หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 182 พนัน
182 พนัน
ชิงจูเบิกตากว้าง สีหน้าราวกับไม่อาจเชื่อได้
ในเมื่อเจ้ารู้ทุกอย่างแล้ว เหตุใดถึงไม่จัดการอะไรกับย้าเลย? เหตุ
ใดไม่ขับไล่ช้าออกไป หรือก่าจัดข้าเสีย?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง คล้ายกําลังฟังเรื่องขบขัน
“ข้าจะต้องหาเช่นนั้นไปทําไม?
นางย้อนถามอย่างไม่รีบร้อน
“เจ้าก็เป็นเพียงสาวใช้ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งก็ยังไม่ได้ทํา อะไรสาเร็จเสียหน่อย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะต้องเสียแรงลงมือจัดการเจ้า ทําไม มันไม่คุ้มค่า
คําพูดนั้นเหมือนมีดบางเฉียบกรีดลงในหัวใจ ในสายตานาง…ย้าก็ เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น ไฟโทสะในอกชิงจูพุ่งพล่านขึ้นทันที นา งอดนึกถึงพี่สาวไม่ได้ หรือว่าในสายตาของคุณหนูใหญ่ ชีวิตของนางกับพี่ สาว….ก็ไร้ค่าเหมือนกัน ถูกเหยียบย่ําเมื่อไรก็ได้?
ไม่ใช
เสียงของจ้าวเข่อหรันหนักแน่น เย็นเฉียบราวนํ้าค้างยามเช้า
ข้าเคยพูดไปแล้ว หากข้าต้องการให้พี่สาวเจ้าตาย นั่นเป็นเรื่องง่าย ดายยิ่งกว่านี้ ไม่จําเป็นต้องเสียแรงวางแผนมากมายเช่นนี้ด้วยซ้ําา อีก อย่าง….เรื่องที่พี่สาวเจ้าขโมยเครื่องประดับของข้า นางก็ยอมรับด้วยตัวเอง
แล้ว”
ริมฝีปากจ้าวเข่อหรันยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มงดงามแต่แฝงพิษ
“เจ้าดูจะเชื่อใจจ้าวเย่อเหรินนักไม่ใช่หรือ?”
นางก้มลงเล็กน้อย สายตาเหมือนคมมิต
เช่นนั้น เรามาพนันกันดีไหม
ຂື້ນລູພະນັກ
พนัน?”
” จ้าวเข่อหรันยิ้มอย่างสบายอารมณ์
“ยัาจะพาเจ้าไปหาจ้าวเย่อเหริน หากนางยอมเอ่ยปากขอความ เมตตาให้เจ้า ข้าจะปล่อยเจ้ากับครอบครัวไป และต่อไปจะไม่เอาเรื่องพวก เจ้าอีก”
นางเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ว่าอย่างไร กล้าพนันหรือไม่?”
แววตาชิงจูลุกวาบ คุณหนูรองจิตใจอ่อนโยนถึงเพียงนั้น ย่อมต้อง
ช่วยนางแน่!
เจ้าพูดโกหก!” นางกัดฟัน
‘หากเจ้ากับพี่สาวข้าจริง เหตุใดถึงใส่ร้ายนางว่าขโมยของ จนสุด
ท้ายต้องตาย!”
เสียงนั้นสั่นด้วยความแค้น
“พี่สาวข้าเพิ่งอายุเท่าไรเอง! ยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ํา นางต้องแบกรับ ภาระทั้งบ้านไว้บนบ่า…แต่เจ้ากลับใส่ร้ายให้นางเป็นหัวขโมย จนต้องตาย!”
นางจ้อง จ้าวเย่อหร้นด้วยสายตาเคียดแค้น
“จ้าวเข่อหรัน อย่าได้หาเหตุผลมาปกปิดความโหดเหี้ยมของเจ้า
เลย! คนอย่างเจ้า…สมควรถูกทรยศแล้ว!”
จ้าวเย่อหรันไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย นางเพียงมองอีกฝ่ายอย่าง
นิ่งงัน คล้ายกําาลังมองคนโง่เขลา
“เช่นนั้นหรือ?” นางเอ่ยเสียงเบา
“ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้น ย้าก็ไม่คิดจะโต้แย้ง”
จากนั้นนางก้มลง ใช้ปลายนิ้วบีบคางชิงจูขึ้นอย่างแผ่วเบา
แต่เจ้าไม่ใช่ า เจ้าจึงไม่รู้ว่าข้าอยู่ในสถานการณ์เช่นไร
สายตานางเย็นราวเหมันต์
หากหัวใจข้าไม่แข็งพอ ป่านนี้ย้าคงตายไปนานแล้ว
คําพูดนั้นเรียบเฉย แต่กลับทําให้คนฟังรู้สึกหนาวไปทั้งกระดูก ชิงจู
ยังไม่ยอมแพ้
นั้น!”
‘พี่สาวช้าไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! นางไม่ได้โลภ!”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นไม่ได้อบอุ่นแม้แต่น้อย
“งั้นหรือ?”
นางเอ่ยอย่างเนิบช้า
“ถ้าไม่โลภ…เหตุใดถึงทรยศข้าเพียงเพื่อผลประโยชน์?”
งจูส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ใช่! เพราะเจ้าปฏิบัติต่อนางไม่ดีต่างหาก! นางจึงต้องทําเช่น
แล้วยังไง? จ้าวเข่อหรันถามเรียบ ๆ
ต่อให้ทรยศ าแล้ว ย้าต้องปล่อยผ่านงั้นหรือ?
ชิงจูกัดฟัน
“อย่างน้อย…ชีวิตพี่สาวข้าก็มีค่ากว่าเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง!”
รอยยิ้มของจ้าวเข่อหรันหายไปทันที สายตานางมืดลง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเครื่องประดับชื้นนั้นคืออะไร?”
ชิง ชะงัก จ้าวเข่อหรันเอ่ยทีละค้า
“มันคือเครื่องประดับทีไทเฮาประทาน ทันใดนั้น สีหน้า งก็ซีดเผือด
‘ยองพระราชทาน…จากไทเฮา?”
โ
เสียงของจ้าวเข่อหรันนิ่งสงบ
ปิ่นดอกโบตั๋นที่ไทเฮาประทานให้ ขโมยไปแล้วยังน่าออกไปขายอีก”
นางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้ารู้หรือไม่ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะเป็นโทษฐานไม่เคารพราช สํานัก ไม่เพียงพี่สาวเจ้าจะตาย ทั้งจวนไท่ซือก็อาจถูกลากลงนรกไปด้วย คําพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาด ชิงจูนิ่งงัน นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน จ้าวเข่อหรันยืนขึ้นอย่างสง่างาม
“ตอนนี้ เจ้ายังคิดว่าพี่สาวเจ้าบริสุทธิ์อยู่หรือไม่?”
เสียงของนางยังคงนุ่มนวล แต่เย็นเฉียบเหมือนคมดาบ ห้องทั้ง ห้องเงียบกริบ แม้แต่ฉินเสียงที่จับตัวชิงจูอยู่ ก็ยังอดกําหมัดแน่นไม่ได้ นางไม่เคยเห็นคนหน้าด้านเช่นนี้มาก่อน ทรยศนาย แล้วยังกล้ามาโทษ เหยื่ออีก ทันใดนั้น
เพียะ”
เสียงฝ่ามือฟาดดังลั่น ซ๊อเสียงที่ยืนเงียบมานานทนไม่ไหว ก้าว น
ไปตบชิงจูเต็มแรง
“ย้าตบเจ้า แล้วจะทําไม?
นางมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา
‘หรือสาวใช้อย่างเจ้าจะคิดว่าบ้าตบไม่ได้?”
ชิงจูตะลิง
‘เจ้ากลัา บา?!”
“ถ้ายังกล้าพูดเหลวไหลอีก ข้าจะตบเจ้าอีก”
ชือเสียงตอบอย่างไร้อารมณ์ ในขณะนั้น ซึ่งจูรู้สึกหนาวยะเยือกไป
ทั้งตัว ทั้งที่จ้าวเข่อหรันไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ได้ข่มขู่ แต่นางกลับรู้สึกเหมือน กําลังยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาว ราวกับถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก ความมั่น ใจที่เคยมี…กําาลังสั่นคลอน ในที่สุด นางก็ถามเสียงสั่น
“เจ้า…ต้องการอะไรจากข้า?” จ้าวเย่อหรันมองลงมาอย่างสงบ
ง่ายมาก”
นางเอ่ยช้า ๆ
“ข้าจะถามเจ้าเพียงเรื่องเดียว”
สายตานางคมกริบ
เรื่องที่เจ้าผสมหญ้าฝรั่นลงในขนมของข้า…
ใครเป็นคนสั่ง?”
บรรยากาศเงียบงัน จ้าวเข่อหรันพูดต่ออย่างแผ่วเบา แต่คมกริบ
เจ้าก็เป็นเพียงเด็กสาวจากครอบครัวยากจน แผนวางยาที่ละเอียด
เช่นนี้..เจ้าคิดเองไม่ได้แน่
สาวอีก”
นางจ้องลิกเข้าไปในดวงตาของชิงจู “คนที่สอนเจ้า..คือจ้าวเย่อเหริน ใช่หรือไม่?”
เสียงนั้นเบา แต่กลับเหมือนคมดาบที่กรีดผ่านความเงียบ
ทันใดนั้น ณ สวนเชี่ยอวี จ้าวเย่อเหรินก้าลังหัวเราะอย่างพึงพอใจ
“ฮ่า ๆ ชิงจู ช่างโง่เสียจริง”
นางยิ้มเยาะ
“ย้าแค่พูดไม่กี่คํา นางก็เชื่อเสียสนิท แถมยังคิดจะไปแก้แค้นให้พี่
เสียนถั่วรับเออออประจบ
เพราะคุณหนูมีสายตาเฉียบแหลม จึงวางหมากได้ล่วงหน้าเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้าอย่างพอใจ แต่ไม่นาน นางก็เริ่มกังวล
แต่…เรื่องนี้จะถูกจับได้หรือไม่? หากเรื่องแดงออกไป การแต่งงาน
ของข้าคงมีปัญหาแน่
เสียนสั่วรีบปลอบ
“คุณหนูวางใจเถิด พวกเราไม่ได้ลงมือเองสักชั้น แม้คุณหนูใหญ่จะ
สงสัย ก็ไม่มีหลักฐาน
จ้าวเย่อเหรินถอนหายใจโล่งอก แต่ทันใดนั้น ประตูห้องถูกผลักเปิด อย่างแรง เสียนอวินวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน
“คุณหนู!” จ้าวเย่อเหรินขมวดคิ้ว
‘เสียมารยาทจริง เจ้าจะรีบร้อนอะไรนัก?” เรียนอวินแทบไม่มีเวลาฟัง า าหนิ นางรีบพูดออกมา
“คุณหนูใหญ่…มาที่นี่แล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินชะงัก
‘แล้ว?”
เสียนอวิ่นกลืนน้ําาลาย ‘นาง…พาชิงจูมาด้วย”