หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 172 เสนอแผนการ
172 เสนอแผนการ
ทั้งจวนไท่ ออบอวลไปด้วยบรรยากาศยินดีปรีดา เหตุผลก็เรียบ ง่าย บุตรชายของตระกูลสอบ ฮุยชื่อ ได้อันดับหนึ่ง ไม่เพียงจวนไปซื้อเท่า นั้น แม้แต่จวน เจิ้นเป่ยโหว ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเช่นกัน
เมื่อสามปีก่อน จ้าวเย่อเพิง เคยสร้างชื่อด้วยการสอบได้ที่หนึ่งใน การสอบระดับมณฑล กลายเป็น เจียหยวน ที่อายุน้อยที่สุด และบัดนี้ เขา กลับคว้าอันดับหนึ่งของการสอบฮุยชื่อ กลายเป็น ฮุยหยวน ในวัยเพียงสืบ สองปี พรสวรรค์เช่นนี้ ทําให้ผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างมองเขาใหม่อย่างไม่
อาจละสายตา
ในช่วงหลายวันต่อมา จ้าวชง อารมณ์ดีเป็นพิเศษ บุตรสาวสองคน กําลังจะแต่งเข้าสู่ราชสํานัก บุตรชายก็สอบได้อันดับหนึ่งของฮุ่ยชื่อ ข่าวดี เช่นนี้ หากมองทั่วทั้งเมืองหลวง เกรงว่าจะหาตระกูลใดเทียบได้ยาก ยิ่งไป กว่านั้น หากดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ตําแหน่ง เจิ้นเป่ยโหว ก็ดูเหมือนจะ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว เพียงคิดถึงจุดนี้ แม้แต่ในยามหลับ เขายังเผลอยิ้ม
ออกมา
ກືອກ ກ໊ອກ ກ໊ອກ
ท่านพ่อ…ย้าเข้ามาได้หรือไม่เจ้าคะ?”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมเสียงอ่อนโยนของสตรี จ้าวชงที่กําลัง นั่งจัดการงานในห้องหนังสือชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่ค่อยชอบให้ใครรบกวน เวลาทํางาน คนในจวนล้วนรู้กฎนี้ดี จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า ใครกันที่กล้ามารบ กวนในเวลานี้
เข้ามาเถอะ”
ประตูถูกผลักเปิด ผู้ที่เข้ามาคือ จ้าวเบ่อหรัน นางถือถ้วยซุปโสมเข้า
มาอย่างนอบน้อม ก่อนวางลงบนโต๊ะ
“ท่านพ่อ ย้ากลัวว่าท่านจะทํางานหนักเกินไป จึงต้ม ปโสมมาให้เจ้า
ค่ะ ท่านพักสักครู่ มให้ร้อน ๆ แล้วค่อยทํางานต่อเถอะ”
จ้าวซงรับถ้วยซุปมาดั่มสองสามค่า ก่อนยิ้มอย่างพอใจ
“อื… มาก”
เขามองบุตรสาวด้วยสายตาเอ็นดู
“เย่อหรัน เจ้าช่างกตัญญูจริง ๆ ยังจําวันที่จะเอาซุปมาให้พ่อได้ อีก ไม่นานเจ้าก็จะปักปิ่นแล้ว…หลังจากนั้นก็ต้องออกเรือน”
เยาถอนหายใจเบา ๆ
‘คิดแล้วพ่อก็เสียดาย”
คําพูดนั้นฟังดูอบอุ่น แต่ในดวงตาของจ้าวเย่อหรันกลับวาบเย็น เฉียบ เสียดายหรือ? นางหัวเราะเยาะอยู่ในใจ คนผู้นี้ จะเสียดายจริงหรือ เขาคงอยากให้ย้ารีบแต่งออกไปเสียมากกว่า ตอนนี้ย้ากําลังจะเป็นพระชายา
ยอง อ๋องซวี่ ย่อมมีค่าพอให้เขาแสดงความรักใคร่
แต่ชาติที่แล้ว ตอนที่นางถูกใส่ร้าย ถูกเหยียบย่ํา ชายผู้นี้ เคยคิด หรือไม่ว่า ข้าก็เป็นลูกสาวของเขา นางกดความขมขื่นลงไปในอก ก่อนยิ้ม อย่างอ่อนโยน
“ท่านพ่ออย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ถึงข้าจะแต่งออกไป ก็ยังคงเป็น
ลูกสาวของท่านเสมอ”
คําพูดนั้นทําให้จ้าวชงยิ่งพอใจ ในความคิดของเขา ตราบใดที่ จ้าวเย่อหรันแต่งให้ อ๋องซวี่ เขาก็จะกลายเป็นพ่อตาของอ๋อง หนทางสู่ ตําาแหน่งเจิ้นเป่ยโหวย่อมเปิดกว้างขึ้นอีกมาก จ้าวเข่อหรันนั่งลงอย่างสงบ
ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ช่วงนี้ท่านพ่อดูอารมณ์ดีมาก เพราะเรื่องของเฟิงเอ๋อ หรือเจ้าคะ”
พอได้ยินชื่อนั้น จ้าวชงก็ยิ้มกว้างทันที
“แน่นอน! เฟิงเอ๋อ ฉลาดนัก ตอนอายุสิบก็ได้เป็นเจียหยวน ตอนนี้ ยังเป็นฮุยหยวนอีก”
เขาหัวเราะอย่างภูมิใจ
“การสอบวังหลวงครั้งต่อไป เขาต้องทําได้ดีแน่นอน อย่างน้อยก็
ต้องตีตสามอันดับแรก!”
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า
“เฟิงเอ๋อ เก่งจริง ๆ”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดเบา ๆ
น่าเสียดายเพียงอย่างเดียว…
จ้าวชงชะงัก
‘น่าเสียดายอะไร?”
จ้าวเย่อหรันถอนหายใจ
เสียดายที่ท่านแม่ไม่ได้ให้กําเนิดบุตรชายแก่ท่านพ่อ”
คําพูดนั้นทําให้จ้าวซึ่งขมวดคิ้วทันที นางพูดต่ออย่างแผ่วเบา
“ไม่เช่นนั้น…ตอนนี้ท่านพ่อคงเป็นเจิ้นเป่ยโหวไปแล้ว”
บรรยากาศในห้องเงียบลง จ้าวชงจ้องนาง
เจ้าหมายความว่าอะไร หรือเจ้าคิดว่าพ่อไม่มีคุณสมบัติพอจะรับ
ตําาแหน่งโหว?”
ไม่ใช่เจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันรีบส่ายหน้า
“ในสายตาข้า ท่านพ่อเหนือกว่าท่านอารองทุกด้าน”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“เพียงแต่…มีอยู่จุดหนึ่งที่ท่านพ่อสู้เขาไม่ได้
จ้าวชงถามทันที
“อะไร?”
จ้าวเย่อหรันยิ้มบาง
“ทายาท”
“ท่านอารองมี จ้าวเข่อหลี่ ซึ่งเป็นบุตรชายเอก แต่เพิ่งเอ้อ…ไม่ว่า เก่งเพียงใด ก็ยังเป็นเพียงบุตรอนุ
คําพูดนั้นเหมือนเข็มเย็นเฉียบแทงใจ จ้าวชงเงียบไป เขาไม่เคยคิด
เรื่องนี้ลึกซึ้งขนาดนี้มาก่อน จ้าวเข่อหรันมองสีหน้าของเขา รู้ทันทีว่าเมล็ด พันธุ์แห่งความทะเยอทะยานได้หยั่งรากแล้ว นางจึงเอ่ยต่ออย่างแผ่วเบา
“ท่านพ่อเคยคิดหรือไม่…ถ้าเฟิงเอ๋อร์เป็นบุตรเอกตั้งแต่ต้น สถาน
การณ์วันนี้คงต่างออกไป
จ้าวชงถอนหายใจ
แต่แม่เจ้าคงไม่ยอม
จ้าวเข่อหรันทาท่าครุ่นคิด ก่อนพูดอย่างลังเล
“จริง ๆ …ยังมีอีกวิธีหนึ่ง”
จ้าวชงรีบเงยหน้าขึ้น
วิธีอะไร”
นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ราวกับลังเลจะพูด
“ยก ชุน เหนียง ขึ้นเป็นภรรยาเอก”
ห้องทั้งห้องเงียบสนิท คําพูดนั้นเหมือนหินก้อนใหญ่ตกลงในบ่อน้ํา ลึก จ้าวชงเบิกตา แต่ในใจกลับสั่นไหว ถ้าซุน เหนียงได้เป็นภรรยาเอก จ้าวเย่อเฟิงก็จะกลายเป็นบุตรเอกทันที ปัญหาทุกอย่าง…จะคลี่คลาย จ้าวเข่อหรันยิ้มบางในใจ เกมหมากนี้ นางวางมาตลอดหนึ่งปีเต็ม และวันนี้ ในที่สุด ตัวหมากตัวสําคัญก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว นางมอง บิดาด้วยสายตาอ่อนโยน แต่ในดวงตาลึกลงไปนั้น เย็นเฉียบราวหิมะ คิกใน จวน….เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น