หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 178 พระชายาของข้า ไม่มีวันผิด
178 พระชายาของข้า ไม่มีวันผิด
หลังจากฟังข้อสรุปของ จ้าวเย่อเหริน แล้ว ไม่เพียงแต่
จ้าวเย่อหรัน เท่านั้น แม้แต่ จีนเชียง และ อเสียง ก็ยังมองนางด้วยสีหน้า เหลือเชื่อ พวกนางไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า หลังจากพูดกันมามากมายขนาดนี้ เหตุใดจ้าวเย่อเหรินจึงยังสรุปเรื่องราวออกมาได้เช่นนี้ จ้าวเข่อหรันหัวเราะ
เบา ๆ
“จ้าวเย่อเหริน เจ้า ช่าง…น่าสงสารจริง ๆ
น้ําเสียงของนางเรียบเย็นดุจสายลมฤดูหนาว
“จนถึงวันนี้ เจ้าก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ําว่าตัวเองผิดตรงไหน ดูท่า…ชีวิต ภายภาคหน้าของเจ้า คงไม่มีวันได้พบความสงบสุขอีกแล้ว”
ใบหน้าของจ้าวเย่อเหรินพลันบิดเบี้ยว
“จ้าวเข่อหรัน ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าริษยาข้า!”
นางเหมือนคว้าโอกาสใต้ จึงรีบโพล่งออกมา
เจ้าถึงได้จงใจหาทุกอย่างเพื่อแก้แค้นช้า ไม่อยากเห็นข้ามีชีวิตที่ดี
แต่ถ้าจะบอกเจ้าไว้ ความปรารถนาของเจ้าจะไม่มีวันเป็นจริง!”
ดวงตานางลุกโชนด้วยความดื้อรั้น
“องค์รัชทายาทรักย้า ย้าก็รักองค์รัชทายาท พวกเราจะต้องมีชีวิตที่มี
ความสุขแน่นอน!”
พูดจบ นางก็สะบัดชายแขนเสื้อ หันหลังจะเดินจากไป แต่ทันใดนั้น
“อ๋องชวี่! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉัน!”
จ้าวเย่อเหรินรีบหันกลับมา น้ําตาคลอเบ้า ใบหน้าราวกับดอกหลัว
ถูกพายุซัด
“เมื่อครู่นี้พี่สาวช่างรังแกช้าเกินไป ถึงกับสั่งสาวใช้สองคนจับข้าไว้ ท่านก็เห็นอยู่กับตา ท่านอ๋องจะลําเอียงเพียงเพราะนางเป็นคู่หมั้นของท่าน
ไม่ได้!
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเย็นชา
“ได้”
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน ชื่อชวี่ ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาลึกดุจเหว เหมันต์ เขามองจ้าวเข่อหรันเพียงคนเดียว นํ้าเสียงหนักแน่น
“คําสัญญาที่ย้าให้กับเจ้า คือ ไม่ว่าเจ้าจะทําสิ่งใด เจ้าก็ไม่มีวันผิด”
คําพูดนั้นทําให้จ้าวเย่อเหรินตาเป็นประกาย นางคิดว่าอ๋องซวี่กําลัง
ถามนางว่า ควรลงโทษจ้าวเข่อหรันอย่างไร ที่จริงแล้ว ซือชวี่เข้ามายังสวน หลังจวนเพียงเพราะบังเอิญ เมื่อครู่จ้าวเข่อหรันไปเปลี่ยนชุด แต่กลับหาย ไปนานผิดปกติ เยาจึงออกมาตามหา ตอนแรก จ้าวชง ยังลังเลจะอนุญาต แต่เมื่อคืดว่าอีกไม่นานทั้งสองก็จะอภิเษกกันแล้ว จึงปล่อยผ่าน จ้าวเข่อหรันพ่นลมหายใจเย็น ๆ
หรือ?”
‘หลอกตัวเองทั้งนั้น
อือถูซวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ยเตือน
“คําพูดเมื่อครู่นี้ของเจ้า เจ้าบอกว่าข้าไม่มีวันผิด เจ้าคิดเช่นนั้นจริง
อือถูซวี่ยกมุมปาก ยิ้มเยาะ
“คุณหนูรอง ดูเหมือนเจ้าจะความจําไม่ค่อยดีเสียแล้ว ข้าเพียงถาม ว่าเจ้าคิดว่าควรทําอย่างไร แต่ถ้าไม่เคยพูดว่าจะทําตามคําของเจ้า”
เขามองจ้าวเย่อเหรินด้วยสายตาเย็นชา
เพราะยัาไม่เคยคิดเลยว่า พระชายาของข้าหาอะไรผิด”
คําพูดนั้นเหมือนคมดาบ แทงเข้าอกจ้าวเข่อเหรินอย่างไม่ปรานี
“ถ้าไม่เชื่อ”
ชือ ชวี่เอ่ยช้า ๆ
“เจ้าก็ลองดูสิ ข้าจะทําให้เจ้าเห็น ว่าย้าพูดค้าใหน ค่านั้น”
คําพูดนั้นไม่มีแม้แต่นิดของการล้อเล่น ในใจของเขา มีเพียงความ
ติดเดียว ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร ถ้าจ้าวเย่อหรันทํา มันก็ไม่มีทางเป็น ความผิด ถ้ามีความผิดจริง งั้นก็ต้องเป็นความผิดของคนอื่น เขาหันไปหา เจ้าของหัวใจ มือยกขึ้นหยิกแก้มนางเบา ๆ อย่างเอ็นดู
เจ้าเด็กน้อย เป็นอะไรไป เอาแต่จ้องข้าไม่วางตา เพิ่งรู้หรือว่าสามร ของเจ้าเก่งมาก?”
แววตาของชื่อ ชวี่เย็นจนหนาวกระดูก จ้าวเย่อเหรินรู้สึกเหมือนมี นํ้าแข็งใหลผ่านหัวใจ ความหวาดกลัวค่อย ๆ กัดกินนาง นางไม่แน่ใจว่าเขา พูดจริงหรือไม่ แต่ นางไม่กล้าเดิมพัน เพราะตอนนี้ นางเดิมพันไม่ได้แล้ว เพื่อจะได้แต่งเข้าวัง นางทุ่มทุกอย่างไปหมดแล้ว
ถ้าไม่ได้แต่งกับองค์รัชทายาท ชีวิตนางก็พังพินาศ ไม่มีตระกูล ใต
จะยอมรับนางอีก
“ท่านอ๋องซวี่!”
นางกัดฟันแน่น
‘ท่านจะปกป้องพี่สาวขนาดนี้จริง ๆ หรือ?”
สายตาเต็มไปด้วยความชิงชัง
“อย่าลืมว่าข้าคือว่าที่พี่สะใภ้ของท่าน!”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะหยัน ซื้อชวี่มองนางเหมือนมองตัวตลก
‘พี่สะใภ้ในอนาคต?”
เขายิ้มเยาะ
“ดูเหมือนคุณหนูรองจะงานยุ่งมากจนจําผิดเสียแล้ว ว่าที่พระชายา
องค์รัชทายาท คือคุณหนูใหญ่ตระกูลฉิน ฉินอี้เหมี่ยวนะ นางต่างหากที่มี
สิทธิ์เรียกตนว่า ‘พี่สะใภ้ของข้า’ “
สายตาเขาคมกริบ
“ส่วนเจ้า ก็แค่ชายารองเท่านั้น คนเราควรรู้จักประมาณตน เจ้าคิด ว่า…ตัวเองคู่ควรหรือ?”
คําพูดนั้นเหมือนตบหน้าอย่างแรง จ้าวเย่อเหรินหน้าแดงก่ํา นางรู้ สึกเหมือนถูกเปลื้องเสื้อผ้ากลางที่สาธารณะ
‘ท่านอ๋องซวี่ อย่าได้ล้ําเส้น!”
นางโกรธจนตัวสั่น
ไม่ว่าอย่างไร ย้าก็กําลังจะแต่งกับองค์รัชทายาท!”
ซือถูซวี่แค่นหัวเราะ
แล้วอย่างไร? ข้าแค่พูดความจริง”
เขามองนางอย่างเย็นชา
ต่อให้เจ้าจะแต่งกับองค์รัชทายาท เจ้าก็เป็นได้แค่ชายารอง แต่พี่
สาวของเจ้า”
เสียงเยสหนักแน่น
คือนางพญาแห่งตําหนักชวี่อ่อง ฐานันดรต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะฉะนั้น จ๋าเอาไว้ ให้เกียรติพระชายาของข้าให้มากหน่อย ถ้าวันนี้เกิด
เรื่องแบบนี้อีก”
ดวงตาเยาเย็นจัด “ถ้าไม่รับประกัน ว่าจะยังใจดีเช่นวันนี้
พูดจบ เยาก็หันไปจับมือจ้าวเย่อหรัน
“ไปเถอะ”
ทั้งสองเดินจากไป ราวกับจ้าวเย่อเหรินไม่มีตัวตน จ้าวเย่อเหรินกัด
ฟันแน่น นางอ ไม่ไหว ตะโกนตามหลัง
“เดี่ยวก่อน!”
ชือกูชวีหยุด
“มีอะไรอีก?”
เสียงเขาเต็มไปด้วยความรําคาญ จ้าวเย่อเหรินรีบเปลี่ยนสีหน้า เมื่อครู่ยังดุร้ายเหมือนพยัคฆ์ แต่พริบตาเดียวกลับกลายเป็นหญิงสาวผู้ บอบบาง น้ําตาคลอ ราวกับถูกกลั่นแกล้งอย่างหนัก หากเป็นบุรุษทั่วไป คง อดเวทนาไม่ได้ แต่ อ ชวี่ไม่แม้แต่จะมอง ความอ่อนโยนของเขา มีไว้เพื่อ
คนคนเดียว
และคนนั้น..ไม่ใช่นาง หลังจากจ้าวเย่อเหรินจากไป จ้าวเข่อหรัน มองชือถูซ อย่างจริงจัง สายตาราวกับกําลังคึกษาบางลง เขาจึงโบกมือให้
จีนเชียงกับช๊อเชียงถอยออกไป
“เมื่อครู่…” นางถามช้า ๆ ‘ที่ท่านพูด เป็นความจริงหรือ?”
ฮือกูซ มองเข้าไปในดวงตาของนาง
ง่ายมาก ถ้าเจ้าบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเจ้า ข้าก็จะเชื่อ”
เสียงเยานุ่มลึก
ตราบใดที่เจ้าเอ่ยปาก เจ้าก็จะไม่มีวันผิด”
คําพูดนั้นทําให้หัวใจผู้หญิงทุกคนในที่นั้นสั่นไหว บุรุษที่ไม่ถามถูก
ผิด แต่เลือกยืนอยู่ข้างหญิงคนหนึ่งเสมอ บนโลกนี้ จะมีสักกี่คนทําได้ จ้าวเข่อหรันมองเขา เห็นความจริงจัง และความรักที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตา
นั้น
รัก…จนไม่สนถูกผิด
รัก…จนพร้อมเป็นศัตรูกับทั้งโลก
นางรู้สึกสะเทือนใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เดิมทีนางก็รู้ว่าเขารัก
นางมาก แต่วันนี้ นางเพิ่งเข้าใจ ว่าความรักนั้นลึกถึงเพียงใด จ้าวเข่อหรัน พุ่งตัวเข้าไปกอดเขา เสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น
าจะไม่มีวันจากท่านไป
อบูช ไม่พูดอะไร เพียงกอดนางแน่น ราวกับกอดโลกทั้งใบไว้ใน
อ้อมแขน.