หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 186 ความหวาดกลัวของจ้าวเย่อเหริน
186 ความหวาดกลัวของจ้าวเย่อเหริน
หลังจากอ่านพระราชโองการจบลง ผู้คนที่คุกเข่าอยู่ในห้องโถงล้วน
ตกตะลึง ไม่มีใครสักคนที่ตั้งสติได้ทัน ต่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่หูของตนเพิ่ง ได้ยิน มีเพียงคนเดียวที่ยังคงสงบนิ่งอยู่ จ้าวเข่อหรัน เพราะเรื่องทั้งหมด นี้ เดิมทีก็เป็นแผนที่นางวางไว้ เพียงแต่แม้แต่นางเองก็ไม่คิดว่า ทุกอย่าง จะเกิดขึ้นเร็วถึงเพียงนี้
“คุณหนูรอง รับพระราชโองการเกิดขอรับ”
หลี่ฟูเฉวียนเห็นจ้าวเย่อเหรินยังคงนิ่งงัน ไม่ขยับเขยื้อน จึงเอ่ย
เตือนด้วยเสียงเย็น
“ไม่… เป็นไปไม่ได้… เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้
จ้าวเย่อเหรินส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง พิมพํากับตนเอง แต่ก็ยังไม่ยอม ยื่นมือไปรับราชโองการ หลี่ฝูเฉวียนหัวเราะหึ เบิกยิ้มที่ไม่ถึงตา
“คุณหนูรองช่างชอบล้อเล่นจริง ๆ หากท่านยังสงสัยอีก นั่นก็เท่ากับ กําลังตั้งคําถามต่อพระตารัสของฝาบาทเสียแล้วนะ”
น้ําเสียงของเขานุ่มนวล แต่แฝงคมมีด
“คุณหนูรองเป็นคนฉลาด ข้าน้อยเชื่อว่าท่านคงไม่คิดว่าเรื่องโง่เขลา
เช่นนั้นหรอก”
จ้าวเย่อเหรินหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นไหว จ้าวเข่อหรันมองภาพนั้น ก็พอจะเดาได้ว่านางกําลังคิดอะไรอยู่ นางยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างแผ่ว
เบา
“สงสัยอยู่หรือว่า… ข้ารู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?”
ดวงตาจ้าวเย่อเหรินหดวูบ จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าคิดจริงหรือ ว่าทุกอย่างที่เจ้า มันไร้ร่องรอย? ช่องโหว่ของ เจ้ามีมากเสียจนค้าถ้าไม่รู้ตัวก็โง่เกินไปแล้ว”
นํ้าเสียงของนางนุ่มนวล ทว่าเย็นเฉียบ
“ตอนนั้นเจ้าคิดจะแย่งคู่หมั้นของข้าอย่างเดียวหรือ? ไม่หรอก… จุด
ประสงค์อีกอย่างของเจ้าคือใส่ร้ายจ้าวอิง ใช่หรือไม่?”
โกหก!”
จ้าวเย่อเหรินแทบจะกรีดร้อง
“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ฮ่องเต้จะออกพระราชโองการแบบนี้ได้อย่างไร! ถ้าเจ้าไม่ไปฟ้อง ใครจะทําให้ข้ากลายเป็นแบบนี้!”
นางจ้องจ้าวเย่อหรันอย่างเคียดแค้น
“จ้าวเข่อหรัน เจ้าเกลียดช้ามากขนาดนั้นเลยหรือ อยากเห็นย้าตก
ตาถึงเพียงนี้ใช่ไหม!”
จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามราวบุปผา แต่เย็นชาราวหิมะ
“เจ้านี่ประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว พระราชโองการนั้นฝ่าบาทเป็นผู้มี พระบัญชา ข้าจะไปบงการพระองค์ได้อย่างไร?”
ไร…”
คําพูดครึ่งจริงครึ่งเท็จนั้น ทําให้จ้าวเข่อเหรินกัดฟันแน่น
“ไม่… ฮ่องเต้ไม่มีทางออกพระราชโองการแบบนี้!”
นางส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง
“อ้า… จากตําาแหน่งพระชายารอง กลายเป็นเพียงอนุชายาได้อย่าง
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ดูเหมือนเจ้าจะยอมรับชะตาแล้วสินะ”
ดวงตาของนางเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งก็แล้วกัน”
จ้าวเย่อเหรินเงยหน้าขึ้นทันที
“ถ้าเจ้าหาตามเงื่อนไขที่ย้าตั้งไว้ ข้าจะช่วยให้เจ้ากลับไปเป็นพระ ชายารองขององค์รัชทายาทอีกครั้ง ดีหรือไม่?”
คําพูดนั้นเหมือนเหยื่อล่อ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางมีเมตตา แต่ อ้าวเย่อเหรินก็ยังอดไม่ได้ที่จะถาม
เงื่อนไขอะไร?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มช้า ๆ รอยยิ้มของนางงดงาม…แต่แฝงพิษ
ง่ายมาก”
สายตาของนางเย็นเยียบ
เจ้าสั่งให้ชิงจูใส่หญ้าฝรั่นจํานวนมากลงในขนมของข้า เพื่อให้ข้า
เป็นหมันไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อช้า ๆ
“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้ามากนัก เจ้าก็แค่… กินหญ้าฝรั่นใน
ปริมาณเท่ากันนั้นเข้าไปก็พอ”
ประโยคเดียว ทําให้ใบหน้าจ้าวเย่อเหรินซีตยาวราวกระดาษ
“เจ้า…!”
นางแบบจะคลั่ง
“จ้าวเข่อหรัน! เจ้าต้องการทําลายชีวิตย้า ทั้งชีวิตหรือ!”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นเย็นจนหนาวกระดูก
‘ทําลายชีวิตเจ้า?”
นางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม
หรือว่า… เจ้าเป็นคนที่จะทําลายชีวิตย้าก่อนกันแน่?”
ดวงตาของนางเย็นจัด
“อย่าลืมสิ่งที่เจ้าหาไว้”
ทันใดนั้น นางโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของจ้าวเย่อเหริน น้ําเสียงแผ่ว เบา อ่อนโยนราวสายลม แต่คําพูดกลับทําให้เลือดในกายอีกฝ่ายเย็นเฉียบ
“ตั้งแต่นี้ไป เจ้าควรอยู่ให้สงบเสงี่ยมเสีย มิฉะนั้น…. ข้าไม่รับรองว่า ตําาแหน่งอนุชายาของเจ้าจะยังอยู่หรือไม่”
ท้าย
จ้าวเย่อเหรินตัวสั่น จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ๆ ก่อนกระชับประโยคสุด
“อ้อ… ชิงจู ข้าจัดการไปแล้ว แม้แต่ครอบครัวของนางก็เช่นกัน” เสียงของนางนุ่มนวลราวกําาลังเล่าเรื่องธรรมดา
“อ้งนั้น การลงโทษที่ข้ามอบให้เจ้าถือว่าเบามากแล้ว”
นางถอยออกมาเล็กน้อย แววตากลับเย็นเยียบดั่งเหมันต์
“อย่าทดสอบขีดจํากัดของข้าอีก เพราะแม้แต่ตัวข้าเอง… ก็ยังไม่รู้ เหมือนกัน ว่าถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ ข้าจะทําอะไรได้บ้าง”
พูดจบ จ้าวเข่อหรันก็หันหลังจากไป ทิ้งจ้าวเข่อเหรินไว้เพียงลําพัง หัวใจของนางในเวลานั้น…เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมา ก่อน ราวกับว่า สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่นั้น ไม่ใช่พี่สาวผู้เคยอ่อนแอใน
อดีตอีกต่อไป
แต่เป็นปีศาจที่กําาลังค่อย ๆ ฉีกชีวิตของนางออกเป็นชิ้น ๆ อย่าง
ช้า ๆ และนาง…ก็ไม่อาจหลบหนีได้อีกแล้ว.