หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 181 สอบสวนหลี่ วอ
181 สอบสวนหลี่ วอ
ทันทีที่ได้ยินคําพูดของจ้าวเข่อหรัน หัวใจของหลี่ผัวจื่อก็เหมือนถูก โยนลงไปในหลุมลึกเย็นยะเยือก ร่างกายทั้งตัวเย็นเฉียบ แต่แผ่นหลังก็มี เหงื่อเย็นผูดซึมออกมาไม่หยุด ในใจของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ หากตอนนั้นนางไม่โลภจนเกินไป ถูกคุณหนูรองกุม จุดอ่อนเอาไว้ วันนี้คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ตอนนี้จะพูดก็ไม่ได้ หากพูดออกมา คุณหนูรองย่อมไม่ปล่อยนางไว้ แน่ แต่หากไม่พูด คุณหนูใหญ่ก็ไม่ยอมปล่อยนางเช่นกัน ยามนี้ นาง เหมือนถูกบีบคั้นอยู่กลางทาง ถอยก็ไม่ได้ เดินหน้าก็ไม่ได้
หลี่หัวจื่อ เจ้าไตร่ตรองให้ดีเถิด”
จ้าวเย่อหร้นวางถ้วยชาลงอย่างเชื่องช้า เสียงเบาแต่เย็นเฉียบ
แต่อย่าใช้เวลานานเกินไปล่ะ ข้ามีนิสัยเสียอยู่ข้อหนึ่ง…คือไม่มีความ อดทน หากเจ้ายังเงียบอยู่เช่นนี้ ข้าจะถือว่าเจ้ารับสารภาพ แล้วให้คนมัต ตัวเจ้า ส่งขึ้นศาลเสียเลย”
การเคลื่อนไหวของนางช้าอย่างสงบ แต่กลับทําให้หลีผัวจ่อหวาด ผวาจนใจแทบหลุดออกจากอก ในหัวของนางเหมือนมีเสียงสองฝ่ายกําลัง ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ไม่รู้ควรพูดหรือไม่พูดดี เพราะวิธีการของคุณหนูรอง นั้น นางรู้ดี… หากทรยศ นางคงไม่มีทางรอดชีวิตแน่
“คุณหนู ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ” แม่นมเยว่เอ่ย นทันที
“บ่าวอยากอยู่ที่นี่ บ่าวอยากดูให้เห็นกับตาว่า นั่งบ่าวไร้ยางอายคนนี้ จะยังพูดค่ากบฎเช่นไรออกมาได้อีก
หลังจากได้ยินคําสารภาพของหลีพัวจื่อ จ้าวเข่อหรันก็เงียบลงครู
หนึ่ง ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยลงมือ แต่กลับเลือกจะก่อเรื่องใน ช่วงที่นางใกล้จะแต่งเข้าสู่ราชวงศ์ เรื่องนี้ เป็นความคิดของ งจูเอง หรือมี ใครอยู่เบื้องหลังกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นอย่างใด นางก็ไม่มีวันปล่อยซึ่งจูไปแน่
ตั้งแต่แรก นางก็รู้อยู่แล้วว่าชิงจูเข้ามาในจวนเพื่อแก้แค้น เพียงแต่ ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ลงมือ นางจึงปล่อยไว้ แต่ใครจะคิด…ว่าสุดท้ายอีกฝ่าย ก็ลงมือจริง ถ้าเช่นนั้น ก็อย่าโทษว่านางจะใจ า ห พัว อตัวสั่นด้วยความ หวาดกลัว นางรู้ดีถึงวิธีการของคุณหนูรอง หากอีกฝ่ายรู้ว่านางทรยศ คง ไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น
“คุณหนูใหญ่ บ่าว…บ่าวไม่รู้จริง ๆ เจ้าค่ะ”
หลีพัวจ่อรีบตอบเสียงสั่น
“บ่าวเพียงช่วยปล่อยสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา แล้วก็หลอกแม่ครัวให้ ออกไปเท่านั้น ส่วนใครเป็นคนใส่ยานั้น บ่าวไม่รู้จริง ๆ เจ้าค่ะ แต่บ่าวเดาว่า น่าจะเป็นสาวใช้คนนั้นเอง”
“สาวใช้?”
จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้ว
เป็นเสียนอวิ๋นหรือเสียบถั่วที่อยู่ข้างกายคุณหนูรองหรือไม่”
หลี่หัวจ่อรีบส่ายหน้า
ไม่ใช่เจ้าค่ะ เป็นสาวใช้อีกคนหนึ่ง นางเคยมาหาหลงเอ้อ หลาย
ครั้ง บ่าวเคยเห็น”
‘มาหาหลงเอ๋อร์?”
จ้าวเย่อหรันเริ่มรู้ลกประหลาดใจ ในขณะเดียวกัน หลงเอ๋อร์ที่ยืน อยู่ด้านข้างก็ทําหน้างุนงง เพราะนางไม่ได้สนิทกับสาวใช้จากสวนเซียอวี่เลย แม้แต่น้อย ทันใดนั้น จ้าวเข่อหรันก็เหมือนคิดอะไรออก ดวงตาวูบไหว “สาวใช้คนนั้น…ชื่อชิงจู ใช่หรือไม่
“เจ้าค่ะ!”
หลี่หัวจื่อตอบทันที
“ก็คือชิงจูนั่นแหละเจ้าค่ะ”
‘ชิงจู!”
แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ต่างอุทานขึ้นพร้อมกัน ไม่นานนัก จีนเชียง กับชื่อเสียงก็พาตัวชิงจูกลับมา หญิงสาวเดินเข้ามาอย่างเงียบงัน ไม่ร้องไห้ ไม่ดิ้นรน นางเพียงยืนนิ่ง มองจ้าวเย่อหรันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความ เกลียดชัง แม้ไม่เอ่ยคําใด แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความแค้นที่พลุ่งพล่านอยู่ ในตัวนาง จ้าวเย่อหรันมองนางอย่างเฉยชา
เกลียดช้ามาก หรือไม่
นางยิ้มบาง ๆ
จึงใส่ยาลงในขนมของช้า เพราะรู้ว่าข้ากําลังจะแต่งเข้าสู่ราชวงศ์ อยากให้ย่าทรมานใช่หรือไม่
ชิงจูมองนางอย่างเย็นชา ในสายตาของนาง มีทั้งความสะใจและ ความเคียดแค้น เพราะนางเชื่อว่า จ้าวเย่อหรันกินขนมเข้าไปแล้ว หากกิน เข้าไปแล้ว… การแก้แค้นของนางก็สําเร็จ จ้าวเข่อหรันยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน แล้วหยิบจาน ขนมกุหลาบ บนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะโยนลงตรงหน้าชิงจู เสียง กระทบพื้นดังกรอบแกรบ
น่าเสียดายนัก”
เสียงของนางนุ่มนวล แต่เย็นเฉียบ
“ขนมกุหลาบที่ใส่หญ้าฝรั่นนี้ ย้ายังไม่ได้กินแม้แต่ชิ้นเดียว”
ใบหน้าของ งจูซีดเผือดทันที
เป็นไปไม่ได้!”
นางทรุดลงกับพื้น
“ถ้าเจ้าไม่ได้กิน แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไร!”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
‘เจ้าก็ต้องเข้าใจข้าบ้างสิ ใส่หญ้าฝรั่นมากเสียขนาดนั้น ข้าจะกล้า
กินได้อย่างไร”
ทันทีที่ได้ยินคําพูดนั้น เยว่ที่ยืนดูอยู่ก็ทนไม่ไหว นางก้าวเข้าไป
แล้วฟาดฝ่ามือลงบนหน้า งจูอย่างแรง เพียะ!
‘นังบ่าวชั่ว!”
แม่นมเยว่ด่าอย่างเดือดดาล
“เจ้าช่วยคุณหนูรองมาทําร้ายคุณหนูใหญ่ ยังไม่รู้สํานึกอีกหรือ!”
ชิงจูถูกตบจนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดิ้นรนและตะโกนด่า
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตบย้า! คนที่ควรถูกตบคือจ้าวเข่อหรันต่างหาก!
เจ้าก็แค่หมาที่คอยเห่าข้างกายนาง เป็นแค่แม่เฒ่าที่อาศัยบารมีนายเท่า
นั้น!”
คําพูดนั้นทําให้แม่นมเยวโกรธจนตัวสั่น มือกุมอกจนแทบพูดไม่ ออก จ้าวเข่อหรันถอนสายตาจาก งจู แล้วหันไปสั่ง
‘หลงเอ๋อร์ พาน นมเยว่ออกไปพักก่อน”
เมื่อแม่นมเยว่ ถูกพาออกไปแล้ว จ้าวเข่อหรันจึงมองชิงจูอีกครั้ง
นางยิ้มช้า ๆ
ไม่”
เจ้าแล้ว”
เงียบงัน.
ชิงจู… เจ้าคงเกลียด ามากสินะ เพราะเรื่องของหลิงเอ๋อร์ ใ หรือ
ชิงจูเบิกตากว้างทันที
“เจ้า…รู้?”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
‘ประหลาดใจหรือ”
ดวงตาของนางสงบนิ่งราวนํ้าลึก
“ใช่ ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่วันที่เจ้าเข้ามาในจวน ข้าก็รู้ตัวตนของ
นางเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ริมฝีปากยกยิ้มบาง
“รวมถึง…จุดประสงค์ที่เจ้ามาที่นี่ด้วย”
บรรยากาศทั้งห้องพลันเย็นเฉียบ ราวกับมีลมหนาวพัดผ่านอย่าง