท่านอ๋องที่สวนก็ได้ ยังไงพวก เจ้าก็เป็นคู่หมั้นกันแล้ว”
ความจริงแล้ว เขาอยากออกจากสถานการณ์อึดอัด ตั้งนานแล้ว ไม่นานนัก ชือกูช และจ้าวเข่อหรันก็เดินมายังสวน ทั้งสองนั่งลงในศาลา กลางนํ้า หลังจาก ฉินเชียง และ ชือเชียง จัดชาและขนมเรียบร้อย ก็ถอยไป เฝ้าอยู่นอกศาลา
ในที่สุด ทั้งสองก็ได้อยู่กันตามลําพัง บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ช๊อกูช มองใบหน้างดงามที่ไม่ได้พบมาหลายวัน แววตาอ่อนโยนขึ้นอย่าง
เห็นได้ชัด
เจ้าตัวเล็ก นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ข้ามาหาเจ้าที่จวนใหฮืออย่างเปิด
เผยกระมัง”
กลางคืน’
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
น่ะ
ก่อนหน้านี้ท่านมาแต่ละครั้ง…ลอบปีนหน้าต่างเข้ามาเหมือนโจร
ซือดูชวี่หัวเราะ
“ความกล้าเจ้าก็ไม่เบาเหมือนกัน จ่าครั้งแรกที่เราพบกันได้หรือไม่ ตอนนั้น กลั่นเพียงใด ชายแปลกหน้าปรากฏตัวที่หน้าต่างของเจ้า…เจ้าไม่
กลัวเลยหรือ”
จ้าวเข่อหรานยิ้มเจ้าเล่ห์
“ก็เพราะเห็นท่านใส่ชุดยาวน่ะสิ คนที่ออกไปท่าเรื่อง วกลางคืน คง
ไม่มีใครสวมชุดยาวหรอก”
ฮือดูชวี่หัวเราะ ก่อนยื่นมือไปบีบปลายจมูกนางเบา ๆ
เจ้าตัวเล็ก เจ้านี่มีเหตุผลประหลาดเต็มไปหมดจริง ๆ”
จ้าวเย่อหรันรีบปัดมือเขาออก
“อย่ามือไว ตอนนี้เราอยู่ในที่สาธารณะนะ”
ชือบูช กลับคว้ามือนางมา แล้วจุมพิตเบา ๆ บนหลังมือ
“จะกลัวอะไร เราสองคนเป็นคู่หมั้นกันแล้ว ต่อให้สนิทกันหน่อย ก็ ไม่มีใครกล้าพูดอะไร”
อ๋อง วี
จ้าวเย่อหรันถลึงตาใส่เยา
“อย่าลืมสิ ถึงเราจะหมั้นกันแล้ว แต่เรายังไม่สนิทกันหรอกนะ ท่าน
ซือชวี่ยิ้มเจ้าเล่ห์
“ข้าไม่สนหรอก อย่างน้อยตอนนี้ย้าก็มีฐานะเป็นคู่หมั้นของเจ้าแล้ว และหน้าที่ของคู่หมั้นก็คือ…ทําความรู้จักกันให้ดี อีกไม่นานเราก็จะแต่งงาน
กันแล้ว
จ้าวเข่อหรันยิ้มมุมปาก
“ท่านคิดผิดแล้วล่ะ อย่าลืมว่าย้ายังไม่ถึงวัยปักปิ่น ดังนั้น…เรื่อง
แต่งงานยังอีกตั้งปีหนึ่ง
ทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าชื่อชวี่ก็หม่นลงทันที กว่าจะได้หมั้นกับ
นางอย่างเปิดเผย เขาใช้วิธีมามากมาย แต่เพราะนางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น งานแต่งจึงต้องเลื่อนออกไปอีกหนึ่งปี จ้าวเข่อหรันหัวเราะ
ก็แค่ปีเดียวเองนะ”
ชือ ชวีถอนหายใจ
“ก่อนหน้า ย้าก็คิดว่าหนึ่งปีสั้นมาก แต่ตั้งแต่หมั้นกับเจ้า ข้ากลับรู้
กว่าเวลาช่างเดินช้าเหลือเกิน ข้าอยากให้วันปักปิ่นของเจ้ามาถึงเร็ว ๆ เพราะวันนั้น…จะเป็นวันที่เรากําหนดวันแต่งงานได้ ทุกวันข้ารอคอยวันแต่ง
งานของเรา”
แววตาของเขาจริงจังยิ่งนัก คําพูดเหล่านั้นทําให้หัวใจของ
จ้าวเย่อหรันอ่อนยวบ นางรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอะไรกันแน่”
ชือดูชวี่บึ้ม
“อ้าอยากถามว่า…ช่วงนี้เจ้ากําลังทําอะไรอยู่หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่า สิ่งที่เจ้าทํา…เกี่ยวข้องกับเรื่องถอนหมั้นของน้องสาวเจ้า”
จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้ว
ชือเสียงเป็นคนบอกท่านหรือ
ซ๊อกูชวี่ส่ายหัว
“ไม่ใช่ เจ้าทาเรื่องใหญ่พอสมควร ข้าไม่อยากรู้ยังยาก”
จ้าวเข่อหรันตกใจ
เป็นไปได้อย่างไร จีนเชียงกับ อเชียงคํางานระมัดระวังมากนะ”
ซือกูชวี่หัวเราะ
“พวกนางทําได้แล้ว เพียงแต่ยังอายุน้อย ประสบการณ์ยังไม่มาก แต่ไม่ต้องกังวล ร่องรอยทั้งหมด ย้าจัดการลบให้แล้ว”
มาก”
หรือ”
หนึ่งเลย
จ้าวเข่อหรันยิ้มหวาน
“มีคู่หมั้นอย่างท่านนี่ดีจริง ๆ ช่วยเก็บกวาดเรื่องยุ่ง ๆ ให้ข้าได้ตั้ง
ฮือกูชวี่หัวเราะ “สรุปแล้วข้ามีประโยชน์แค่นี้หรือ
ทั้งสองหัวเราะกัน จากนั้นชื่อ ถาม “เจ้าหาเช่นนี้เพราะอะไร ก่อนหน้านี้เจ้าไม่อยากยุ่งกับเรื่องนั้นไม่ใช่
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
‘เพราะน้องสาวแสนติของข้า…คิดจะตบหน้าย้า”
ดวงตาฮือถูซวี่วาบเย็น
‘นางกลัา?!”
จ้าวเข่อหรันรีบพูด
“ข้าไม่เป็นอะไร แถมยังตบนางกลับไปหนึ่งทีด้วย หน้าบวมไปครึ่ง
ซือถูชวี่กล่าวเย็นชา
‘เจ้าควรตบให้บวมทั้งสองข้าง”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะ
เรื่องนี้ยัาจะจัดการเองท่านห้ามแทรกแซงนะ” ชือกูชวี่จ๋าใจพยักหน้า จ้าวเข่อหรันยิ้ม ก่อนถามคําถามหนึ่ง
“ชวี่ ข้าขอถามอะไรหน่อย ท่านคิดว่า…ระหว่างพ่อของข้า กับท่านอา รองของช้า ผู้ใดมีโอกาสได้เป็น เจิ้นเป่ยโหว มากกว่ากัน?”