หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 173 คลื่นลม “ภรรยาคู่”
173 คลื่นลม “ภรรยาคู่”
วันกลับจวน เจิ้นเป่ยโหว มาถึงอีกครั้ง แต่ปีนี้ต่างจากปีก่อนอย่าง สิ้นเชิง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่พวกเขาเดินทางไปจวนโหว คนหนึ่ง ที่เคยอยู่ในขบวนเสมอ กลับหายไป คนนั้นก็คือ จ้าวเย่อเหริน
หลังจากวันที่ท่านโหวจ้าวหลินประกาศยับไล่นางออกจากจวน เขาก็ ทําตามคําพูดอย่างเด็ดขาด จนถึงวันนี้ จ้าวเย่อเหรินยังไม่อาจก้าวเท้าเข้า จวนเจิ้นเป่ยโหว ได้แม้เพียงครึ่งก้าว ตอนแรก จ้าวชง กับ ฉินเซียงเหอ ยัง คิดว่า คําสั่งนั้นเป็นเพียงความโกรธชั่ววูบของท่านโหวจ้าวหลิน รอให้ไฟ โทสะมอดดับ เรื่องนี้ก็คงผ่านไป
แต่ใครจะคิดว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ท่านโหวจ้าวหลินไม่เคยเอ่ย ถึงจ้าวเย่อเหรินอีกเลย แม้แต่จ้าวชงหรือฉินเสียงเหออยากจะเอ่ยปากขอ
ความเมตตา ก็ถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด เรื่องนี้ กลายเป็นข้อห้ามในจวนไป
แล้ว
เช้าตรู่ จ้าวชงเตรียมตัวพาภรรยาและบุตรเดินทางกลับจวนโหว ตามธรรมเนียม ฉินเสียงเหอ จ้าวเข่อหรัน จ้าวเย่อเฟิง ทุกคนมาส่งกันที หน้าประตู เพียงแต่ ยังมีคนหนึ่งที่ไม่มา แน่นอนว่าเป็น จ้าวเย่อเหริน หลัง จากเหตุการณ์ปีนั้น นางไม่เคยก้าวเข้าเขตจวนโหวอีกเลย บางที…คงเพราะ ไม่อาจกล้ํากลืนความอับอาย แม้วันนี้บิดามารดาจะเดินทางกลับจวนโหว นางก็ไม่ออกมาส่ง
ค่ําาวันนั้น หลังรับประทานอาหารเสร็จ ไม่มีใครกลับห้อง ทุกคนก เรียกให้มารวมกันใน โถงใหญ่ เพราะท่านโหวจ้าวจ้าวหลินประกาศไว้แล้ว
“ข้ามีเรื่องสําคัญจะประกาศ
คําพูดของประมุขตระกูล ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน ทุกคนจึงมานั่งกัน พร้อมหน้า ท่านโหวจ้าวจ้าวหลินนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สายตากวาดมอง คนทั้งห้อง แต่กลับยังไม่พูดอะไร บรรยากาศเงียบงันอย่างประหลาด ทุก คนต่างสงสัยว่าเรื่องใดกัน จึงทําให้หัวหน้าตระกูลจริงจังถึงเพียงนี้ เขียวหลิง เอ่ยขึ้นก่อน
ท่านโหว เรียกทุกคนมารวมกันเช่นนี้ มีเรื่องใหญ่หรือ
ท่านโหวจ้าวจ้าวหลินไม่ได้ตอบทันที เขาหันไปมอง ฉินเซียงเหอ
แล้วกล่าวขึ้นอย่างเนิบช้า
“เชียงเหอ…เจ้ามาแต่งเย้าตระกูลจ้าว ก็สืบกว่าปีแล้ว ตลอดหลายปี มานี้ เจ้าดูแลบ้าน ดูแลบุตร จัดการกิจการในจวน ถือว่า….มีความดีความ ชอบไม่น้อย”
คําพูดนี้ฟังดูเหมือนคําชม แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ฉันเสียงเหอกลับรู้ ล็กเหมือนมีลมหนาวพัดผ่านหัวใจ เย็นเฉียบ นางฝืนยิ้มเล็กน้อย
ท่านพ่อชมเกินไปแล้ว ข้าเป็นภรรยาของท่านชง สิ่งเหล่านี้เป็นหน้า ทีที่ย้าควรทํา หากท่านพ่อมีอะไรจะกล่าว….ก็โปรดพูดมาตรง ๆ เถิด”
ด้านข้าง จ้าวเข่อหรัน เกือบหลุดหัวเราะ มารดาของนาง ปกติแทบ ไม่เคยมองนางด้วยช้า ในใจของนางมีเพียงจ้าวเชอเหริน แต่วันนี้กลับยก ” บุตรสาว” มาเป็นเหตุผล ช่างย้อนแย้งเสียจริง จ้าวเข่อหรันยกถ้วยชา ดวง ตาก้มตา สีหน้าเรียบเฉยราวกับเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับตน
ข้างกาย จ้าวเย่อเฟิงก็สงบนิ่งเช่นเดียวกัน สองพี่น้องมีท่าทาง เหมือนกันราวภาพสะท้อน ยิ่งทําให้ฉันเชียงเธอรู้สึกหงุดหงิดในใจ ท่านโหว จ้าวจ้าวหลินพูดต่อ
“หลายปีมานี้ เจ้าดูแลจวนใหญ่เพียงลําพัง ย่อมเหน็ดเหนื่อยไม่ น้อย ดังนั้น…ย้าจึงตัดสินใจแล้ว”
หยุดลง
เสียงเขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดค้า
“จะยก ชุนชื่อ อนุของซงเอ๋อร์ ขึ้นเป็น ภรรยาคู่”
ทันทีที่คําพูด หลุดออกมา ทั้งห้องเงียบงัน ราวกับลมหายใจถูก
“อะไรนะ!”
ฉันเชียงเหอหน้า ทันที
“ท่านพ่อ…ท่านพูดอะไร”
ท่านโหวจ้าวจ้าวหลินมองนางด้วยสายตาคมกริบ
“คําพูดของข้า….ไม่ชัดหรือ ข้าจะยกซุนชื่อขึ้นเป็นภรรยาคู่
“ข้าไม่เห็นด้วย!”
ฉินเสียงเหอลุกขึ้นทันที เสียงสั่นด้วยความโกรธ
“อนุคนหนึ่งยังไม่พอหรือ นางยังคิดจะขึ้นมาเทียบเท่าภรรยาหลวง อีกหรือ! นางคู่ควรหรือ!”
คําพูดนี้แทบจะกัดฟันออกมา ท่านโหวจ้าวจ้าวหลินขมวดคิ้วทันที
“เจ้ากําลังใช้ท่าทีแบบใดพูดกับย้า ย้าเป็นผู้ใหญ่ของเจ้า หรือเจ้าคิต ว่าตนเองมีฐานะสูงส่งจนไม่ต้องเคารพผู้ใหญ่แล้ว”
เสียงเขาเย็นลง
“ไม่น่าแปลกใจเลย…ว่าเหตุใดจ้าวเย่อเหรินจึงไร้มารยาทเช่นนั้น ดู
ท่าคงเรียนมาจากเจ้านี่เอง”
แน่น
คําพูดนี้เหมือนมีดคมกริบ จีนเชียงเหอหน้าซีดลงทันที นางกัดฟัน
“ท่านพ่อ ข้ายอมรับว่าข้าไม่มีบุตรชาย แต่ข้ามีบุตรสาวสองคน!
พวกนางล้วนก๋าลังจะแต่งเย้าราชวงศ์! โดยเฉพาะเย่อหรัน นางกําาลังจะเป็น
พระชายาของอ๋องซวี่ ยังได้รับพระราชทานตําแหน่ง เหวินจวิ้นจู่ จาก ฮ่องเต้! ด้วยเหตุนี้ ข้าก็มีสิทธิ์จะไม่เห็นด้วย!”
ท่านโหวจ้าวจ้าวหลินหัวเราะเบา ๆ
“สิทธิ์? เจ้าคิดว่าตนเองมีสิทธิ์จริงหรือ”
เยาเอ่ยอย่างเรียบเฉย
เหตุผลมันง่ายมาก เพราะซุนชื่อ….ให้กําเนิดบุตรชายเพียงคนเดียว
ของชงเอ๋อร์ และบุตรชายคนนั้น เป็นถึง เจียหยวน ตั้งแต่อายุยังน้อย
ครั้งนี้เข้าสอบฮุยชื่อก็ยังได้ ฮุยหยวน”
“มารดาได้ดีเพราะบุตร เพียงแค่นี้ ก็เพียงพอให้นางมีสิทธิ์ขึ้นเป็น
ภรรยาคู่แล้ว”
คําพูดนี้เหมือนค้อนทุบลงกลางใจฉันเชียงเหอ บุตรชาย…นั่นคือ บาดแผลที่ลึกที่สุดของนาง หลังคลอดบุตรสาวฝาแฝด ร่างกายนางก็เสีย หาย ไม่อาจตั้งครรภ์อีก แต่วันนี้ บาดแผลนั้นกลับถูกหยิบมาเป็นเหตุผล ทําลายศักดิ์ศรีของนางต่อหน้าทุกคน เซียวหลิงเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเอ่ย
“ท่านโหว เรื่องนี้สําคัญเกินไป ตั้งภรรยาคู่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ควร พิจารณาให้รอบคอบก่อน”
แต่ท่านโหวจ้าวจ้าวหลินเพียงพูดเรียบ ๆ
“ข้าไม่ได้มาปรึกษา ข้ามาแจ้งให้พวกเจ้าทราบเท่านั้น” บรรยากาศในห้องเย็นเฉียบ ไม่มีใครกล้าพูดอีก ในขณะนั้น ท่านโหว
จ้าวจ้าวหลินหันสายตาไปที่มุมหนึ่ง
‘เปอหรัน เจ้าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
ทันใดนั้น สายตาทั้งห้องก็พุ่งไปที่หญิงสาวผู้หนึ่ง จีนเชียงเทอมอง นางด้วยความหวัง ในความคิดของนาง อย่างไรเสีย นั่นก็เป็นลูกสาวของ
ตน ย่อมต้องยืนช้างมารดา จ้าวเข่อหร้นวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา สีหน้า
ยังคงสงบนิ่ง รอยยิ้มบางปรากฏที่มุมปาก ดวงตาสงบเย็น เหมือนน้ําใน
สระลึก
นางเอ่ยช้า ๆ นํ้าเสียงนุ่มนวล แต่คําพูดกลับคมกริบ
ๆ
“ท่านปู่ เรื่องในตระกูล….ย่อมขึ้นอยู่กับท่านเป็นผู้ตัดสิน
“เข่อหรัน ขอเชื่อฟังการตัดสินของท่านทุกประการ”
คําพูดนั้น เหมือนมีดเย็นเฉียบ เชือดลงกลางหัวใจฉินเสียงเหอ
อย่างไร้เสียง