หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 161 กล้าต่อปากต่อค่า
161 กล้าต่อปากต่อค่า
ทันทีที่คําพูดของ จ้าวเย่อเหริน หลุดออกมา บรรยากาศทั้งห้องก็ พลันแข็งค้างราวกับถูกสาป ทุกคนต่างมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ โดยเฉพาะ ท่านโหวจ้าวหลิน ที่ได้ยินแล้วถึงกับชะงักงันไปครู่หนึ่ง ราวกับ สมองยังไม่ทันรับรู้ว่าหลานสาวของตนเพิ่งพูดอะไรออกมา
แม้แต่ จ้าวเย่อหรัน เอง เมื่อมองไปยังจ้าวเย่อเหริน แววตาก็เต็ม
ไปด้วยความประหลาดใจ หญิงผู้นี้กําลังเล่นละครอะไรอยู่กันแน่? กล้าต่อ ปากต่อคํากับท่านปู่ต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ ช่างมีความกล้าจริง ๆ ดูเหมือน ตาแหน่ง พระชายารองของรัชทายาท ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง จะทําให้นาง อืกเหิมขึ้นมากจริง ๆ
ต้องรู้ว่าในจวนแห่งนี้ คําพูดของท่านคือกฎเหล็ก ไม่มีใครกล้าขัด แม้แต่น้อย แม้แต่บิดาของพวกนาง เมื่อครู่ถูกเฆี่ยนตี ยังไม่กล้าหลบด้วย ช้า แต่จ้าวเย่อเหรินไม่เพียงหลบ ยังกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาอีก เรียกได้ว่า กล้าบ้าบิ่นจนเกินประมาณ
ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของทุกคน จ้าวเย่อเหรินกลับรู้สึกยิ่งได้ ใจ เมื่อครู่ที่ถูกท่านปู่เอื้อไม้จะตี นางตกใจจนลืมสถานะของตนไปเสียสนิท แต่ทันใดนั้นเอง ความทรงจําก็ผุดขึ้นมา ก่อนหน้านี้ ตอนที่มารดาของนาง โกรธจัดและจะลงมือสั่งสอนจ้าวเข่อหรัน จ้าวเข่อหรันเองก็เคยโต้กลับเช่น นี้ ถึงจะพูดเช่นนั้นออกมา มารดาก็ทําอะไรนางไม่ได้ ในเมื่อ จ้าวเข่อหรัน ทําได้ แล้วเหตุใด นางจะทําไม่ได้?
‘เจ้า…หมายความว่าอย่างไร?”
หลังตั้งสติได้ ท่านโหวจ้าวหลินก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงกราดเกรี้ยว ดวง
ตาแดงก่ําา
“หมายความว่า…ย้าในฐานะปู ไม่มีสิทธิ์เจ้าแล้วหรือ?”
จ้าวเย่อเหรินแม้จะหวาดหวั่นอยู่ในใจ แต่ยังคงฝืนยืดอกตอบ
“ถูกต้อง”
นางสูดลมหายใจลึก แล้วพูดช้า ๆ
“ท่านปู่ อย่าลืมว่า แม้ าจะเป็นหลานสาวของท่าน แต่ตอนนี้ข้าคือ พระชายารองที่ฝาบาททรงแต่งตั้งให้รัชทายาท ถึงแม้ยังไม่ได้เข้าพิธี อภิเษก อย่างไรก็นับว่าเป็นครึ่งหนึ่งของราชวงศ์แล้ว”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยนํ้าเสียงที่จงใจยกตน
ใต้หล้าล้วนมีระเบียบระหว่างกษัตริย์กับขุนนาง หากท่านปู่ลงมือ
กับย้า ก็เท่ากับ ผู้ใต้บังคับบัญชาล่วงเกินผู้มีฐานันดรสูงกว่า”
คําพูดนี้เหมือนมีดคมที่กรีดลงบนความอดทนของจ้าวหลิน
“เจ้าสัตว์เนรคุณ!”
เสียงตวาดดังลั่น
เจ้ากล้าพูดกับย้าเช่นนี้ ถึงกับเอาฐานะมาข่มขู่ของตน! เย่อเหริน!
เจ้าพูดอะไรออกมา!”
จ้าวซง ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเอ่ยห้ามทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความ ร้อนใจ เขารู้จักนิสัยบิดาของตนดี ชายผู้ครองตําแหน่งสูงมานาน ชอบควบ คุมทุกอย่างให้อยู่ในมือ ไม่มีวันยอมให้ผู้อ่อนวัยลุกขึ้นมาต่อต้าน ยิ่งใน สถานการณ์ที่ฝ่ายตนเป็นคนผิดก่อนเช่นนี้ การที่เข่อเหรินยังกล้าพูดเช่นนี้ ไม่ต่างจาก สาดนํ้ามันลงบนกองไฟ แต่จ้าวเย่อเหรินกลับไม่สะทกสะท้าน
“ข้าไม่ได้พูดผิด เหตุใดต้องขอโทษ ?
นางหันไปมองท่านโหวจ้าวหลิน
“ท่านปู่ ในใจท่านย่อมรู้ดีว่าคําพูดของข้ามีเหตุผล ข้าไม่ได้ใช้ฐานะ กดข่มท่าน เพียงแค่พูดความจริงเท่านั้น”
ในความคิดของนาง แม้เรื่องที่ตนทําจะผิดจริง แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ ลงโทษนาง เพราะตอนนี้ ฐานะของนางสูงเกินกว่าจะถูกตีได้ อีกอย่าง ก่อน
หน้านี้จ้าวเข่อหรันก็เคยทําแบบเดียวกัน ในเมื่ออีกฝ่ายทําได้ นางก็ย่อมหา
ได้เช่นกัน ท่านโหวจ้าวหลินหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
“ต๊…ตีมาก นี่หรือคือหลานสาวของย้า? ทําผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิด
ยังกล้าเอาฐานะมาข่มขู่ของตัวเอง!”
เขาพูดด้วยนํ้าเสียงเย็นเยียบ
“จวนเจิ้นเป่ยโหวของข้า ทําไมถึงได้มีลูกหลานชั่วช้าเช่นเจ้า!”
จ้าวเย่อเหรินไม่พอใจทันที
ท่านปู่ ท่านพูดเช่นนี้ไม่ได้
นางเชิดหน้า
“ตอนนี้ยัาเป็นพระชายารองขององค์รัชทายาท นี่ไม่ใช่การสร้างชื่อ
เสียงให้จวนโหวหรือ?
คําพูดนั้นทําให้ท่านโหวจ้าวหลินโกรธจนแทบหัวเราะออกมา
“สร้างชื่อเสียง?”
เสียงของเขาเย็นจัด
‘เจ้ากําลังจะลากทั้งจวนไปฝังพร้อมกับเจ้าต่างหาก!”
คําพูดนี้ทําให้ จีนเชียงเหอ และ จ้าวชง หน้าเปลี่ยนสีทันที ทั้งสอง มองหน้ากันอย่างตกใจ นี่หมายความว่าอะไร? หรือว่าฝ่ายจงอี้โหวจะลงมือ ทําอะไรบางอย่าง? แต่จ้าวเย่อเหรินกลับยังสงบนิ่ง ในสายตานาง ตอนนี้ ตนคือพระชายารองขององค์รัชทายาทแล้ว จงอี้โหวย่อมไม่กล้าทําอะไร เพราะ เบื้องหลังของนางคือองค์รัชทายาท
จ้าวเข่อหรันที่ยืนดูอยู่เงียบ ๆ เห็นความคิดของนางออกทันที นา งอดหัวเราะในใจไม่ได้ ช่างไร้เดียงสาเสียจริง คิดว่าถ้าเกิดเรื่องขึ้น องค์รัช ทายาทจะออกหน้าปกป้องนางหรือ? ถ้าเยารักนางถึงเพียงนั้น ตําาแหน่ง
พระชายาเอกคงไม่ตกเป็นของ ฉินอี้เหมียว แต่คงเป็น จ้าวเย่อเหริน แทน แล้ว บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จ้าวชงรีบกล่าวอย่างร้อนรน “ท่านพ่อ เรื่องนี้ท่านต้องช่วยพวกเรานะ! ถ้าเรื่องไปถึงฮ่องเต้ ทุก อย่างจะควบคุมไม่ได้!”
ท่านโหวจ้าวหลินหัวเราะเย็น
“ข้าจะช่วยอะไรได้? เจ้าไม่ได้มีลูกสาวเก่งกาจหรือ? นางเป็นพระ ชายารองขององค์รัชทายาทนี่นา ย่อมต้องมีวิธี “
หลังจากนั้นไม่นาน ท่านโหวจ้าวหลินก็สูดหายใจลึกหลายครั้ง ก่อน กล่าวอย่างเรียบเฉย
“เรื่องนี้ ถ้าตกลงเงื่อนไขกับ หลินจื้อ แล้ว เขาจะไม่เอาเรื่องไปกราบ
ทูลฮ่องเต้”
จ้าวชงกับฉินเสียงเหอถอนหายใจโล่งอกทันที แต่จ้าวเข่อหรับกลับรู้ ทันที สายตาที่ท่านปู่มองจ้าวเย่อเหริน ไม่ได้มีความโกรธอีกแล้ว มีเพียง ความเฉยชาเหมือนมองคนแปลกหน้า นั่นหมายความว่า ในใจของท่านปู หลานสาวคนนี้ถูกตัดทิ้งไปแล้ว
หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปยังห้องโถงใหญ่ บรรยากาศที่เคย ครึกครื้นกลับกลายเป็นหนักอึ้ง ท่านโหวจ้าวหลินมองคนทั้งห้อง ก่อน
ประกาศด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น
“ยัามีเรื่องจะประกาศ
เขาพูดอย่างช้า ๆ
“เรื่องคู่หมั้นระหว่างจวนเรา กับจงอี้โหวในอดีต…จะยังคงดําเนิน
ต่อ”
คําพูดนั้นทําให้ทุกคนตกตะลึง แต่คําพูดถัดไปยิ่งทําให้ทั้งห้องเงียบ
งั้น
“ผู้ที่จะหมั้นกับ หลินซีหรัน ไม่ใช่เชื่อหรัน และไม่ใช่เย่อเหริน”
ท่านโหวจ้าวหลินกล่าว
แต่เป็น…เย่อผิง” ทันทีที่คําพูดนั้นตกลง ชะตาของหลายคนในห้องโถงก็พลัน เปลี่ยน
ทิศทางอย่างเงียบงัน