หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 157 ความจริงถูกเปิดโปง
157 ความจริงถูกเปิดโปง
เมื่อได้ยินคําถามของจ้าวเข่อหรัน ซือ ชวี่ก็อดแปลกใจเล็กน้อยไม่ ได้ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าดูจากทุกด้านแล้ว โอกาสที่บิดาของเจ้าจะได้สืบทอดตําแหน่ง
ย่อมสูงกว่า”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่ออย่างจริงจัง
‘พูดกันตามตรง หากวัดกันที่ความสามารถ บิดาของเจ้ายังสู้ท่าน อาของเจ้าไม่ได้ด้วยซ้ํา เรื่องนี้ดูได้จากตําแหน่งของทั้งสองในราชสํานักก็ พอรู้แล้ว แต่โชคของบิดาเจ้าดีกว่า…เขามีภรรยาที่ดี อีกทั้งยังมีบุตรสาว อย่างเจ้าและจ้าวเย่อเหริน”
สายตาของชือถูซ ทอดมองนางอย่างลึกซึ้ง
เมื่อถึงเวลาที่เจิ้นเป่ยโหว ต้องเลือกผู้สืบทอด เขาย่อมต้องคํานึง ถึงปัจจัยเหล่านี้ ดังนั้นข้าจึงบอกว่า บิดาของเจ้ามีโอกาสสูงที่สุด”
“อย่างนั้นหรือ “
จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้วเล็กน้อย แท้จริงแล้ว สิ่งที่ อช พูด นางเคย คิดเอาไว้ตั้งนานแล้ว ทว่า…ผลลัพธ์เช่นนั้น นางกลับไม่ต้องการให้มันเกิด ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชือ ซวี่สังเกตเห็นสีหน้าของนาง ก็อดสงสัยไม่ได้
ทําไมหรือ? หรือว่า…เจ้าไม่อยากให้บิดาของเจ้าสืบทอดตําแหน่ง?
เขาเองก็ไม่ได้ชอบจ้าวชงนัก เมื่อก่อนชายผู้นั้นเมินเฉยนางดุจไร้ตัว ตน บัดนี้กลับหันมาเอาอกเอาใจ เพียงเพราะฐานะของนางเปลี่ยนไปและ สามารถสร้างประโยชน์ให้เขาได้ คนเช่นนี้ เห็นแก่ประโยชน์จนไม่เหลือศักดิ์
ศรี
ถึงอย่างนั้น หากต้องเลือกจริง ๆ เขายังคิดว่าให้จ้าวซงสืบทอด ตําาแหน่งจะดีกว่า อย่างไรเสีย…นั่นก็เป็นบิดาแท้ ๆ ของจ้าวเข่อหรัน แต่คํา ตอบของจ้าวเย่อหรันกลับตรงไปตรงมาจนน่าประหลาดใจ
‘ชวี่ ท่านช่างเย้าใจย้านัก”
นางยิ้มบาง ๆ
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะให้บิดาของย้าขึ้นครองตําแหน่งนั้น
ชือ ช ชะงักไปครู่หนึ่ง
งั้นเจ้าคิดอย่างไร?”
ดวงตาของจ้าวเย่อหรันเป็นประกายบางเบา ราวกับมีแผนการบาง
อย่างซ่อนอยู่
“คนที่เหมาะสมที่สุดในสายตาช้า ไม่ใช่บิดาข้า แต่เป็นอีกคนหนึ่ง…”
นางเอ่ยช้า ๆ
‘น้องชายต่างมารดาของข้า จ้าวเข่อเฟิง
ชือกูชวี่เลิกคิ้วทันที
“จ้าวเย่อเฟิง ?”
“เจ้าจะข้ามทั้งบิดาและท่านอา ให้เด็กคนนั้นขึ้นเป็นผู้สืบทอดเลย
หรือ?
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า
“ไม่ว่าจะเป็นบิดาย้าหรือท่านอา ข้าไม่อยากเห็นคนใดคนหนึ่ง ม
ครองตําแหน่งนั้นทั้งสิ้น”
นางพูดด้วยนํ้าเสียงเรียบสงบ แต่แฝงความเด็ดขาด
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ให้เฟิงเอ๋อร์ขึ้นไปเสียยังจะดีกว่า อย่างน้อย
สําหรับย้า นั่นคือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ฮือถูซ มองนางอย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มมุมปาก
ดูเหมือนเจ้าจะเชื่อใจน้องชายคนนี้มากทีเดียว”
“y”
จ้าวเย่อหรันตอบโดยไม่ลังเล
‘ในบ้านนั้น ใครก็อาจทรยศย้าได้
แต่เพิงเอ๋อร์ ไม่มีวัน
ซือถูช หรี่ตาเล็กน้อย
“เด็กเหลือขอคนนั้นมีดีอะไร ถึงทําให้เจ้าเชื่อใจได้ขนาดนี้?”
นํ้าเสียงของเขาเปรี้ยวกรุ่นอย่างชัดเจน พูดง่าย ๆ ก็คือ….หึง ก่อน หน้านี้เขาเคยสิบเรื่องคนในจวนจ้าวมาแล้ว จ้าวเข่อหรันกับเด็กคนนั้นแทบ ไม่ได้สนิทกันเลย จนกระทั่งหลังจากนางตกน้ํา ความสัมพันธ์จึงค่อย ๆ ดี ขึ้น เขาไม่เข้าใจเลย เหตุใดนางถึงเชื่อใจน้องชายต่างมารดาคนนั้นถึงเพียง นี้ จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
หึงหรือ?”
‘เยาเป็นน้องชายของข้า”
ช๊อกูช ท่าเสียงอื
“น้องชายแล้วอย่างไร ก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดี”
คําพูดนั้นเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบกลายเป็นน้ําส้มสายชู
“ย้าแค่ไม่เข้าใจว่าทําไมเจ้าถึงเชื่อใจเขานัก
จ้าวเข่อหรันมองเขาอย่างอ่อนโยน
‘วี่ บางเรื่องท่านไม่เข้าใจหรอก”
นางเอ่ยเสียงเบา
“เฟิงเอ๋อ…ไม่มีวันทรยศย้า เพราะในวันที่บ้าตกต่ําที่สุด ในวันที่คน
ทั้งบ้านหันหลังให้ย้า
ดวงตาของนางพลันล็กลง
“มีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างบ้า
คําพูดนี้ เป็นเรื่องของชาติที่แล้ว ความทรงจําาอันเจ็บปวดที่นางไม่ มีวันลืม ฮือ ชวี่ไม่อาจรู้เรื่องเหล่านั้น แต่เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
‘วางใจเถอะ”
เขาพูดด้วยน้ําเสียงหนักแน่น
“เขาเป็นน้องชายของเจ้า ก็เท่ากับเป็นน้องชายของข้า ตราบใด เยา
ไม่ทรยศเจ้า ข้าจะไม่มีวันแตะต้องเขา”
จ้าวเข่อหรันยิ้มออกมาอย่างจริงใจ
“ขอบคุณนะ ชวี่”
อือดูชวี่ยิ้มบาง
“เจ้าแค่ กล้าให้ดี อยู่ข้างช้าให้ดี ก็พอแล้ว”
หัวใจของจ้าวเข่อหรันพลันอุ่นวาบ นางกล่าวอย่างหนักแน่น
“วี่ หากท่านไม่ทอดทิ้งข้า ข้าก็จะไม่ทอดทิ้งท่าน
รอยยิ้มของชือ ซวี่กว้างขึ้นทันที
“”
แล้วเขาก็หัวเราะเบา ๆ
“เจ้าว่า…ถ้าบิดาของเจ้ารู้ว่าเราสองคนนั่งอยู่ในสวนจวนไปชื่อ วาง
แผนดึงขาเขาอยู่แบบนี้ เขาจะรู้สึกอย่างไร?”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะออกมาทันที เสียงหัวเราะของทั้งสองคน สกัง วาน ดุจสายลมอ่อนในฤดูใบไม้ผลิ ทว่า…ในขณะที่ทั้งสองกําลังจมอยู่กับ ช่วงเวลาแสนสุขนั้น ภายในจวนจงอี้โหวกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม
ตั้งแต่วันที่จ้าวเย่อหรันโดดเด่นในงานคัดเลือกพระชายา ได้รับ
สมญา “สตรีผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งใต้หล้า” หลินซีหร่านก็จมอยู่กับความ เสียใจไม่รู้จบ หากวันนั้นเขาไม่ใจร้อน…ทุกอย่างคงไม่กลายเป็นเช่นนี้
เติมทีที่เขาหลงใหลจ้าวเย่อเหริน ก็เพราะคิดว่านางเป็นสตรีผู้มีพร สวรรค์ เป็นคู่สนทนาที่เข้าใจเขา แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า จ้าวเข่อหรัน หญิงสาวที่เขาเคยมองว่าไร้ค่าและธรรมดา แท้จริงกลับเปล่งประกายเพียง นั้น ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา ความสามารถ หรือไหวพริบ ล้วนเหนือกว่าสตรี ทั่วไป คิดถึงตรงนี้ หัวใจเขาก็เจ็บร้าว
สตรีที่โดดเด่นเช่นนั้น เดิมที…ควรเป็นของเขา แต่เพราะความโง่ เยลาของตนในวันนั้น เขากลับผลักโอกาสนั้นทิ้งไปด้วยมือของตัวเอง ไม่ เพียงหลินอีหร่านที่เสียใจ หลินโจวชื่อ มารดาของเขา ก็เสียใจจนแทบกัด
ลิ้นตาย เดิมทีนางไม่ชอบจ้าวเข่อหรัน จึงคอยยุยงให้บุตรชายถอนหมั้น แต่ตอนนี้ จ้าวเย่อหรันไม่เพียงมีพรสวรรค์ล้ําเลิศ ยังมีฐานะสูง ศักดิ์ หากตอนนั้นไม่ได้โวยวายให้ถอนหมั้น วันนี้ทั้งเมืองหลวงคงอิจฉานาง จนตาแดง ส่วนจ้าวเย่อเหริน นางเคยชื่นชอบนักหนาเล่า? ไม่เพียงหลอก นางด้วยภาพวา ปลอม ยังทอดทิ้งหลินซีหร่านในยามล่าบาท คิดถึงตรงนี้ นางก็อยากตบหน้าตัวเอง
“ตอนนั้นย้าตาบอดจริง ๆ ถึงได้มองเด็กนั่นว่างดงาม བུ མ། ช่วงนี้คนในจวนจงอี้โหวแทบไม่กล้าออกจากบ้าน เรื่องอื้อฉาว ยองหลิน หร่านทําให้ทั้งเมืองหลวงรอชมความอับอายของพวกเขา แต่ใน วันหนึ่ง หลินจื้อ โหวจงอี้ กลับเรียกภรรยาและบุตรชายมาที่โถงใหญ่ เมื่อ ทั้งสองเข้ามา ก็เห็นท่านโหวหลินจื้อนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สีหน้าเย็นชา
มืดครึ้ม
ดวงตาฉายแววอันตรายเป็นระยะ ทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายของ ความโกรธ หลินโจว อกับหลินยีหร่านมองหน้ากัน ก่อนจะนั่งลงอย่างระ มัดระวัง หลินโจวชื่อเอ่ยถามอย่างระแวง
‘ท่านโหว เกิดเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?” ทันทีที่นางพูดจบ ปัง! ท่านโหวหลินจื้อตบโต๊ะเสียงดัง ‘พวกเจ้าดูสิ่งที่พวกเจ้าก่อไว้เสียก่อน!”
เยาตะคอกเสียงกร้าว
“ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเจ้า เรื่องจะบานปลายถึงขั้นนี้หรือ?!”
ทั้งสองงุนงงทันที หลินซีหร่านเอ่ยอย่างอึดอัด
“ท่านพ่อ…ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
หลินจื้อยิ่งเดือดดาล
“ยังมีหน้าถามอีก! ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าคู่หมั้นที่ปู่ของเจ้าจัดไว้ ไม่ มีทางแย่! แต่เจ้าเล่า?! เพราะไม่ชอบจ้าวเข่อหรัน จึงดื้อดึงจะเปลี่ยนเป็น
จ้าวเย่อเหริน!”
เยาหัวเราะเย็นชา
“แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร? จ้าวเข่อหรันกลายเป็น เหวินจวิ้นจี่ แล้ว ยังได้ชื่อว่าสตรีผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งใต้หล้า! แล้วจ้าวเย่อเหรินของเจ้า ล่ะ?! นางกรอกน้ําแกงเสน่ห์อะไรให้เจ้ากิน ถึงได้ทําให้เจ้าทิ้งคู่หมั้นที่หมั้น
กันมาหลายปี!”
คําพูดนั้นราวกับมีดกรีดหัวใจ หลินซีหร่านก้มหน้าลง ในใจเต็มไป ด้วยความเสียใจ ตอนที่เขาจะถอนหมั้น บิดาพยายามห้ามแล้ว แต่เขากลับ ดื้อดึงไม่ฟัง สุดท้าย… เขาก็สูญเสียทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ เรื่อง นี้บิดาเคยสําหนิเขาแล้ว เหตุใดวันนี้ยังเรียกเขามาด่าอีกครั้ง? ขณะ ที่หลินโจว อเห็นลูกชายถูกด่า นางก็ทนไม่ได้
“ท่านโหว ตอนนั้นพวกเราก็ไม่รู้จริง ๆ อีกอย่าง ซีหร่านก็เสียใจมาก
แล้ว ท่านอย่าด่าเขาอีกเลย” ท่านโหวหลินจื้อหัวเราะเย็น
เขาเสียใจ?
‘แล้วช้าล่ะ?!”
เสียงเขาเย็นเยียบ
“เจ้ารู้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้ หน้าข้าถูกเหยียบย่ําจนติดดิน!”
‘ทั้งเมืองหลวงกําาลังหัวเราะเยาะจวนเรา!” บรรยากาศหนักอึ้ง หลิน หร่านรีบกล่าว
“ท่านพ่อ อย่าโกรธเลย เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าเอง”
เขาพูดเสียงต่ําา ถ้าข้าไม่พบหรูเสวี่ย เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ดวงตาหลินจื้อก็ลุกเป็นไฟ
“ยังกล้าเอ่ยชื่อ หญิงสารเลว นั่นอีก! ถ้าไม่ใช่เพราะนาง พวกเราจะ ยายหน้าถึงเพียงนี้หรือ?!”
หลิน หร่านรีบแก้ต่าง
“ท่านพ่อ อย่าโทษนางเลย เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าเอง” ท่านโหวหลินจื้อแทบอยากฟาดลูกชายสักฉา “เจ้ารู้ไหมว่าหญิงนั่นเป็นใคร! เจ้าคิดว่าการพบกันของเจ้ากับนาง
เป็นเรื่องบังเอิญหรือ?!”
เสียงเยาเย็นเฉียบ
“ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้น ก็โง่จนไม่มีทางรักษาแล้ว!” หลิน หร่านชะงัก หรือว่าการพบกันของเขากับหรูเสวี่ย…ไม่ใช่เรื่อง บังเอิญ? หลินโจวชื่อก็ร้องถามทันที
ยีหร่าน”
‘ท่านโหว หมายความว่าอย่างไร?”
ท่านโหวหลินจื้อสูดลมหายใจลึก “หรูเสวี่ยก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น มีคนจ้างนาง ให้เข้ามาใกล้
คําพูดนั้นทําให้สองแม่ลูกชะงักงัน หลินซีหร่านรีบถาม
‘ใครเป็นคนหา?! เขาต้องการอะไรจากย้า?!”
ท่านโหวหลินจื้อมองลูกชายก่อนถามช้า ๆ
“อ้าถามเจ้า จากเรื่องนี้ เจ้าสูญเสียอะไรไป?
หลิน หร่านคิตอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าไม่ได้เสียอะไร เพียงแค่ถอนหมั้นกับเย่อเหริน” หลินโจวชื่อสะดุ้ง
“หรือว่าคนผู้นั้นต้องการให้สีหร่านถอนหมั้น?”
ท่านโหวหลินจื้อพยักหน้า
“ถูกต้อง เขาทําทุกอย่างก็เพื่อให้การหมั้นนี้แตกหัก และยังโยน ความผิดทั้งหมดมาทียืหร่าน”
หลินโจว อโกรธจนตัวสั่น โครกันถึงได้ใจค่าเช่นนี้!”
ทั้งสองจ้อง ท่านโหวหลินจื้อ รอคําตอบ และชื่อหนึ่งก็หลุดออกมา
จากปากเยา
“คนที่วางแผนทั้งหมด..คือ จ้าวเย่อเหริน” หลินอีหร่านลุกขึ้นทันที
“เป็นไปไม่ได้! ข้ารู้จักนาง นางไม่ใช่คนเช่นนั้น!” ท่านโหวหลินจื้อหัวเราะเย็น
“ดูเหมือนเจ้าจะตาบอดจริง ๆ”
เขาพูดช้า ๆ
“ข้าไม่ได้พูดลอย ๆ ข้าสืบทุกอย่างแล้ว คนที่ติดต่อหรูเสวี่ยไม่ใช่คน ตระกูลจ้าว แต่เมื่อข้าตามรอยไป
ดวงตาเยาเย็นจัด
“คนที่จ้างหรูเสวี่ย…คือ ฉินเสียงเหอ มารดาของจ้าวเย่อเหริน
หลิน หร่านยังพยายามปฏิเสธ
“บางทีนางอาจทําเอง เย่อเหรินไม่รู้เรื่องก็ได้…” เสียงของเขาเบาลงเรื่อย ๆ แต่คําพูดนั้นฟังดูอ่อนแรงยิ่งนัก ราวกับ แม้แต่ตัวเขาเอง ก็เริ่มไม่เชื่อแล้วว่า จ้าวเย่อเหรินบริสุทธิ์จริง.