หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 192 คาดินหอหลอมรัก
192 คาดินหอหลอมรัก
ภายในตาหนักอ๋อง วี่
จ้าวเย่อหรันหลับยาวตลอดทั้งบ่าย กว่าจะลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งก็ยาม
อาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ดวงตายังพร่าเลือนด้วยความงัวเงีย เสียงครึกครื้น ด้านนอกยังดังอื้ออิงไม่ขาดสาย
กระทั่งค่าลงแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
เลย เสียงเฮฮาเหล่านั้นกลับไม่ได้ทําให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย นาง นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่ภายในห้อง จนในที่สุดเสียงเอะอะภายนอกค่อย ๆ ชาลงที
ละน้อย
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง ประตูห้องจึงถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ซื้อชวี่ก้าว เข้ามา ทันทีที่เข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือหญิงสาวที่นั่งอยู่ริมเตียง จ้าวเข่อหรัน สายตาของเขาเร่าร้อนราวกับจะกลืนกินนางทั้งเป็น ทําให้หัว ใจของจ้าวเข่อหรันเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางเม้มปากเบา ๆ เอ่ยเสียงสั่น “วี่… บ้า… ข้ากลัว…
ยิ่งนางขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย เหงื่อบนหน้าผากของชื่อ ชวี่ก็ ยิ่งผุดขึ้นมากกว่าเดิม เด็กสาวคนนี้ รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่นางกําลังทําอยู่นั้น
สาหรับเขาแล้วมันคือ การทรมานอันหอมหวาน เพียงใด จ้าวเข่อหรัน ขมวดคิ้วงอน
“ท่านก็ไม่ใช่สตรี จะไปรู้ได้อย่างไร… อื้อ… ท่านออกไปก่อน
แต่ยังไม่ทันพูดจบ นางก็เอนตัวเข้าไป จุมพิตลงบนใบหน้าของเขา อย่างแผ่วเบา เสียงของนางอ่อนโยนจนเหมือนลมหายใจ
“วี่… ไม่ว่าในภายหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าจะไม่มีวันเสียใจเลย การได้ แต่งงานกับท่าน… เป็นความสุขที่สุดในชีวิตของข้าแล้ว”
คําพูดนั้น ทําให้ชือกูชวี่สูดลมหายใจลึก เพื่อสะกดความปรารถนาที่ กําลังปะทุขึ้นในอก เขาก้มหน้าลง ชุดปลายจมูกลงในเส้นผมนุ่มของนาง สูดกลิ่นหอมเบา ๆ แล้วกระชับเสียงพร่า
แม่ปีศาจน้อยเอ๋ย… ข้าเพียงแตะต้องเจ้าก็หยุดไม่ได้แล้ว เจ้าราย
มนตร์อะไรใส่ช้ากันแน่…”
คําพูดจบลง ริมฝีปากของเขาก็ประทับลงบนริมฝีปากของนาง “อย่ากลัว… เด็กน้อย…
เสียงกระซิบพร่าลิก
“มอบตัวให้ข้าเถิด… มอบทุกอย่างของเจ้าให้ย้า…”
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ภายในม่านแดงจึงค่อย ๆ กลับคืนสู่ ความสงบ หลังจากนั้น เมื่อบ่าวไพร่กําาลังเตรียมสารับอาหาร ทั้งสองก็แยก กันไปอาบน้ํา เต็มทีซีอยูวี่อยากจะอาบน้ําพร้อมกับจ้าวเข่อหรัน แต่เพียง แค่นางเหลือบตามองเขาอย่างดุ ๆ ความคิดนั้นก็ต้องพังทลายลงทันที คืน นี้เป็นคืนสําคัญของชีวิตเขา
เขาไม่กล้าไปหาเรื่องให้ภรรยาตัวเองโกรธเด็ดขาด มิฉะนั้นคนที่ซวย
ที่สุดก็ต้องเป็นตัวเขาเอง ทั้งที่เขาเป็นเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ ชีวิตนี้ไม่เคยต้อง คอยรับใช้ใคร แต่เพราะหัวใจของเขามอบให้หญิงผู้นี้ไปแล้ว
สําหรับเขา จ้าวเข่อหรันคือชีวิต คือจิตวิญญาณของเขา เพียงเรื่อง เล็กน้อยเช่นนี้ แล้วเขาจะไม่เต็มใจหาให้นางได้อย่างไร เมื่อมองเห็นใบหน้า ที่แดงระเรื่ออย่างเขินอายของนาง ซื้อชวี่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาโน้มตัว ลง เลียติ่งหูนางเบา ๆ เสียงกระชิบาชิดหู
ๆ
“เด็กน้อย… วันนี้คือคืนหอของพวกเรา อย่าให้ช่วงเวลาดี ๆ เช่นนี้
สูญเปล่าเลย…
ๆ
เขากระชากเสื้อคลุมของตนออก ร่างแข็งแกร่งกดทับลงบนเรือน กายนุ่มของนาง สายตาที่มองนางนั้น ราวกับหมาป่าที่หมายจะกลืนเหยื่อ ทั้งตัว แต่เมื่อเห็นแววตาของนาง หัวใจของเขาก็อ่อนลงทันที เหมือนมีใคร บางคนฟาดลงตรงส่วนที่อ่อนโยนที่สุดในอก
เยารักยิ่งนัก ท่าทางไร้เดียงสาของนางเช่นนี้ ในยามกลางวันนาง เฉลียวฉลาด สุขุมเกินวัย แต่ในยามค่ําคืน นางกลับเหมือนสตรีตัวเล็ก ๆ ที่ พึ่งพาเขาเพียงคนเดียว จ้าวเข่อหรันหอบหายใจเบา ๆ พิงอยู่บนอกของ
เยา
ทั้งร่างอ่อนระทวยจนแทบขยับไม่ได้ ความรู้สึกเดียวที่หลงเหลืออยู่ คือความเมื่อยล้าและเจ็บระบมไปทั่วตัว ในตอนแรกความเจ็บนั้นทําให้นาง หน้า ต แต่นานเข้า ร่างกายก็เริ่มเคลื่อนไหวตามเขาอย่างไม่รู้ตัว เสียง ครางแผ่วหวานหลุดออกจากริมฝีปาก ทั้งสองร่วมกันก้าวเข้าสู่โลกแห่ง ความลุ่มหลงที่ชายหญิงทั่วหล้าต่างตกอยู่ใต้อํานาจ ไม่อาจถอนตัวได้
น่านผ้าโปร่งสีแดงปักลายดอกบัวเลื้อย ปิดบังบรรยากาศร้อนแรง ภายในห้อง เงาร่าง พันเกี่ยวกันสะท้อนอยู่บนม่าน ราวกับคลื่นนํ้า บาง คราวไหวพลิ้ว บางคราวหยุดนิ่ง บางคราวสงบราวผิวนํ้าไร้ลม
รุ่งเช้า แสงฟ้าสางเริ่มส่องเข้ามา จ้าวเย่อหรันค่อย ๆ ลืมตาอย่าง
งัวเงีย พิมพาเสียงอ่อน
“ตอนนี้… ยามใดแล้ว…” ซือกูชวี่มองท้องฟ้าแล้วตอบเบา ๆ
“เพิ่งยามเหมาเท่านั้น…. นอนต่ออีกหน่อยเถิด”
เขารู้ดี นางเพิ่งผ่านครั้งแรกมา ร่างกายยังไม่อาจรับความต้องการ ของเขาได้มากกว่านี้ เพราะฉะนั้น แม้ไฟปรารถนาในอกจะยังคุกรุ่น เขาก็ไม่ แตะต้องนางอีก เขากอดนางไว้แน่น ลูบผ้าห่มเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหู
เด็กน้อย… นอนเถิด ในความฝัน… ต้องมีข้าอยู่ด้วยนะ ไม่ว่าภาย หน้าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะมีความสุขเช่นนี้ตลอดไป”
“ย้าจะใช้ทุกสิ่งที่มี… สร้างปราการที่เป็นของเราสองคนเท่านั้น”
จ้าวเข่อหรันขยับตัวเล็กน้อย ชุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา เหมือน ลูกแมวตัวน้อยที่กําลังหาที่อบอุ่น แล้วก็หลับลึกลงไปอีกครั้ง ค่ําคืนแห่งหอ หลอมรัก จบลงท่ามกลางความเงียบงันอันอบอุ่น หนึ่งคืนไร้ความฝัน แต่
เต็มไปด้วยความผูกพันที่ลึกยิ่งกว่าเดิม