หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 185 บทลงทัณฑ์
185 บทลงทัณฑ์
ยามตึกสงัดทั่วทั้งจวนมหาเสนาบดีจมอยู่ในความเงียบงัน ผู้คน
ต่างเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ทว่าในห้องหนึ่งกลับยังมีแสงสว่างอ่อน ๆ ฉาย
อยู่ ภายในห้องไม่มีเทียนแม้แต่เล่มเดียว แต่กลับสว่างพอจะอ่านหนังสือได้ อย่างชัดเจน บนโต๊ะวางกล่องไม้เปิดฝาเอาไว้ ภายในนั้นมีไข่มุกเม็ดมหึมา สองเม็ดเปล่งประกายแสงนวลละมุน ราวกับแสงจันทร์อ่อน ๆ ที่หลั่งไหล
อยู่กลางห้อง
นั่นคือ ไข่มุกเรืองแสง ที่ ชื่องูซวี่ มอบให้แก่จ้าวเข่อหรัน จ้าวเข่อหรันเอนกายครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้เอน มือถือหนังสือเล่ม หนึ่ง พลิกหน้ากระดาษอย่างช้า ๆ ใบหน้าอ่อนหวานจดจ่อกับตัวอักษร ราว กับโลกทั้งใบเหลือเพียงเรื่องราวในหนังสือ
ๆ
ในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเบา ๆ เท่านั้น เมื่อช๊อตซวี่ก้าวเข้ามา สิ่งที่เห็นก็คือภาพเช่นนี้ หญิงสาวเอนกายอย่างเกียจ คร้าน แสงจากใข่มุกทาบไล้ใบหน้าของนางให้อ่อนละมุนอย่างน่าเอ็นดู บรรยากาศสงบ อบอุ่น จนแม้แต่เขายังไม่กล้าเอ่ยปากทําลายความเงียบ นั้น ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเข่อหรันเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาร้อนแรงที่จ้องมอง มา นางเงยหน้าขึ้นทันที
มาแล้วหรือ ทําไมไม่เรียกข้าล่ะ นางเอ่ยพลางยิ้ม
“มาตั้งแต่เมื่อไร ข้าดูหนังสือเพลินจนไม่ทันสังเกตเลย”
ฮือกูชวีหัวเราะเบา ๆ
“เห็นเจ้าตั้งใจอ่านถึงเพียงนั้น ข้าจะกล้ารบกวนได้อย่างไร”
พูดจบ เขาก็เดินตรงเข้าไปโดยไม่แม้แต่นั่งลงบนเก้าอี้ กลับยื่นมือ ไปอุ้มจ้าวเข่อหรันขึ้นมาเสียอย่างนั้น ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้เอนแล้วให้นาง พิงอยู่ในอ้อมแขนของตน จ้าวเข่อหรันตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดิ้นรน กลับ เอนกายซบเขาอย่างเชื่อง ๆ ท่าทางเช่นนี้ทําให้ฮือ ชวี่พอใจยิ่งนัก ་
“วันนี้เหตุใดถึงอยากพบย้ายามค่ําคืนเช่นนี้
เขากอดนางแน่นขึ้นเล็กน้อย น้ําเสียงเจือความหยอกเย้า
ถึงกับนัดให้ย้ามาตอนกลางคืน ไม่ให้มาหาเจ้ากลางวันอย่างเปิด
เผย…คิดถึงบ้าหรือ”
จ้าวเย่อหรันกลอกตา
‘ท่านคิดมากไปแล้ว”
ซือกูชวี่หัวเราะ
“จริงหรือ? แต่ ากลับคิดว่าเจ้าคิดถึง “
เขาก้มหน้าลงพ่นลมหายใจอุ่น ๆ ที่ต้นคอของนาง ทําให้ใบหน้า จ้าวเข่อหรันแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางใช้ศอกกระแทกเขาเบา
ไปให้พ้น ใครคิดถึงท่านกัน”
ซือถูซ แสร้งถอนใจ
“เอ้อ ชาช่างน่าสงสารนัก ทุ่มเทไปตั้งเท่าไร สุดท้ายก็ถูกเจ้ารังแก
เยา ศีรษะไปมาที่ต้นคอนาง ทําท่าราวกับหญิงหม้าย าใจ
“เจ้าช่างไร้หัวใจเสียจริง ๆ เจ้าจะทอดทิ้งข้าแล้วหรือ เจ้าคนใจร้าย”
ཙ།
จ้าวเย่อหรันหลุดหัวเราะออกมา
‘หยุดเลย คําว่า คนหลายใจ ใช้กับบุรุษต่างหาก”
นางผลักศีรษะเยาออก พลางหัวเราะ
“แล้วอย่าทําหน้าเหมือนหญิงหม้ายคร่ําครวญ มันประหลาดมาก”
ชือกูชวี่หัวเราะเบา ๆ
“ช่างเถอะ พูดธุระดีกว่า”
เขามองนางด้วยสายตาจริงจังขึ้น
“วันนี้เจ้ามีเรื่องอะไร”
จ้าวเย่อหรันยิ้มมุมปาก
“วันนี้มีคนวางยาช้า”
คําพูดนั้นทําให้สีหน้าชื่อ ซวี่เปลี่ยนทันที
“อะไรนะ!”
เยารีบจับใหล่นาง สํารวจใบหน้านางอย่างตื่นตระหนก
แล้วเจ้าเป็นอย่างไร มีตรงใหนผิดปกติหรือไม่
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ข้าไม่เป็นอะไร”
นางตบแก้มเขาเบา ๆ
ย้ายังไม่ได้กินเสียหน่อย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซือถูซวี่จึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะดึง นางเข้าไปกอดแน่น ในใจยังคงหวาดหวั่นไม่หาย โชคดี… โชคดีที่นางไม่เป็น
อะไร
“ขนมพวกนั้นถูกใส่ หญ้าฝรั่น จํานวนมาก”
จ้าวเข่อหรันพูดเหมือนเล่าเรื่องตลก
“ถ้ากินเข้าไป… ข้าคงไม่มีวันมีบุตรได้อีก”
แววตาซ๊อ ชวี่พลันเย็นจัด
ใครหา”
เสียงเยาเย็นราวนํ้าแข็ง จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
ในจวนนี้ ใครกันที่เกลียดช้าจนต้องลงมือเช่นนี้” ชือ ชวี่ขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา
“จ้าวเย่อเหริน” จ้าวเย่อหรันหัวเราะ
‘ฉลาดจริง ๆ”
ทันใดนั้น แววตา อ ชวี่ก็ฉายประกายอํามหิต
“ดูท่าครั้งก่อนที่ข้าเตือนนางไป นางคงลืมเสียแล้ว”
นํ้าเสียงเขาเย็นเฉียบ
‘นางไม่อยากแต่งเย้าต่าหนักองค์รัชทายาทแล้วสินะ”
จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้ว
‘ท่านคิดจะทําอะไร”
ชือ ชวี่ยิ้มเย็น
ง่ายมาก ใช้วิธีเดียวกับ นางใช้ ในเมื่ออยากให้เจ้ามีลูกไม่ได้… งั้นข้าก็จะทําให้นางมีลูกไม่ได้เช่นกัน”
จ้าวเข่อหรันชะงัก แม้จ้าวเย่อเหรินจะคิด าร้ายนาง แต่ถ้าถึง น า ให้นางไม่มีวันมีบุตรได้ตลอดชีวิต… มันก็โหดร้ายเกินไป
‘หรือเจ้าสงสารนางแล้ว”
ชือ ชวี่เลิกคิ้ว จ้าวเข่อหรับกลอกตา
“ย้าไม่ใช่คนดียนาค น
นางยิ้มเย็น
“ข้าเพียงไม่อยากปล่อยนางไปง่าย ๆ” จากนั้นจ้าวเข่อหรันก็โน้มตัวไปกระซิบแผนการที่ข้างหูเขา ยิ่งฟัง
ดวงตาซ๊องูซวี่ยิ่งสว่างวาบ
“เจ้านี่ร้ายจริง ๆ”
เยาหัวเราะ
“แต่ าชอบ”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจูบแก้มเขาอย่างรวดเร็ว ซือชวี่ตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นความยินดีพลันล้นทะลัก เขากอดนางแน่น
ขึ้น
เด็กน้อย… นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าจูบย้า
เยาพิมพ์นํา
“ดูเหมือนตําแหน่งของข้าในใจเจ้าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”
จ้าวเข่อหรันหน้าแดงจัด รีบซุกหน้าเข้ากับอกเ
“อย่าพูดมาก”
ชือกูชวี่หัวเราะเบา ๆ แล้วลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน ไม่ว่าเจ้าจะเป็นแบบใหน ย้าก็ชอบ เจ้าที่อ่อนโยน เจ้าที่เจ้าเล่ห์ เจ้า
ที่ยิ้ม เจ้าที่ร้องไห้ หรือแม้แต่เจ้าที่โหดเหี้ยม…
มองเยา
ย้าก็ชอบทั้งหมด”
คําพูดนั้นทําให้หัวใจของจ้าวเข่อหรันสั่นไหวเล็กน้อย นางเงยหน้า
ถ้าวันหนึ่งย้ากลายเป็นคนใจร้ายมาก ท่านจะรังเกียจย้าหรือไม่”
ชือดูชวี่ยิ้ม “ย้าก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว”
เยาจ้องนางตรง ๆ ต่อให้โลกทั้งใบเกลียดเจ้า ข้าก็ยังอยู่ข้างเจ้า” ในยามค่ําคืนนั้น หัวใจของทั้งสองคน… แนบชิดกันมากขึ้นอีก รุ่ง เช้า จวนมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะมีแยกพิเศษมาถึง ผู้ที่ มาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือขันทีใหญ่ หลี่เฉวียน ไม่นานนัก เขาก็ประกาศพระ ราชโองการต่อหน้าทุกคน เสียงอ่านกังวานไปทั่วลาน
“รับสั่งแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระบัญชา บุตรสาวสายหลักคนที่สอง แห่งจวนมหาเสนาบดี จ้าวเย่อเหริน เติมแต่งตั้งเป็นพระชายารองขององค์ รัชทายาท บัดนี้ตรวจพบว่าความประพฤติบกพร่อง ควบคุมคนในเรือนไม่ ดี จนสาวใช้ในตาหนักแอบวางยาพิษในขนมขององค์หญิงเหวิน แม้มิได้ก่อ ภัยร้ายแรง แต่ความผิดมิอาจละเว้น จึงมีพระบัญชา ลดฐานะจากพระ
ชายารอง เป็นเพียงพระสนมรอง กําาหนดพิธีอภิเษกยังคงเดิม ประกาศโดย
ทั่วกัน”
ทันทีที่พระราชโองการสิ้นสุด ทั่วทั้งจวน… เงียบงันราวสุสาน เพราะทุกคนรู้ดีว่า สําหรับสตรีผู้ทะเยอทะยานอย่างจ้าวเข่อเหริน นี่ไม่ต่าง อะไรกับการถูกตบหน้ากลางเมือง และ … เพิ่งเป็นเพียง บทลงโทษแรก
เท่านั้น.